เกิดใหม่ยุคดวงดาว ปลูกผักบนดาวขยะ
ตอนที่ 19 — 019
บทที่ 19 เรียกผู้ปกครอง
ทันทีที่สิ้นเสียง พวกลูกสมุนก็หัวเราะลั่น “ฮ่า ๆ ๆ เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?”
อีกคนรีบรับมุก “เธอบอกว่าไม่ยอม”
“ลูกพี่ของพวกเราแค่มาแจ้งให้เธอรู้ ไม่ได้มาถามความเห็น ความสมัครใจของเธอไม่ได้สำคัญ เข้าใจไหมว่าลูกพี่ของพวกเราเป็นใคร?”
“เขาเป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่สุดในโรงเรียน พลังจิตระดับ B สมรรถภาพร่างกายระดับ A เป็นอัจฉริยะที่จะได้เป็นนักรบดวงดาวในอนาคตเชียวนะ”
เด็กหนุ่มผมม่วงส่งเสียง “ฮึ” อย่างให้ความร่วมมือ สีหน้ายิ่งหยิ่งผยองกว่าเดิม
“นี่คือสิ่งที่ทำให้นายกล้ามาคุกคามคนอื่นงั้นเหรอ?”
มู่จิ่นไม่รอให้พวกเขาพล่ามต่อ ร่างของเธอวูบหายไปจากจุดเดิม หมัดพุ่งตรงใส่หน้าคนที่เป็นหัวหน้าทันที แม้จะออมแรงไว้แล้ว แต่ฟันของเด็กหนุ่มผมม่วงก็ยังหลุดกระเด็นออกมาหลายซี่ พวกลูกสมุนที่เหลือกรูกันเข้ามารุมเธอในคราวเดียว
แน่นอนว่าจุดจบของพวกเขาก็ไม่ต่างจากลูกพี่นัก มู่จิ่นเตะคนสุดท้ายกระเด็นออกไป ก่อนปัดฝุ่นบนมือ “ไม่ทนมือเอาเสียเลย แค่นี้ยังเรียกว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งอีก คุยโวเสียใหญ่โตเกินจริงซะไม่มี...หึ”
พูดจบเธอก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงเสียงครวญครางดังระงมอยู่เต็มพื้น
ตั้งแต่ซื้อดาวทั้งดวงมา มู่จิ่นก็ทุ่มเทให้กับการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมาโดยตลอด ส่วนเรื่องอื่นยังคงให้ผู้บริหารเมืองจินซาจัดการเหมือนเดิม ทุกปีเธอเพียงรอรับบัญชีรายได้ก็พอ
เพราะอายุของดาวใกล้สิ้นสุดลง คนส่วนใหญ่จึงย้ายถิ่นฐานไปยังดาวดวงอื่น
ตอนนี้ประชากรทั้งดาวเหลือไม่ถึงหนึ่งแสนคน หลังจากมู่จิ่นซื้อดาวมาแล้วก็แจ้งผู้บริหารเมืองจินซาว่า ต่อจากนี้ห้ามใครเข้ามาตั้งถิ่นฐานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเธอ
ภูเขาขยะส่วนใหญ่บนดาวถูกพลังจิตของเธอบดทำลายจนสลายไปในช่วงที่พลังจิตคลุ้มคลั่ง ส่วนเศษซากที่เหลือก็ถูกเครื่องย่อยสลายขยะจัดการต่อ
มู่จิ่นใช้เวลาหกปีปลูกป่าเล็ก ๆ ขึ้นมาได้หนึ่งผืน ส่วนบริเวณใกล้ลานบ้านเป็นสวนผลไม้ขนาดเล็กพื้นที่ประมาณห้าหมู่
สวนผลไม้แบ่งออกเป็นหลายเขต แต่ละเขตปลูกผลไม้ต่างชนิดกัน
ระบบหมุนเวียนพลังงานของดาวที่เคยพังทลายก็กำลังค่อย ๆ ฟื้นตัว ตอนนี้ทุกสามวันเธอต้องออกไปตรวจพื้นที่ และถือโอกาสดูแลพืชในสวนผลไม้ไปพร้อมกัน
งานฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเองก็หยุดไม่ได้ ต้นกล้าเธอเพาะเองได้ ส่วนการปลูกมีหุ่นยนต์ช่วย พ่อกับแม่ดูแลร้านออนไลน์ ขณะที่พี่สาวดูแลแปลงผัก ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ดีขึ้น เพียงแต่รายได้จากภาษีของทั้งดาวยังน้อยกว่ารายได้ร้านเพียงเดือนเดียวเสียอีก
แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ทุกปียังต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาลสหพันธรัฐด้วย เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องให้เธอจัดการเอง เพราะจำนวนภาษีขึ้นอยู่กับรายได้ของดาว
คนบนดาวหมายเลข 007 ต่างรู้กันว่าดาวซึ่งเดิมไม่มีเจ้าของถูกใครบางคนซื้อไปแล้ว แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่าเจ้าของดาวคือใคร
แม้แต่ผู้บริหารเมืองก็ยังไม่เคยพบเจ้าของดาวตัวจริง ติดต่อกันผ่านอุปกรณ์สื่อสารเท่านั้น
แต่ทุกคนรู้สึกได้ว่าอากาศดูเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อย อีกทั้งม่านป้องกันระดับ C เก่าทรุดโทรมก็ถูกเปลี่ยนเป็นม่านป้องกันระดับ A อันใหม่แล้ว
ทุกอย่างกำลังดีขึ้น บางทีดาวดวงนี้อาจไม่ถูกทำลายก็ได้
หลังกลับถึงบ้าน มู่จิ่นก็ไปดูมันฝรั่งสายพันธุ์ใหม่ที่เพาะขึ้นมาก่อนเหมือนทุกวัน มันฝรั่งในยุคดวงดาวปลูกยากจริง ๆ หากควบคุมไม่ดีมันก็จะเอาแต่แตกใบโดยไม่สร้างหัว พี่สาวล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกที่เธอลองปลูกเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน หลังจากนั้นจึงต้องควบคุมพลังพิเศษอย่างแม่นยำถึงจะปลูกสำเร็จ
อีกทั้งคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อจากเครือข่ายดวงดาวก็ไม่ค่อยดีนัก มู่จิ่นจึงตั้งใจคัดเลือกและเพาะเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีขึ้นมาเอง
แบบนี้พี่สาวก็สามารถนำไปใช้ได้ ต่อไปไม่ต้องเสียเงินซื้ออีก
แสงสีเขียววาบขึ้น เนี่ยนซีบินเข้าไปเล่นในแปลง หลังตรวจดูการเจริญเติบโตของมันฝรั่งกับมันเทศเรียบร้อย มู่จิ่นก็ทักทายพ่อแม่ก่อนกลับเข้าห้อง
ไข่สีขาวที่มีลวดลายสีทองวางอยู่ในที่นอนแมว มู่จิ่นถ่ายพลังพิเศษเข้าไปในไข่ตามปกติ
“เมื่อไหร่จะยอมออกจากไข่สักทีนะ? ผ่านมาตั้งหกเดือนแล้ว ทั้งที่ข้างในมีพลังชีวิตอยู่ชัด ๆ”
เมื่อครึ่งปีก่อน หลังช่วงพลังจิตคลุ้มคลั่งของมู่จิ่นผ่านพ้นไป ไข่ใบนี้ก็ตกลงมาจากฟ้าพร้อมเสียงดังสนั่นและหล่นอยู่ข้างตัวเธอ
พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงนำไข่กลับมาด้วย
จากนั้นผ่านไปหนึ่งเดือน ไข่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เปลือกไข่ยังแข็งมากจนเครื่องรักษาไม่สามารถตรวจสอบภายในได้
จนกระทั่งมู่จิ่นถ่ายพลังพิเศษเข้าไป ถึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตภายในไข่ และพบว่าเจ้าตัวเล็กข้างในกำลังดูดซับพลังสายพฤกษาที่เธอส่งเข้าไป จากนั้นเธอจึงถ่ายพลังสายพฤกษาให้ไข่ทุกวัน
ผ่านมาครึ่งปีเช่นนี้ เจ้าตัวเล็กข้างในก็ยังไม่ยอมออกจากไข่
บนเครือข่ายดวงดาวเองก็ไม่มีข้อมูลไข่ชนิดใดที่มีลักษณะคล้ายกัน จึงไม่สามารถระบุได้ว่ามันเป็นสัตว์กลายพันธุ์สายพันธุ์ไหน
เธอถึงขั้นปล่อยจินตนาการไปไกลว่าอาจเป็นไข่มังกร ไม่ว่าจะเป็นมังกรเทพแบบตะวันออก หรือมังกรมีปีกแบบตะวันตกก็ดูเท่ทั้งนั้น
หลังปล่อยจินตนาการแบบเด็ก ๆ ให้ตัวเองสนุกอยู่พักหนึ่ง มู่จิ่นก็ต้องยอมรับว่า แม้ยุคดวงดาวจะดูเหนือจริงอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น อย่างไรก็ตาม ในบรรดาร่างจิตกลับมีมังกรที่เธอชื่นชอบปรากฏอยู่จริง
อย่างร่างจิตของพลเอกเหวินซ่งจินแห่งสหพันธรัฐก็เป็นมังกรทองห้าเล็บ ตอนมู่จิ่นเห็นข้อมูลจากเครือข่ายดวงดาวครั้งแรกถึงกับตกตะลึงไปไม่น้อย
ส่วนฟู่ชิงโจว ดาราที่แม่กับพี่สาวชื่นชอบ ร่างจิตของเขากลับเป็นแพนด้า
ร่างจิตของพ่อคือสุนัขเลี้ยงแกะ ส่วนของแม่เป็นแมวขาวพันธุ์แร็กดอลล์ ของพี่สาวเป็นดอกทานตะวันสีชมพูขาว ส่วนร่างจิตของเธอเองกลับเป็นตัวเธอในรูปลักษณ์ภูตจากเทพนิยาย
มู่จิ่นสงสัยอย่างจริงจังว่า ชาติก่อนเธออาจหมกมุ่นกับภูตมากเกินไป ชาตินี้ร่างจิตถึงได้มีรูปลักษณ์พิเศษขนาดนี้
มู่จิ่นทิ้งตัวนอนแผ่อย่างเกียจคร้านบนโซฟา พลางรู้สึกว่าถึงเวลาต้องจัดการดาวดวงนี้อย่างจริงจังเสียที เดิมทีคนก็มีไม่มากอยู่แล้ว พวกที่ชอบสร้างปัญหาก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้
อย่างไรเสียรายได้เพียงน้อยนิดของดาวก็ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอ ตั้งแต่ซื้อดาวมา เธอยังลดภาษีลงไปบางส่วนด้วย นอกจากคนส่วนน้อยแล้ว คนส่วนใหญ่ล้วนยากจน ขยะที่เคยนำไปแลกเงินได้ก็หมดแล้ว ตอนนี้จึงทำได้เพียงไปทำงานตามโรงงานบางแห่ง
เพราะค่าซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ไม่ถูก การใช้แรงงานคนจึงคุ้มค่ากว่า ทุกคนต่างใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างจำใจ เพราะอย่างไรดาวดวงนี้ก็ใกล้จะสิ้นอายุอยู่แล้ว
หรือจะให้ผู้บริหารเมืองจางประกาศภารกิจบางอย่างดี? งานเก็บกวาดขยะคงปล่อยให้ครอบครัวเธอทำอยู่บ้านเดียวไม่ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ มู่จิ่นก็รีบบันทึกเอาไว้ในอุปกรณ์สื่อสาร หลังระบบหมุนเวียนพลังงานของดาวฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว สามารถพิจารณาพัฒนาการท่องเที่ยวได้ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็สร้างขึ้นใหม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสวนกุหลาบ ทุ่งลาเวนเดอร์ หรืออะไรทำนองนั้น
ในยุคดวงดาวที่พืชหายาก เรื่องแบบนี้เหมาะพอดีไม่ใช่หรือ?
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ... เก็บกวาดขยะ ( ̄(エ) ̄) ปลูกหญ้า ปลูกต้นไม้ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่วนทะเลดอกไม้ก็ต้องให้เธอปลูกเองทั้งหมด แค่คิดก็รู้แล้วว่าเป็นงานใหญ่
ปลูกเสร็จยังต้องดูแลต่อ เพราะพืชเหล่านี้ค่อนข้างบอบบาง โดยเฉพาะกุหลาบ จนถึงตอนนี้เธอยังซื้อทั้งเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าไม่ได้เลย
พี่สาวเคยบอกว่าสาขาเพาะปลูกของสถาบันลั่วซ่าต้องมีเมล็ดพันธุ์พืชสารพัดชนิดอย่างแน่นอน ดังนั้นขอเพียงพี่สาวสอบเข้าได้ สวนหลังบ้านของเธอก็จะเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการเสียที
ตอนนี้มีเพียงดอกเดซี่กับลาเวนเดอร์สองชนิด ส่วนลาเวนเดอร์นั้นเธอจ่ายเงินก้อนใหญ่ซื้อจากร้านอย่างเป็นทางการของสถาบันวิจัยลั่วซ่า
ว่ากันว่ามันเพาะปลูกยากมาก แต่ลาเวนเดอร์มีสรรพคุณช่วยให้จิตใจสงบ ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น และผ่อนคลายความตึงเครียด มู่จิ่นต้องทนทุกข์กับพลังจิตคลุ้มคลั่งมาหลายปี อารมณ์จึงไม่ค่อยมั่นคง เธอเลยวางกระถางลาเวนเดอร์ไว้ในห้องนอนหลายกระถาง ส่วนน้ำมันหอมที่สกัดออกมาก็เป็นที่ชื่นชอบของคนในครอบครัวเช่นกัน แต่พืชที่มีคุณสมบัติพิเศษแบบนี้ใช้พลังพิเศษในการเพาะปลูกมากจริง ๆ สำหรับนักเพาะปลูกทั่วไปจึงถือว่าปลูกยากมาก
อย่างไรเสียมันก็เป็นของดีที่ช่วยบรรเทาความไม่เสถียรของพลังจิต ส่วนลาเวนเดอร์ในห้องของมู่จิ่นและห้องของคนในครอบครัวล้วนเป็นสายพันธุ์ที่เธอตั้งใจเพาะขึ้นมาเป็นพิเศษ ประสิทธิภาพในการช่วยให้สงบและผ่อนคลายจึงดีกว่ามาก ส่วนที่ปลูกในลานหลังบ้านให้ผลธรรมดามาก ฤทธิ์คงมีเพียงหนึ่งในสิบของที่อยู่ในห้องนอน ╭(╯^╰)╮ เพราะต้นที่ลานหลังบ้านปลูกเอาไว้เพื่อความสวยงามเป็นหลัก
วันต่อมา ทันทีที่เลิกเรียน มู่จิ่นก็ถูกอาจารย์พาไปยังห้องผู้อำนวยการ
เพิ่งก้าวเข้าไปในห้อง เธอก็เห็นสวีมู่นั่งอยู่ตรงนั้น ข้างกันมีชายหญิงวัยกลางคนหลายคนที่กำลังเดือดดาล ส่วนด้านหลังพวกเขาคือเด็กหนุ่มผมหลากสีหลายคนที่ใบหน้าฟกช้ำบวมปูด ก็คือพวกที่ถูกเธอซ้อมเมื่อวานนั่นเอง ถึงกับไม่ยอมใช้แคปซูลรักษา ฝืนทนสภาพนี้มาจนถึงวันนี้เพื่อมาฟ้องผู้ปกครอง ส่วนผู้อำนวยการก็นั่งอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-26011951/19
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย