เรียนคุณชาย โปรดปราบปีศาจ
ตอนที่ 80 — ตอนที่ 0080 ความลับของจวนโหว
หลิวเสี่ยวอวี่พักอยู่ในจวนติ้งซานโหวมาได้หลายวัน ในใจยังคงรู้สึกกังวลอยู่ตลอดเวลา คิดอยากจะออกไปตามหาน้องสาว
เดิมทีนางเป็นเพียงปลาคาร์ฟตัวหนึ่งในแม่น้ำจิ่นฮวา และเป็นเพียงตัวเดียวในเผ่าพันธุ์ที่บำเพ็ญตบะจนมีพลังเวทได้ เพียงแต่ยังไม่มากพอที่จะจำแลงร่างเป็นมนุษย์ นึกไม่ถึงว่าวันนั้นตอนที่ออกไปเที่ยวเล่นกับน้องสาว กลับไปชนเข้ากับต้นหู่พั่วจูถีที่ออกผลคู่ นางให้น้องสาวกินผลใหญ่ ได้ตบะห้าร้อยปี ส่วนตัวเองกินผลเล็ก ได้ตบะสามร้อยปี
สองพี่น้องจึงมีพลังเวทมากพอจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้
ทว่าเพิ่งจะกินหู่พั่วจูถีลงไป จู่ๆ ก็มีปีศาจเต่าตัวร้ายพุ่งพรวดออกมาหมายจะกลืนกินสองพี่น้อง พวกนางหลบหนีหัวซุกหัวซุน จนพลัดหลงกันในที่สุด
ก่อนหน้านี้นางเคยบอกน้องสาวไว้ว่าจะไปเจอกันที่เมืองหนานกวน ด้วยเหตุนี้นางจึงรีบเดินทางมาดักรอที่เมืองหนานกวนแต่เนิ่นๆ
นึกไม่ถึงว่า ตอนที่เดินมาถึงหมู่บ้านสกุลหลี่นอกเมืองหนานกวน นางจะได้พบกับเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์หน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นถึงลูกหลานชนชั้นสูง ทว่ากลับมีท่าทีอ่อนโยนเป็นมิตร เข้ามาทักทายถามไถ่ชื่อแซ่และที่มาที่ไปของนาง
นางจึงตอบไปทันทีว่าตัวเองชื่อหลิวเสี่ยวอวี่ เป็นลูกสาวชาวประมงริมฝั่งแม่น้ำ พลัดหลงกับน้องสาว และกำลังตามหาน้องสาวอยู่ในเมืองหนานกวน
เด็กหนุ่มคนนั้นจึงกล่าววาจาเชิญชวนให้นางมาพักที่บ้านของเขาชั่วคราวอย่างใจดี บอกว่าเขาคือ เซี่ยอัน นายน้อยแห่งจวนติ้งซานโหว สามารถใช้กำลังคนของจวนโหวช่วยนางตามหาน้องสาวได้ รับรองว่าจะต้องหาเจอในเร็ววันอย่างแน่นอน ส่วนการที่นางงมเข็มในมหาสมุทรตามหาเองเช่นนี้ย่อมไม่ได้การ
แม้หลิวเสี่ยวอวี่จะเป็นเผ่าปีศาจและมีอายุมาหลายปี ทว่านางไม่เคยออกไปจากแม่น้ำจิ่นฮวาเลย จึงขาดประสบการณ์บนโลกมนุษย์ คุยกันแค่ไม่กี่ประโยคก็ถูกนายน้อยโหวผู้นั้นเกลี้ยกล่อมจนยอมตามกลับมาที่จวนโหว
อยู่ในต่างถิ่นต่างแดน อีกทั้งเด็กหนุ่มคนนั้นยังอ่อนโยนเอาใจใส่ นางผู้มีสติปัญญาไม่ต่างจากเด็กสาวไร้เดียงสาจึงเกิดความรู้สึกดีๆ ให้เขาอย่างรวดเร็ว คิดเพียงว่าตนเองก็เหมือนกับนางปีศาจน้อยในนิทานปรัมปรา ที่เพิ่งมาเยือนโลกมนุษย์ก็พบบุรุษในดวงใจ เพียงแค่รอน้องสาวพบ ก็จะแต่งงานเข้าหอมีลูกกับเขา ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปตราบนานเท่านาน
แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายวัน นางก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติอยู่ลึกๆ นายน้อยโหวผู้นั้นออกบ้านแต่เช้าตรู่และกลับมาตอนดึกดื่น ภารกิจรัดตัว มีเพียงบางครั้งที่แวะเวียนมาดูหน้านาง ส่วนเบาะแสเรื่องน้องสาวนั้นกลับไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย
นางยังไม่ได้สงสัยในคำพูดของเซี่ยอัน เพียงแค่เป็นห่วงน้องสาวที่ใสซื่อไร้เดียงสา หากไม่ 'โชคดี' ได้พบกับ 'คนดี' อย่างเซี่ยอันเหมือนที่นางเจอ แล้วจะเป็นเช่นไร?
ดังนั้นนางจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป ตัดสินใจเดินออกจากห้องไปหาเซี่ยอัน หวังจะบอกเขาว่าตนก็อยากออกไปตามหาน้องสาวด้วย บางทีพี่น้องอาจมีจิตสื่อถึงกัน ออกไปปุ๊บอาจจะหาเจอปั๊บเลยก็ได้
พวกบ่าวไพร่ในจวนโหวหลายวันมานี้เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตานางบ้างแล้ว จึงปล่อยให้นางเดินผ่านไปจนถึงหน้าห้องหนังสือของเซี่ยอันได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค นางพบว่าข้างในมีแสงเทียนสว่างไสว เขาคงจะอยู่ด้านในนั้น
หลิวเสี่ยวอวี่เพิ่งจะเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงสนทนาดังแว่วออกมาจากข้างใน
ภายในห้องหนังสือ
นายน้อยโหวเซี่ยอันกำลังลูบไล้พิณเหยาโบราณรูปทรงเพรียวยาวบนโต๊ะ พลางเดาะลิ้นชื่นชม “แก่นไม้จันทน์โบราณแท้ๆ เอาไปทำเป็นของวิเศษสืบทอดประจำตระกูลได้สบายๆ เลยเชียว แต่กลับเอามาหลอมเป็นแค่พิณไร้ประโยชน์ตัวหนึ่ง ช่างเสียของจริงๆ”
“สำหรับท่านนายน้อยแล้วย่อมถือว่าเสียของ แต่สำหรับผู้ที่รักพิณแล้ว นี่คือของล้ำค่าหาใดเปรียบขอรับ” ผู้ดูแลจวนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะยิ้มประจบประแจง “ท่านโหวเองก็ต้องจ่ายไปไม่น้อย กว่าจะได้พิณตัวนี้มา กำชับว่าท่านต้องไม่ทำให้ความตั้งใจของท่านโหวสูญเปล่าเด็ดขาด”
“ถึงจะมีพิณโบราณถานยวนตัวนี้ ก็เป็นแค่ก้อนอิฐเบิกทางสำหรับเข้าหาเซวียหลิงเสวี่ยเท่านั้นแหละ หากคิดจะคว้าตัวอัจฉริยะแห่งยุคของสำนักหนานอินผู้นั้นมาครอง คงต้องลงแรงอีกไม่ใช่น้อยๆ เลย” เซี่ยอันหัวเราะ “ท่านพ่อช่างหางานดีๆ มาให้ข้าทำเสียจริง”
“ท่านโหวก็แค่ได้ยินข่าวกรองลับที่หลุดรอดมาจากในวัง ว่าแม่นางเสิ่นชิงเหยียนแห่งสำนักหนานอินมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะได้เป็นพระชายาขององค์รัชทายาท ในเมื่อเซวียหลิงเสวี่ยมีความสัมพันธ์อันดีกับนาง หากในอนาคตนางแต่งเข้าจวนโหวของเราได้ อนาคตของท่านนายน้อยก็รุ่งโรจน์แล้วขอรับ” ผู้ดูแลจวนยกยอ “ฝีมือการเอาใจสตรีของท่านนายน้อยนั้นเป็นเลิศอยู่แล้ว เอามาใช้ได้ถูกที่ถูกเวลาพอดี”
“พูดซะอย่างกับว่าข้าเป็นพวกเกาะผู้หญิงกินอย่างนั้นแหละ” เซี่ยอันปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะเซวียหลิงเสวี่ยผู้นั้นก็จัดเป็นหญิงงามล่มเมือง ข้าไม่มีทางตกลงเด็ดขาด”
“ใช่ขอรับๆ” ผู้ดูแลจวนพยักหน้ารับรัวๆ
โดยปกติแล้ว ศิษย์สายในของสำนักหนานอินจะไม่พูดคุยเรื่องความรักฉันหนุ่มสาวในเวลานี้ ต่อให้มีคนรัก ก็ต้องรอจนกว่าการคัดเลือกศิษย์เอกรุ่นนี้จะสิ้นสุดลงเสียก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยออกมาได้ มิเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อความนิยมของตนเองอย่างรุนแรง ซึ่งในอดีตก็มีบทเรียนเลือดและน้ำตามากมายเป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว
เพียงแต่แม้จะไม่ประกาศให้รู้ แต่พวกที่แอบคบหาดูใจกันไว้ล่วงหน้าก็มีไม่น้อย อย่างไรเสียแค่คุยกันลับๆ ก็ไม่มีใครรู้แล้ว
เรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นที่เซี่ยอันอยากจะตามจีบเซวียหลิงเสวี่ยเลยแม้แต่น้อย
แม้บุคคลระดับนี้จะเป็นเทพธิดาที่สูงส่งเกินเอื้อมสำหรับคนนับไม่ถ้วน แต่สำหรับนายน้อยแห่งจวนโหวที่เกิดมาในตระกูลขุนนางชั้นสูงแซ่เซี่ยแล้ว ก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อมจนคว้าไม่ถึงเสียทีเดียว
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น
อีกอย่าง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเซี่ยอัน ยิ่งเป็นเทพธิดาที่ไม่มีใครกล้าเข้าหา ก็ยิ่งจีบติดง่าย ขอเพียงแค่สามารถร่นระยะห่างและก้าวเข้าไปในชีวิตของนางได้ การจะพิชิตใจอีกฝ่ายก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
“จริงสิ เรื่องธุรกิจนั่น เจ้าบอกท่านพ่อข้าแล้วหรือยัง?” เซี่ยอันถาม “เขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียรหวังจะยืดอายุขัย ทรัพยากรทั้งหมดจวนก็เป็นคนจัดหาให้ ถ้าพรรคตงจิงตัดเส้นทางนี้ไปจริงๆ เขาคงไม่มีเวลามาบำเพ็ญเพียรอย่างสุขสบายใจเฉิบแบบนี้หรอก”
“ท่านโหวทราบเรื่องแล้วขอรับ เพียงแต่ตอนนี้ท่านกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการทะลวงระดับ จึงยังไม่มีเวลามาจัดการเรื่องจุกจิกทางโลกพวกนี้... ดังนั้น คงต้องรบกวนท่านนายน้อยช่วยจัดการไปก่อนแล้วขอรับ” ผู้ดูแลจวนตอบอย่างจนใจ
“เฮ้อ พรสวรรค์ของท่านพ่อข้าก็มีแค่นั้น ผลาญทรัพยากรไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ยังไม่ทะลวงไปถึงจุดสูงสุดของขั้นที่หกเสียที หากไม่มีธุรกิจค้ามนุษย์นี่คอยค้ำจุนอยู่ล่ะก็ เกรงว่าทั้งจวนโหวคงถูกเขาสูบจนล่มจมไปแล้ว ทำไมเขาถึงไม่รู้จักล้มเลิกเสียทีนะ?” เซี่ยอันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย
“หากท่านโหวล้มเลิก ก็เท่ากับรอวันตายสิขอรับ” ผู้ดูแลจวนไม่กล้าพูดตรงๆ ทำได้เพียงยิ้มประจบ “สู้เสี่ยงดวงดูสักตั้ง หากบรรลุถึงขั้นที่เจ็ดได้ ก็เท่ากับเปิดโลกใบใหม่เลยนะขอรับ”
“ตายตามอายุขัย...” เซี่ยอันแค่นหัวเราะเย็นชา
ความหมายที่แฝงอยู่ในเสียงหัวเราะนั้นชัดเจนยิ่งนัก ตายแล้วไงล่ะ?
สำหรับภาพพ่อลูกผูกพัน[1]เช่นนี้ ผู้ดูแลจวนย่อมไม่กล้าสอดปาก เขาทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน และหัวเราะแหะๆ ออกมา
พวกเขาสนทนากันอย่างสนุกสนานอยู่ภายในห้อง ทว่าหลิวเสี่ยวอวี่ที่อยู่ด้านนอกกลับฟังแล้วใจหายวาบ นางไร้เดียงสาก็จริง แต่ไม่ได้โง่ ย่อมฟังออกอย่างชัดเจนว่าคำพูดของเซี่ยอันหมายความว่าอย่างไร
ที่แท้บุรุษในดวงใจที่นางคิดไว้ ก็เป็นแค่คนเลวที่จับปลาสองมืออย่างนั้นหรือ?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็อยากจะรีบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ทว่าพอหันหลังกลับ นางก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา “อ๊ะ...”
ปรากฏว่าด้านหลังนาง มีร่างของคนผอมสูงผู้หนึ่งยืนอยู่ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ คนผู้นี้สวมชุดดำสนิท ใบหน้าเย็นชา แววตาเฉยเมย ไร้สุ้มไร้เสียงราวกับภูตผี
“หึหึ” เมื่อเห็นว่าหลิวเสี่ยวอวี่พบตนแล้ว ชายชุดดำก็แค่นหัวเราะ ก่อนจะยกมือขึ้นตบลงบนกลางกระหม่อมของนางโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ปัง
ฝ่ามือเดียวฟาดลงมา หลิวเสี่ยวอวี่ก็สลบเหมือดไปในทันที ต่อให้ร่างปีศาจของนางจะมีตบะหลายร้อยปี ก็ไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้านแม้แต่น้อย
นายน้อยโหวที่อยู่ด้านในเมื่อได้ยินเสียงก็พุ่งตัวออกมา พอเห็นภาพนั้นก็ร้องเรียก “อาจารย์ลู่?”
“ท่านนายน้อย...” ชายชุดดำที่ถูกเรียกว่าอาจารย์ลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “แม่หนูนี่มาแอบฟังอยู่ข้างนอก ข้าเลยจับได้พอดี”
“นางมานานหรือยัง?” เซี่ยอันถาม
“น่าจะสักพักแล้วล่ะ” อาจารย์ลู่ตอบ
“เฮ้อ...” นายน้อยโหวส่ายหน้า ถอนหายใจพลางกล่าว “น่าเสียดายจริงๆ ดูท่าคงจะเก็บนางไว้ไม่ได้แล้วล่ะ ตอนแรกเห็นนางใสซื่อ ก็กะจะคุยเล่นด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์ใจเสียหน่อย น่าเสียดายจริงๆ”
“งั้นข้าฆ่าทิ้งเลยนะ” อาจารย์ลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นธรรมชาติ มือขวาเตรียมจะกดลงบนหัวของหลิวเสี่ยวอวี่อย่างชำนาญ
“เอ๊ะ อย่าให้เสียของสิ” นายน้อยโหวโบกมือ “พานางไปที่ใต้ท้องเรือนอกเมือง แล้วขายไปพร้อมกับสินค้าล็อตหน้าเลยก็แล้วกัน”
“ขอรับ” อาจารย์ลู่จึงยอมชักมือกลับ หิ้วร่างหลิวเสี่ยวอวี่ขึ้นมา ก่อนที่ร่างจะหายวับไปในชั่วพริบตา
เซี่ยอันมองดูจุดที่อาจารย์ลู่หายตัวไปอยู่ครู่หนึ่ง กะว่าอีกฝ่ายคงไปไกลแล้ว จึงเบะปากพูดขึ้นมาว่า “ไม่รู้ว่าเป็นตัวประหลาดอะไร ไม่เคยสนใจผู้หญิงเลย แต่พอจะฆ่าผู้หญิงล่ะก็รีบร้อนเชียว”
“หึหึ...” สำหรับพฤติกรรมชอบนินทาคนอื่นลับหลังของนายน้อยโหว ผู้ดูแลจวนคงจะชินเสียแล้ว จึงทำได้เพียงยิ้มเออออไปตามน้ำ “อาจารย์ลู่สืบทอดวิชาดาวสวรรค์สายเจ็ดสังหาร บางทีอาจจะตัดขาดอารมณ์ความรู้สึกไปบ้าง ขอเพียงซื่อสัตย์ต่อจวนโหวของเราก็พอแล้วขอรับ”
“เจ็ดสังหาร...” นายน้อยโหวหมุนตัวเดินเข้าห้อง พลางกล่าวเสริม “ให้เขาสอนข้าทีไร ก็เอาแต่บอกว่าข้าไม่มีวาสนา ไม่รู้ว่าเป็นมรดกวิเศษวิโสอะไรนักหนา ชิ”
เพิ่มเติม.
ขอบอกล่วงหน้าไว้ก่อนนะว่า พี่สาวปลาคนนี้ไม่ใช่ตัวละครหลักและไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับตัวเอกเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเส้นเรื่องความรัก ข้าจงใจหลีกเลี่ยงพล็อตเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศทั้งหมดแล้ว อะไรที่ไม่ได้เกิดขึ้นก็คือไม่ได้เกิดขึ้น ห้ามมโนไปเองเด็ดขาด หวังว่าจะไม่มีพวกประสาทกระโดดออกมาบอกว่าการที่ตัวประกอบปลายแถวแบบนี้มีเส้นเรื่องความรักกับคนอื่นหรือถูกคนอื่นรังแก เท่ากับเป็นการสวมหมวกเขียว[2]ให้ตัวเอกนะ ขอร้องล่ะ
คอมเมนต์แปลกๆ แบบนี้ข้าอ่านมาพอแล้ว แค่มีผู้หญิงโผล่มาทำอะไรนิดหน่อย ก็หาว่าสวมหมวกเขียวให้ตัวเอกซะงั้น
บางทีอาจเป็นเพราะข้าไม่ได้โตมากับการอ่านแต่นิยายอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว เลยไม่ค่อยเข้าใจสภาพจิตใจของคนที่อ่านนิยายฮาเร็มจนเป็น PTSD เรื่องโดนสวมหมวกเขียวเท่าไหร่
ข้าแค่อยากเขียนนิยายสบายๆ สนุกๆ เล่มหนึ่ง แน่นอนว่าจะไม่เขียนพล็อตเรื่องที่น่าขยะแขยงหรือขัดกับสามัญสำนึกของคนปกติหรอก คอมเมนต์ติชมปกติก็ไม่มีปัญหาอะไร
ที่พูดมานี้หมายหัวแค่พวกประสาทเท่านั้น หวังว่าจะไม่ต้องกระโดดออกมาให้เห็นอีกนะ ขอร้องล่ะ
เชิงอรรถ
[1] ภาพพ่อลูกผูกพัน (父慈子孝): พ่อเมตตา ลูกกตัญญู ในบริบทนี้ผู้เขียนใช้ในเชิงประชดประชันความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกที่หวังผลประโยชน์และพร้อมจะมองข้ามความตายของอีกฝ่าย
[2] สวมหมวกเขียว (绿帽子): เป็นคำสแลงภาษาจีน หมายถึง การถูกคนรักนอกใจหรือสวมเขา
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-4268acca/80
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย