หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย
ตอนที่ 1 — บทที่ 1
“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานแต่งของฉัน ถ้ามีอะไรดูแลไม่ทั่วถึง ก็ต้องขออภัยด้วย”
“ฮ่าๆ เกรงใจเกินไปแล้ว วันนี้ทั้งอาหารทั้งเหล้ายอดเยี่ยมมากเลยล่ะ!”
“เจียเย่า คืนเข้าหอมีค่าดั่งทองคำ รีบกลับไปกอดเจ้าสาวเถอะ!”
“ใช่ๆ รีบกลับไปหาเจ้าสาวได้แล้ว ไม่ต้องมาส่งพวกเราแล้ว!”
...
หลังจากส่งแขกกลุ่มสุดท้ายกลับไปแล้ว จางเจียเย่าก็แทบจะทนรอไม่ไหวที่จะกลับเข้าห้อง น้ำเสียงของเขาแฝงความตื่นเต้นเอาไว้
“แม่ ฉันกลับเข้าห้องก่อนนะ แม่กับพ่อก็รีบนอนล่ะ”
แม่จางมองลานบ้านที่เต็มไปด้วยจานชามและเศษอาหารเลอะเทอะ ก่อนเรียกลูกชายไว้
“ไปเรียกเมียแกออกมาหน่อย แม่มีเรื่องจะคุยกับเธอ”
จางเจียเย่าขมวดคิ้วทันที
“แม่ จะพูดอะไรตอนนี้ล่ะ รอพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ?”
แม่เขานี่จริงๆ เลย ไม่รู้หรือไงว่าคืนเข้าหอมันสำคัญแค่ไหน
แม่จางพูดอย่างอารมณ์เสีย “แกแต่งงานกับสาวชาวประมงนะ ถ้าแม่ไม่สอนกฎของบ้าน แล้วจะสอนให้เธอเป็นสะใภ้ที่ดีได้ยังไง?”
เด็กสาวจากครอบครัวชาวประมงที่ไม่มีที่ดินทำไร่ทำนา แม้แต่บ้านดีๆ ยังไม่มี ต้องอยู่กันในกระท่อมไม้ไผ่ งานไร่งานนาก็ทำไม่เป็น อาศัยแค่หน้าตาสะสวยมาล่อลวงลูกชายของเธอได้เท่านั้น
ถ้าไม่รีบตั้งกฎเกณฑ์เอาไว้ตั้งแต่แรก ก็อย่าหวังเลยว่าจะเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านจางได้ง่ายๆ
จางเจียเย่าพูดอย่างอ่อนใจ
“เอาไว้พรุ่งนี้เถอะแม่! วันนี้เป็นวันมงคลนะ มาพูดเรื่องกฎบ้านตอนนี้มันเสียบรรยากาศจะตาย”
อย่ามาพังอารมณ์คืนเข้าหอของเขากับภรรยาเลย
เขารู้อยู่แล้วว่าแม่เตรียม “กฎบ้าน” ไว้เป็นชุด โดยให้น้องสาวของเขาเป็นคนเขียนลงกระดาษ ส่วนเนื้อหาข้างในเขียนว่าอะไรบ้างนั้นเขาไม่รู้ เดิมทีนึกว่าจะเอาไว้ใช้พรุ่งนี้เช้า ใครจะคิดว่าแม่จะเรียกมาตอนนี้
คนเพิ่งจะแต่งเข้าบ้านแท้ๆ แม่ของเขาก็จะมาสอนกฎบ้านเสียแล้ว ถ้าหนิงหนิงไม่พอใจขึ้นมา สุดท้ายคนที่ต้องไปง้อก็เป็นเขาอีก
เสียเวลาเปล่าๆ!
ขอแค่คืนนี้ผ่านไป ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ทุกอย่างก็สายเกินแก้แล้ว หลังจากนั้นแม่จะตั้งกฎอะไรก็ตั้งไปเถอะ ยังไงเธอก็เป็นภรรยาเขาแล้ว จะหนีไปไหนได้?
แน่นอนว่าตอนนี้เธอก็หนีไม่ได้เหมือนกัน แต่งงานกันแล้วนี่ แต่ถ้ามัวเสียเวลาพูดเรื่องกฎบ้านอะไรตอนนี้ ก็จะถ่วงเวลาเข้าหอของเขา
แม่จางเหลือบมองลูกชาย
“กฎของบ้านจาง สะใภ้ใหม่แต่งเข้ามาคืนแรกก็ต้องฟังกฎระเบียบของบ้านก่อน พอเธอรับปากแล้ว พ่อกับแม่ก็จะให้ซองแดงสิบหยวน รับซองแดงแล้วถึงจะถือว่าเป็นสะใภ้บ้านเราอย่างแท้จริง”
รอพรุ่งนี้น่ะเหรอ?
ถ้าปล่อยให้ลูกชายขึ้นเตียงกับเธอก่อน พอได้ลิ้มรสความหวานแล้ว ก็มีแต่จะโดนเป่าหูง่ายขึ้น
ดังนั้นก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าหอ เธอต้องรีบวางกฎเกณฑ์ให้ลูกสะใภ้ใหม่ไว้ก่อน จะได้ควบคุมให้อยู่หมัด
พอได้ยินว่ามีซองแดงสิบหยวน จางเจียเย่าก็ยอมอย่างเสียไม่ได้
“ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันไปเรียกเธอมา แต่แม่อย่านานนักล่ะ”
สิบหยวนไม่ใช่เงินน้อยๆ จางเจียเย่าจึงรีบวิ่งกลับไปยังห้องหอทันที
แม่จางรีบกำชับ
“เรียกมาที่ห้องโถงนะ พ่อกับแม่จะรออยู่ที่นั่น”
“รู้แล้วแม่”
มองท่าทางร้อนใจของลูกชายแล้ว แม่จางก็กลอกตา ผู้ชายก็เป็นเสียแบบนี้ พอถอดกางเกงแล้วก็ลืมไปเลยว่าใครเป็นแม่!
ตอนนี้ใจของลูกชายไปผูกติดอยู่กับสาวชาวประมงคนนั้นหมดแล้ว ถ้าไม่ตั้งกฎให้ชัดเจนก่อนที่พวกเขาจะเข้าหอกัน ต่อไปพอโดนเป่าหูเข้า ยังจะเห็นหัวแม่คนนี้อยู่อีกไหม? คำกล่าวที่ว่า “มีเมียแล้วลืมแม่” น่ะ ไม่ได้พูดกันเกินจริงหรอกนะ
…
ตอนจางเจียเย่ากำลังมาที่ห้องหอ จี้หนิงก็กำลังนั่งมองห้องนี้อยู่
ห้องหอเป็นบ้านก่ออิฐเรียบๆ หน้าต่างบานไม้ลายตารางมีกระดาษฉลุตัวอักษรมงคลคู่สีแดงสดแปะเอาไว้ ในห้องมีตะเกียงน้ำมันก๊าดให้แสงสลัวๆ เผยให้เห็นกะละมังเคลือบลายดอกโบตั๋น แก้วน้ำเคลือบลายดอกโบตั๋น กาน้ำร้อนลายดอกโบตั๋น แม้แต่กระโถนก็ยังเป็นลายดอกโบตั๋น ผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มสีแดงสดลายดอกไม้บานสะพรั่ง ทุกอย่างดูใหม่เอี่ยมไปหมด
นี่มัน…ห้องหอตอนที่เธอแต่งงานกับจางเจียเย่าไม่ใช่เหรอ?
ถ้าอย่างนั้น เธอก็ได้เกิดใหม่จริงๆ น่ะสิ?
ระบบนั่นไม่ได้หลอกเธอ?
แค่เธอผูกกับระบบ ก็ได้รับโอกาสกลับมาเริ่มต้นใหม่จริงๆ?
พอคิดถึงตรงนี้ มือของจี้หนิงก็สั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
เธอย้อนกลับมายังคืนวันแต่งงาน… งั้นก็แปลว่าพ่อกับน้องชายยังไม่ตายน่ะสิ?
จี้หนิงลุกพรวดขึ้นทันที แล้วรีบวิ่งไปทางประตู
แต่ประตูไม้กลับถูกผลักเปิดจากด้านนอกก่อน พร้อมเสียงเอี๊ยดเบาๆ
“ภรรยา แม่ฉันเรียกพวกเราออกไปหน่อย บอกว่าจะให้ซองแดงน่ะ”
จี้หนิงตอบสนองได้ไว เธอถอยหลังไปสองก้าวแล้วมองดูผู้มาใหม่ ชายหนุ่มส่วนสูง 170 กว่าเซนติเมตร มีรูปหน้าได้รูป เครื่องหน้าหมดจด ผิวคล้ำเล็กน้อย หน้าตาถือว่าหล่อเหลาดูสดใส
นี่คือจางเจียเย่าจริงๆ จางเจียเย่าที่อยู่ในความทรงจำของเธอ
จางเจียเย่าตาเป็นประกาย “ภรรยา เธอสวยจริงๆ”
แสงสว่างจากนอกลานบ้านสาดส่องเข้ามา กระทบลงบนใบหน้าของจี้หนิง ชุดแต่งงานสีแดงสดขับให้ผิวพรรณของเธอขาวอมชมพู ดูเปล่งปลั่งนวลเนียนน่าสัมผัส
ในละแวกสิบลี้แปดหมู่บ้านนี้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนสวยไปกว่าภรรยาของเขาอีกแล้ว ไม่มีใครผิวผุดผ่อง ขาวกระจ่างใสเท่าภรรยาของเขาเลย
พูดกันตามตรง ไม่ว่าจะเป็นสาวชาวประมง สาวชาวนา หรือแม้แต่หญิงสาวในเมือง ก็แทบไม่มีใครผิวพรรณเนียนละเอียดเหมือนกับหนิงหนิง
เธอสวยราวกับนางเอกในเรื่องเล่าจากวิทยุไม่มีผิด ผิวขาวเนียนนุ่มราวกับไข่ต้มที่เพิ่งปอกเปลือก ชวนให้คนอดใจไม่ไหวอยากจะลองกัดดูสักคำ
จางเจียเย่าคิดเช่นนั้น และเขาก็ทำเช่นนั้นจริงๆ เขาปิดประตูลง กางแขนออกโผเข้ากอดจี้หนิงอย่างทนไม่ไหว ยื่นปากเตรียมจะจูบเธอ
จี้หนิงรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอผลักเขาออกและรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
จางเจียเย่าที่ถูกผลักจนเซไปชนประตูอย่างไม่ทันตั้งตัว มองดูเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “ภรรยา พวกเราแต่งงานกันแล้วนะ!”
เมื่อก่อนเธอเอาแต่หลบเลี่ยงเขาตลอดก็แล้วไปเถอะ แต่ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของเขาแล้ว หอมสักฟอด กัดสักคำก็ยังไม่ได้หรือไง?
การกระทำของจี้หนิงเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณ จิตใต้สำนึกของเธอรู้สึกขยะแขยง ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอสะอิดสะเอียนเหลือเกิน!
ชาติที่แล้วตอนที่แต่งงานกับเขา หลังจากเข้าหอกันในคืนส่งตัวแล้ว บนผ้าปูที่นอนกลับไม่มีรอยเลือด เขาจึงสงสัยว่าเธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์
เขาตบหน้าเธอฉาดใหญ่ตรงนั้น และถ่มน้ำลายใส่เธออย่างดูถูก
“ถุย! ที่แท้ก็ของเหลือเดน ยังแกล้งทำตัวใสซื่อได้เก่งนี่ ตอนปกติแค่จะแตะมือยังไม่ได้ ฉันก็นึกว่าจะบริสุทธิ์และไร้เดียงสา ที่แท้ก็ผู้หญิงสำส่อน!”
ตอนนั้นแม้เธอจะเสียใจมาก รู้สึกว่าตัวเองถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม แต่ก็คิดว่าเขาแค่เข้าใจผิด ขอแค่อธิบายดีๆ ก็น่าจะพอ
แต่ไม่ว่าเธอจะอธิบายยังไงว่าเธอไม่เคยมีใครมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกของเธอ เขาก็ไม่เชื่อ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หากเขาไม่ทำร้ายจิตใจ ก็มักจะลงไม้ลงมือกับเธออยู่เสมอ ทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบอารมณ์ เขาก็จะมาระบายอารมณ์ใส่เธอ
“เป็นเพราะแต่งงานกับนังรองเท้าขาดๆ อย่างเธอไง ฉันถึงได้ซวยแบบนี้!”
ทุกครั้งที่เห็นเธอคุยกับผู้ชาย ต่อให้อีกฝ่ายแค่เข้ามาถามทาง พอกลับถึงบ้านเขาก็จะลงมือทำร้ายเธอ ด่าทอสารพัด
“นังสารเลว ผู้ชายคนแรกของแกใช่ไอ้นั่นหรือเปล่า?”
“แกคิดจะสวมหมวกเขียว (= สวมเขา) ให้ฉันใช่ไหม นังผู้หญิงสำส่อน!”
แล้วลูกคนแรกของเธอก็ถูกเขาซ้อมจนแท้ง แต่เขากลับพูดว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกตัวเอง!
หลังจากนั้น ตอนที่เธอกำลังท้องลูกคนที่สอง เขายังนอกใจจนเป็นเหตุให้น้องชายเธอต้องตายอีก
ตอนนั้นเธอตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือน น้องชายบังเอิญไปเห็นจางเจียเย่ากำลังพลอดรักกับผู้หญิงคนอื่นที่กองฟาง น้องชายตั้งใจจะวิ่งกลับมาบอกเธอ แต่ดันถูกจางเจียเย่ากับผู้หญิงคนนั้นจับได้เสียก่อน จากนั้นตอนที่จางเจียเย่าวิ่งไล่ตาม น้องชายเธอก็เผลอลื่นตกลงไปในคูน้ำจนหมดสติ
ผู้หญิงคนนั้นดึงตัวจางเจียเย่าเอาไว้ ไม่ให้เขาลงไปช่วยน้องชายของเธอ สุดท้ายน้องชายจึงจมน้ำตายทั้งอย่างนั้น
เรื่องนี้มารู้เอาตอนที่เธอใกล้จะคลอดลูก ผู้หญิงคนนั้นจงใจมาบอกเรื่องนี้กับเธอด้วยตัวเอง เมื่อได้รู้ความจริง เธอจึงคว้ากรรไกรขึ้นมาแทงผู้หญิงคนนั้นและจางเจียเย่าทันที
ผู้หญิงคนนั้นตาย จางเจียเย่าก็ตาย
ส่วนเธอก็ตายเพราะคลอดลูกยาก ตายทั้งกลม!
หนึ่งศพ สองชีวิต เป็นแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน!
ตอนนั้นเธออยากจะตายตั้งนานแล้ว พ่อก็ตาย น้องชายก็ตาย เธอใช้ชีวิตในบ้านจางไม่ต่างอะไรจากหมาตัวหนึ่ง
เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป และยิ่งไม่อยากทิ้งลูกเอาไว้ลำพังบนโลกนี้
หลังจากตายไป วิญญาณของเธอกลับล่องลอยไปทั่วเป็นเวลา 40 ปี ได้เห็นการฟื้นฟูของแผ่นดินจีน ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองในยุคทองอย่างที่เธอคิดไม่ถึงมาก่อน
จนกระทั่งล่องลอยไปถึงวัดแห่งหนึ่ง จู่ๆ ก็มีแสงสีทองสายหนึ่งสาดส่องลงมาบนร่างวิญญาณของเธอ
จากนั้นเธอถูกผูกเข้ากับ ‘ระบบรวบรวมระบบนิเวศทางทะเลของโลก’ และได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง
เธอกลับมาเกิดใหม่แล้วจริงๆ
จี้หนิงมองจางเจียเย่าอย่างเฉยชา ต่อให้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี เธอก็ยังคงรู้สึกขยะแขยงเขาอยู่ดี!
“นายบอกว่า แม่นายจะให้ซองแดงฉันไม่ใช่เหรอ? ก็ไปสิ!”
ชาติที่แล้วก็มีเรื่อง “ซองแดง” เหมือนกัน
แต่ให้ซองแดงน่ะเป็นแค่ข้ออ้าง สิ่งสำคัญจริงๆ คือ 'การตั้งกฎบ้าน' ต่างหาก
ก็ดีเหมือนกัน!
เธอจะได้อาศัยโอกาสนี้พังงานแต่งงานครั้งนี้ให้ย่อยยับไปเลย
ชาตินี้ ใครมีบุญคุณกับเธอ เธอจะตอบแทน ใครมีแค้นกับเธอ เธอก็จะชำระคืน จะไม่ยอมปล่อยไปแม้แต่คนเดียว
จี้หนิงเปิดประตู ก่อนก้าวออกไปข้างนอกอย่างไม่ลังเล