Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ ปาฏิหาริย์รักข้ามเวลา เป็นคุณเเม่ซุปตาร์พร้อมสามีสุดฮอต

ปาฏิหาริย์รักข้ามเวลา เป็นคุณเเม่ซุปตาร์พร้อมสามีสุดฮอต

ตอนที่ 8 — บทที่ 8

คำปฏิเสธที่เธอคาดหวังไว้ หรือสีหน้าประหลาดใจพร้อมเอ่ยถามว่าทำไมเธอถึงถามคำถามบ้าๆ แบบนี้ เรื่องพวกนี้กลับไม่มีเลยสักนิด คำตอบของเขาสั้น กระชับ ทว่ากลับอธิบายทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

เธอเป็นภรรยาของเขาจริงๆ ชายหนุ่มที่ยังคงแปลกหน้าสำหรับเธอคนนี้ดันกลายเป็นสามีของเธอจริงๆ แถมเธอยังมีลูกกับเขาคนหนึ่งอีกด้วย

"คุณ... จำอะไรขึ้นมาได้แล้วเหรอ?" สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นมา น้ำเสียงคล้ายจะตึงเครียดขึ้นมาทันใด

กิริยาท่าทางที่ดูคล้ายกับความตื่นตระหนกตกใจเช่นนี้ ไม่ควรจะปรากฏอยู่บนตัวคนอย่างเขาเลยสักนิด เขาควรจะเป็นคนที่สงบเยือกเย็น เผชิญหน้ากับคลื่นลมมรสุมใดๆ ก็รับมือได้อย่างชาญฉลาดและผ่อนคลาย

ทว่า น่าแปลกยิ่งนัก ที่เขากลับกลัวว่าเธอจะจำอะไรขึ้นมาได้ เหมือนกับพี่สาวไม่มีผิด

หลินชิงชิงหลับตาลงแล้วสั่นหัว "แค่เศษเสี้ยวภาพเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้นค่ะ ฉันนั่งดื่มเหล้าอยู่ในห้อง มือนิ้วหนีบบุหรี่ไว้มวนหนึ่ง เสี่ยวหยวนวิ่งเข้ามา หาฉัน ฉันอยากจะผลักเขาออกไป แต่ก้นบุหรี่กลับไปบาดถูกแขนของเขา ฉันได้ยินเขาเรียกฉันว่าแม่... มีแค่ภาพเหตุการณ์นี้ภาพเดียวเท่านั้นค่ะ"

เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบอันน่าอึดอัด

"ฉันแปลกใจมาก ในเมื่อฉันเป็นแม่ของเสี่ยวหยวน ทำไมเขาถึงต้องทำเป็นเหมือนไม่รู้จักฉันด้วยล่ะคะ?" เธอเงยหน้ามองเขา "แล้วทำไมคุณอี้ถึงต้องทำเป็นเหมือนไม่รู้จักฉันด้วย?"

เขายิ้มออกมาน้อยๆ เป็นรอยยิ้มบางเบา บางเสียจนแทบจะมองไม่ออกว่ากำลังยิ้มอยู่ "ไม่มีความจำเป็นน่ะ"

"ทำไมถึงไม่มีความจำเป็นล่ะคะ?"

สายตาหรี่ลงของเขาจับจ้องลงบนตัวเธอ ล้ำลึกและเคร่งครียด ราวกับจะมองลึกลงไปถึงดวงวิญญาณของเธออย่างนั้น

เขาพูดว่า "คุณเกลียดผม แล้วก็เกลียดเสี่ยวหยวนด้วย"

หลินชิงชิง : "..."

เขาพูดต่ออีกว่า "ไม่อยากให้คุณรู้ความสัมพันธ์ของพวกเรา เพราะกลัวว่าคุณจะจำความเกลียดชังที่คุณมีต่อพวกเราขึ้นมาได้ แต่ก็อยากจะเข้าใกล้คุณ ก็เลยทำได้แค่ใช้วิธีนี้เท่านั้น"

น้ำเสียงของเขากลับแฝงความหนักอึ้งอยู่หลายส่วน ราวกับทุบลงกลางใจคนฟังอย่างแรง

เกลียดเขา เกลียดเสี่ยวหยวนอย่างนั้นเหรอ?

"ทำไมถึงต้องเกลียดล่ะคะ?"

เขาทอดพิงศีรษะลงบนเบาะ สายตามองขึ้นไปบนหลังขารถ รอยยิ้มของเขาคล้ายจะหัวเราะเยาะตัวเอง "คงเป็นเพราะคุณอยากจะหย่า แต่ผมกลับปฏิเสธมาโดยตลอดละมั้ง"

แปลกหน้าเหลือเกิน ทุกสิ่งที่เขาบอกเธอช่างแปลกหน้าเหลือเกิน

นี่เป็นแค่ความฝันใช่ไหม ความฝันที่ไม่สมจริงสักนิด เธอจะไปมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มแบบนี้ได้ยังไงกัน?

เกลียดเขา เกลียดอี้เซ่อเยียนเนี่ยนะ? ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทว่าสูงส่งจนยากจะไขว่คว้าคนนี้ นอกจากจะเกลียดเขาแล้ว ยังอยากจะหย่ากับเขาอีกเหรอ? เรื่องราวเหล่านี้มันราวกับเกิดขึ้นในอีกโลกหนึ่งอย่างนั้นแหละ โลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเธอเลยสักนิด เธอไม่เข้าใจ และรู้สึกสับสนประหลาดใจยิ่งนัก

"แล้วพวกเรารู้จักกันได้ยังไงคะ?"

"บังเอิญรู้จักกัน จากนั้นก็คบหากัน"

"แค่เนี้ยเหรอคะ?"

"แค่นี้แหละ"

หลินชิงชิงแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เธอประสบเคราะห์กรรมเมื่อห้าปีก่อน เสี่ยวหยวนดูแล้วน่าจะอายุประมาณสามสี่ขวบ หากแต่งงานให้กำเนิดลูกกับเขาจริงๆ ก็น่าจะเป็นช่วงหลังจากที่เธอประสบเคราะห์กรรม แล้วรู้จัก รักกัน และแต่งงานกันทันที

หากเป็นไปตามที่พี่สาวบอกเธอจริงๆ ว่ายามที่ชีวิตของเธอตกต่ำลงสู่จุดต่ำสุด ต้องประสบกับการทรยศของคนรักแรกและเพื่อนสนิท เธอจะทำใจยอมรับแล้วออกไปหาคนแต่งงานด้วยในระยะเวลาอันสั้นขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?

หรือว่าตอนนั้นเธอจะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจมากเกินไป ก็เลยคิดจะหาใครสักคนมาส่งเดชแต่งงานให้จบๆ ชีวิตไป?

ทว่า เธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าตัวเองจะเป็นคนแบบนั้น

อีกอย่าง คนอย่างอี้เซ่อเยียนก็ใช่ว่าผู้หญิงคนไหนจะปีนป่ายเข้าหาได้ง่ายๆ สมองฉลาดหลักแหลม สายตาแหลมคม เมื่อสิบปีก่อนตอนที่เขามารับช่วงดูแลธุรกิจของตระกูล เขามีอายุแค่ยี่สิบปีเท่านั้น อายุยังน้อยขนาดนั้นกลับสามารถขยายบริษัทให้เติบโตก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งประสบความสำเร็จเข้าสู่ตลาดหุ้น วิสัยทัศน์และวิธีการของเขาคนธรรมดาไม่มีทางเทียบติดแน่นอน นักธุรกิจผู้ชาญฉลาดคนนี้มีหรือจะตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของตัวเองอย่างส่งเดชขนาดนั้น เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมีเสน่ห์ล้นเหลือขนาดนั้นสักหน่อย

เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าในเรื่องนี้ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ทว่าเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากบอกเธอ ส่วนเรื่องทำไมถึงเลือกแต่งงานกับเขา แล้วสุดท้ายกลับอยากหย่า ส่วนเขาไม่ยินยอมจะหย่าแล้วเธอเกลียดเขา เรื่องราวเหล่านี้เกรงว่าจะมีเพียงตัวเธอเองเท่านั้นที่รู้ ทว่าเธอไม่มีความทรงจำช่วงนี้ จึงไม่อาจเดาได้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่กันแน่

สิ่งที่เขาบอกเธอได้คงจะมีเพียงเท่านี้แล้วสินะ

หลินชิงชิงรู้สึกถึงความอึดอัดที่ยากจะทนทาน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเขา หรือเป็นเพราะเขาดันกลายมาเป็นสามีของเธออย่างกะทันหันกันแน่

เธอไม่อยากอยู่ในห้องโดยสารร่วมกับเขาอีกต่อไปแล้ว

"ฉันขอตัวก่อนนะคะ"

พูดจบเธอก็ทำท่าจะเปิดประตูรถ ทว่าเขากลับยื่นมือคว้าข้อมือเธอไว้แน่นอย่างรวดเร็ว "คุณจะไปไหนน่ะชิงชิง?"

น้ำเสียงแฝงความร้อนรน มือที่คว้าข้อมือเธอไว้นั้นแทบจะปล่อยออกทันทีที่สัมผัสถูก

เขาเรียกเธอว่า ชิงชิง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความสนิทสนมที่เป็นธรรมชาติ เขาพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าเธอกลับรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก

เธอไม่ได้หันไปมองเขา พูดเพียงแค่ว่า "ฉันจะกลับร้านอาหารค่ะ"

เธอก้าวลงจากรถ ปิดประตูรถ แล้วขี่รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเธอจากไป

ตอนที่เธอออกจากบ้านเธอไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวมาด้วย พอขี่รถกลับมาถึงร้านอาหาร ก็เห็นพี่สาวกำลังยืนมองหาด้วยความร้อนใจอยู่ตรงประตู หลินชิงชิงจอดรถเรียบร้อย หลินเจินเจินก็รีบเดินขึ้นหน้ามาเอ่ยถาม "ทำไมออกไปแต่เช้าขนาดนี้ เธอไปไหนมาเหรอ?"

ภายในอกอัดแน่นไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ยามนี้พอเห็นสีหน้าร้อนรนของพี่สาว เธอกลับรู้สึกเหมือนเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่งได้พบเจอผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจและพึ่งพาได้

หลินชิงชิงโผเข้าไปโอบกอดพี่สาวไว้ อดไม่ได้ที่จะร้องไห้โฮออกมา "หนูเป็นแม่ของเสี่ยวหยวนจริงๆ หนูแต่งงานแล้วจริงๆ เหรอคะ?"

หลินเจินเจินลูบไหล่ปลอบประโลมเธอพลางเอ่ยถาม "เธอไปเจอเซ่อเยียนมาแล้วเหรอ?"

พี่สาวเรียกเขาว่า เซ่อเยียน ดูท่าพวกเขาก็คงสนิทสนมกันดีสินะ

หลินชิงชิงพยักหน้า "หนูไม่รู้ หนูไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะคะ หนูไม่มีความทรงจำในช่วงเวลานั้นเลยสักนิด หนูรับไม่ได้จริงๆ มันไม่ยุติธรรมกับหนูเลย!"

เธอค่อยๆ ยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองไม่สามารถร้องเพลงได้อีกต่อไปแล้ว ทว่าทำไมยามนี้ถึงมาบอกเธอว่า เธอแต่งงานมีลูกแล้ว แถมเธอยังเคยสร้างบาดแผลทำร้ายลูกแท้ๆ ของตัวเองมาก่อนอีกด้วย

เธอรับไม่ได้จริงๆ

หลินเจินเจินถอนหายใจออกมา ลูบหัวปลอบประโลมเธอ "เอาล่ะๆ อย่าไปคิดถึงมันอีกเลย ไม่มีใครบังคับเธอหรอกนะ"

"ผมจะพาเสี่ยวหยวนไปจากที่นี่เองครับ"

สิ้นเสียงของพี่สาว เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็พลันดังขึ้นกะทันหัน

หลินชิงชิงอึ้งไป หันไปมอง เห็นอี้เซ่อเยียนยืนอยู่ข้างถนนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไม่ไกลกันนักมีรถของเขาจอดอยู่

ที่แท้เขาก็ดักขี่รถตามเธอมาโดยตลอดสินะ

เขาค่อยๆ เดินขึ้นหน้ามา คิ้วขมวดแน่น ใบหน้าที่มีโครงหน้าคมกริบเรียบตึง แฝงไว้ด้วยรังสีข่มขวัญอันเฉียบคม

ทว่าน้ำเสียงยามเขาพูดกลับเปลี่ยนโทนเสียงไป "พวกเราจะไม่ทำให้คุณต้องลำบากใจ ผมจะพาลูกไปจากที่นี่ และจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นอีก ให้คุณคิดเสียว่าไม่เคยพบเจอพวกเรามาก่อน"

สายตาของเขาจับจ้องมองเธอ กล้ามเนื้อตรงขมับของเขาขยับขยุกขยิกเบาๆ เธอรู้สึกว่าสีหน้าของเขาดูซีดเผือดลงนิดหน่อย

แม้แต่หลินเจินเจินเห็นแล้วก็ยังทำใจลำบาก เอ่ยเรียกเบาๆ "เซ่อเยียน อย่าพูดแบบนั้นสิ"

ทว่าเขากลับก้มหน้าหัวเราะเบาๆ พอยกหัวขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ใส่ท้องฟ้า ชายหนุ่มที่ตั้งแต่แรกเห็นเธอก็รู้สึกว่าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและผ่อนคลายคนนี้ ยามนี้กลับดูไร้ซึ่งทางออกเล็กน้อย "ผมพูดคำไหนคำนั้นครับ"

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไป ไม่นานรถสีดำคันนั้นก็หายลับไปตรงสุดปลายถนน

หลินเจินเจินมองดูรถที่หายลับไปพลางถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เธอหันไปมองหลินชิงชิง ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรทว่าก็กลืนลงคอไป สุดท้ายเธอเพียงแค่ลูบไหล่เธอแล้วพูดว่า "เซ่อเยียนทุ่มเทเพื่อเธอไปมากมายจริงๆ ตลอดหลายปีมานี้"

ช่วงบ่าย ตอนที่อี้เซ่อเยียนเดินทางมารับเด็กชายตัวน้อยอี้เป่ยหยวน เขามาเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ตอนที่ครูพาอี้เป่ยหยวนออกมา เขายังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ "คุณพ่อ วันนี้คุณพ่อมาเร็วมากๆ เลยครับ" พูดจบพอนึกอะไรขึ้นมาได้ก็พูดด้วยความตื่นเต้นอีกว่า "เวลานี้คุณแม่อย่างเพิ่งออกไปส่งของแน่ๆ พวกเราไปหาคุณแม่กันเถอะครับ ไปทานข้าวกับคุณแม่กัน"

อี้เซ่อเยียนไม่ได้พูดอะไร เขาค่อยๆ ย่อตัวลง สีหน้าค่อนข้างจริงจัง "ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ลูกไม่ต้องมาเรียนที่นี่แล้วนะ"

รอยยิ้มของเสี่ยวหยวนค่อยๆ หมองลง "ทำไมล่ะครับ? ถ้าผมไม่ได้เรียนที่นี่ ผมก็ไม่ได้เจอคุณแม่อีกแล้วสิ"

เขาลูบหัวลูกชาย "คุณแม่จำเรื่องราวบางอย่างได้แล้ว เพราะฉะนั้นพวกเราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว เดี๋ยวคุณแม่จะไม่สบายใจ"

เด็กน้อยนิ่งอึ้งไปนาน จากนั้นขอบตาก็พลันแดงขึ้นมา "ถ้าอย่างนั้น วันข้างหน้าผมก็มองดูคุณแม่ไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมครับ?"

"อืม"

"แล้วก็กินข้าวร่วมกับคุณแม่ไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมครับ?"

"อืม"

"แม้แต่คำว่าคุณน้า ก็เรียกไม่ได้แล้วเหรอครับ?"

"อืม"

หยาดน้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงหล่นออกจากขอบตา เจ้าตัวเล็กพยายามข่มใจไว้ พยายามอดกลั้นไม่ร้องไห้ บริเวณรอบๆ ยังมีเด็กๆ อยู่อีกตั้งหลายคน หากให้เด็กชั้นอนุบาลเล็กเห็นเขาร้องไห้ละก็ ต้องหัวเราะเยาะพี่ชายอย่างเขาแน่ๆ

ทว่า ทว่าเขากลับอดกลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว

เสียใจเหลือเกิน ไม่ได้เจอคุณแม่อีกแล้ว เสียใจเหลือเกิน

"ไม่เอา!" เขาร้องตะโกนออกมาด้วยความเสียใจ "ผมไม่เอา!"

ทำไมเด็กคนอื่นถึงมีคุณแม่ ทำไมเขาถึงมีคุณแม่แต่กลับพบหน้าไม่ได้ ทำไมถึงเรียกคุณแม่ว่าคุณแม่ไม่ได้ต้องเรียกว่าคุณน้า ทำไมคุณแม่ถึงไม่ชอบเขา เขาว่าง่ายมากเลยนะ เขาว่าง่ายมากๆ จริงๆ นะ

เขาร้องไห้โฮออกมาด้วยความเสียใจ มือน้อยๆ อวบๆ ขยี้ดวงตา ทว่าน้ำตากลับยังคงร่วงหล่นลงมาทีละเม็ด

"ไม่เอา! ไม่เอา! ผมไม่เอา!"

"พอได้แล้ว!" เขาตวาดเสียงเข้ม

รังสีความน่าเกรงขามของผู้เป็นพ่อทำเอาเขานิ่งอึ้งไป เขาไม่กล้าร้องไห้เสียงดังอีก ทว่าก็ยังคงเสียใจ สะอื้นฮักๆ มือน้อยๆ สองข้างขยี้ดวงตาปะปนกันไปหมด

อี้เซ่อเยียนหลับตาลง ปรับอารมณ์ของตัวเอง ทำเสียงให้อ่อนลงนิดหน่อย "อย่าร้องไห้เลย ไปกันเถอะ"

พูดพลางคว้ามือของเขาเดินมุ่งหน้าไป

เจ้าตัวเล็กรู้ดีว่า พอเดินจากไปคราวนี้ วันข้างหน้าคงไม่ได้เจอคุณแม่อีกแล้วจริงๆ เขาเสียใจ เสียใจเป็นที่สุด ทว่าเขากลับไม่กล้าร้องไห้ คุณพ่อบอกว่าผู้ชายต้องเข้มแข็ง การร้องไห้แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าร้องไห้ส่งเสียงออกมา ได้แต่กดสะอื้นเบาๆ สะอื้นด้วยความเสียใจอย่างหนักหน่วง

ตอนที่สองพ่อลูกกำลังจะก้าวขึ้นรถ ทว่ากลับได้ยินเสียงนุ่มนวลร้องเรียกขึ้นว่า "เสี่ยวหยวน"

เสี่ยวหยวนขยี้ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาแล้วหันไปมอง ก็เห็นคุณแม่กำลังรีบก้าวเท้าเดินตรงมาหาเขา

"คุณแม่?"

การได้เห็นคุณแม่ปรากฏตัวขึ้นมากะทันหัน ทำเอาเขานิ่งอึ้งไป จนลืมข้อตกลงที่ตกลงไว้กับคุณพ่อว่า หากคุณแม่อย่างจำไม่ได้ ให้เรียกว่าคุณน้าไปก่อน

หลินชิงชิงมองเห็นเจ้าตัวเล็กร้องไห้มาแต่ไกล เธอจึงเร่งก้าวเท้าไวขึ้นโดยสัญชาตญาณ เดินมาหยุดตรงหน้าเขาแล้วย่อตัวลง หยิบกระดาษทิชชูออกมาช่วยเช็ดน้ำตาให้เขาจนสะอาด

เจ้าตัวเล็กลูกชายยังคงตั้งสติไม่ได้ เมื่อครู่นี้ยังเสียใจกับการไม่ได้พบหน้าคุณแม่อีกแล้วอยู่เลย ทว่าหมุนตัวกลับมา คุณแม่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

คุณพ่อบอกว่าคุณแม่จำเรื่องราวได้แล้ว ทว่าพอคุณแม่จำได้แล้วกลับยังคงยินยอมเข้ามาใกล้ชิดเขาขนาดนี้ แถมยังยินยอมเช็ดน้ำตาให้เขาอีกเหรอ?

คุณแม่ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้นี่นา คุณแม่เกลียดเขานี่นา

เพราะฉะนั้นเขาจึงเอ่ยเรียกอย่างไม่แน่ใจอีกครั้ง "คุณแม่?"

หลินชิงชิงถกแขนเสื้อของเขาขึ้น จ้องมองรอยแผลเป็นรูปทรงกลมนั้น เธอนึกไปถึงภาพเหตุการณ์ในคราวนั้น ยามที่เขาถูกน้ำร้อนลวกจนเจ็บปวดร้องไห้เสียงดังลั่น เขาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยโวยวายมาโดยตลอด เด็กที่ว่าง่ายและชอบยิ้มขนาดนั้น ทว่าคราวนั้นกลับร้องไห้เสียงดังขนาดนั้น จินตนาการได้เลยว่ายามนั้นเขาเจ็บปวดขนาดไหน

หัวใจคล้ายถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทงเข้าอย่างจัง เธอข่มเสียงสะอื้นเอ่ยถามเขา "เจ็บไหมครับ?"

ทว่าเขากลับสั่นหัวตอบเหม่อๆ "ไม่เจ็บครับ"

น้ำเสียงนุ่มฟู ไร้เดียงสา แถมยังแฝงไว้ด้วยเสียงสะอื้น ฟังดูน่าสงสารจับใจคนฟังเหลือเกิน

หยาดน้ำตาไม่รู้ไหลซึมออกมาเต็มขอบตาตั้งแต่เมื่อไหร่ ในที่สุดเธอก็อดไม่ได้ที่จะดึงเขาเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมอก กอดไว้แน่นๆ

ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ แม้จะเป็นการทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ ทว่ามันก็คือการทำร้ายไปแล้วจริงๆ

อันที่จริง ตั้งแต่แรกเห็นเขา เธอก็รู้สึกได้ถึงความสนิทสนมบางอย่างบนตัวเขา ที่แท้เขาก็คือลูกของเธอนี่เอง

เป็นลูกน้อยของเธอที่มีสายเลือดผูกพันกับเธอโดยตรง

เจ้าตัวเล็กถูกเธอกอดไว้ก็งุนงงไปชั่วขณะ เอ่ยเรียกข้างหูเธออย่างไม่แน่ใจอีกครั้ง "คุณแม่?"

บนตัวเขามีก่อนกลิ่นหอมของนมสดบางเบา ลูกชายของเธอยังเล็กขนาดนี้ ตัวเล็กนิดเดียวเอง เลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ เขาว่าง่ายขนาดนี้เชียวหรือ แล้วเธอทำใจเกลียดเขา ทำร้ายเขาลงคอได้อย่างไรกัน?

เธอซุกใบหน้าลงบนไหล่เล็กๆ ของเขา จากเสียงสะอื้นเปลี่ยนเป็นไห้ไห้เสียงเบา จนกระทั่งสุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้โฮออกมา

"ขอโทษนะเสี่ยวหยวน ขอโทษ ขอโทษนะลูก" เธอเอ่ยบอกเขาทั้งน้ำตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เด็กชายตัวน้อยเอาแก้มถูหัวเธอ มือน้อยๆ อวบๆ ลูบหัวเธอ เอ่ยปลอบประโลม "คุณแม่ไม่อ้องนะ"

พอได้ยินคำนี้ เธอกลับยิ่งร้องไห้สะอื้นหนักขึ้นไปอีก

เธอนึกถึงวันที่เธอทำบุหรี่ลวกรอบแขนเขา เด็กวัยสองขวบยามนั้นยังเดินไม่มั่นคง โซเซเดินเข้ามาหาเธอ พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้นุ่มฟูว่า "คุณแม่ไม่อ้องนะ"

ทำไมเธอถึงได้เลวร้ายขนาดนี้นะ?

เด็กน้อยมีน้ำตาคลอเบ้า ทว่าเขากลับยังคงอดกลั้นไม่ร้องไห้ ใช้นิ้วมือป้อมๆ ช่วยเช็ดน้ำตาให้เธออย่างงกๆ เงิ่นๆ

ดวงตาคู่โตของเขาแดงเรื่อ ปลายจมูกเล็กๆ ก็แดงเรื่อเช่นกัน บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตา แม้จะเข้มแข็งเอ่ยปลอบประโลมเธอ ทว่าท่าทางของเขากลับยิ่งชวนให้คนสงสารจับใจ

หลินชิงชิงตั้งใจเช็ดรอยน้ำตาบนใบหน้าของเขาจนสะอาด จากนั้นเธอถึงหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล อี้เซ่อเยียนคล้ายจะเหม่อลอยไป สบสายตาที่มองมาของเธอ เขานิ่งอึ้งไปนานสองนานกว่าจะตั้งสติได้

ไม่รู้ทำไม การเผชิญหน้ากับเขาทำให้หลินชิงชิงรู้สึกทำตัวไม่ถูก ไม่สามารถเผชิญหน้ากับเขาได้อย่างผ่อนคลาย ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและดูสูงส่งยากจะเข้าใกล้คนนี้ ตั้งแต่แรกเริ่มก็เป็นเช่นนี้ ยามนี้ยิ่งเป็นหนักขึ้นไปอีก

หลินชิงชิงก้มหน้าลงไม่กล้ามองเขา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยขึ้นว่า "ฉัน... จำเรื่องราวในอดีตไม่ได้แล้ว และก็จำไม่ได้ว่าเคยแต่งงานกับคุณ จำไม่ได้ว่ามีเสี่ยวหยวน แบบนี้คุณจะไม่ถือสาเหรอคะ?"

อี้เซ่อเยียน : "..."

เธอ... หมายความว่ายังไง? ทำไมถึงถามขึ้นมากะทันหันแบบนี้?

เธอถึงขั้นเอ่ยถามเขาว่าถือสาไหมอย่างนั้นเหรอ? ผู้หญิงคนนั้น คนที่ไม่เคยชายตามองเขาเลยสักครั้ง ยามนี้กลับกำมือทั้งสองข้างไว้แน่นด้วยความตื่นเต้น กังวล เอ่ยถามเขาว่าจะถือสาเธอไหม?

เธอช่าง...

สีหน้าเคร่งเครียดและกดดันในตอนแรกราวกับหิมะละลาย หายไปจากใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นแจ่มใส ประกายความหวังปรากฏขึ้นก้นบึ้งดวงตา มุมปากของเขาขยับเล็กน้อย ราวกับรอยยิ้มกำลังจะเบ่งบานบนใบหน้าของเขา

ทว่าเขายังคงผ่อนคลายและสงบเยือกเย็น เหมือนเช่นเคยเป็นมา เขายิ้มออกมาอย่างเรียบง่าย แล้วพูดว่า "ไม่ถือสาหรอกครับ"

หลินชิงชิงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แล้วพูดต่อว่า "ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้คุณมารับฉันนะคะ วันนี้ฉันขอกลับไปเก็บของก่อน"

ให้เขามารับเธอ แสดงว่าเธอจะกลับไปพร้อมกับพวกเขาอย่างนั้นเหรอ? เมื่อครู่นี้เขายังคิดว่าชาตินี้เธอคงจะไม่มาหาสู่กับพวกเขาอีกแล้วเสียอีก...

ประกายความหวังในก้นบึ้งดวงตายิ่งเข้มข้นขึ้น มือทั้งสองข้างที่วางอยู่ข้างลำตัวกำแน่น ราวกับกำลังใช้สิ่งนี้สะกดข่มอะไรบางอย่างเอาไว้ ทว่าน้ำเสียงยามเขาพูดกลับยังคงราบเรียบ ไม่มีคลื่นอารมณ์ใดๆ "ครับ"

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-2564faf1/8

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

Victoria Z.SkyVictoria Z.Sky ✓ดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย