รับบท "ตัวร้าย" วันสิ้นโลก
ตอนที่ 29 — บทที่ 29
บทที่ 29
วิลล่า
ก่อนออกไป ไป๋เยียนทิ้งร่างของไป๋ลู่ไว้เป็นกับดักและตัวล่อ
ถ้าเธอพลาดศัตรูจะเห็นเพียงร่างไร้ชีวิตของไป๋ลู่ และเชื่อว่าเธอตายแล้ว
—เพราะในโลกนี้ ไม่มีใครรู้นอกจากเธอเองว่าตัวตนของเธอพิเศษเพียงใด
ไป๋ลู่ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด
เธอรู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังมา
ต่อหน้าความสามารถระดับ A สามคน เธอกลับไม่มีทางต่อกรได้เลย
ไป๋ลู่กัดฟันแน่น
ตั้งแต่ไวรัสระบาด เธอมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองพิเศษที่สุด ต่อให้ไม่ใช่คนแข็งแกร่งที่สุดก็ต้องติดอันดับต้นๆ
มีคนมากมายตายด้วยน้ำมือเธอ
แต่ตอนนี้กลับถูกไล่ล่าเหมือนสุนัขจนตรอก ถูกฆ่าร่างแล้วร่างเล่า
แต่ละร่างก็เหมือนชีวิตของเธอ!
เธอแทบจะบ้าตาย
ที่ผ่านมาเธอมีแต่ฆ่าคนอื่น!
ไป๋ลู่รู้ดี ผู้หญิงคนนั้นไม่มีวันปล่อยเธอไป ต่อให้เธอยอมคืนพรสวรรค์ทั้งหมดก็หนีไม่รอด
เธอถึงกับคิดว่า คนคนนั้นแท้จริงแล้วก็เป็นพวกเดียวกับเธอ
ไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่ยอมเลิกรา
ครั้งนี้ เธอต้องเดิมพันทั้งหมด
ไม่นาน ภาพที่เห็นในฝันก็ปรากฏจริง
เธอถูกจับโยนลงทะเลสาบเย็นเฉียบ ดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง สุดท้ายร่างค่อยๆ จมลง
ในวินาทีสุดท้ายของการมองเห็น เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นบิดตัวเหยียดยืด สายหมอกแห่งจันทร์คลอเคลียร่างเธอ ราวกับส่องประกายศักดิ์สิทธิ์
ศักดิ์สิทธิ์บ้าอะไร!
นั่นมันปีศาจชัดๆ!
เมื่อไป๋ลู่ตาย ระบบจึงสแกนหาข้อมูลของเธอได้สำเร็จ
ก่อนหน้านี้สแกนร่างอื่นไม่พบข้อมูลเพราะพวกนั้นไม่ใช่ร่างจริง ไม่ใช่มนุษย์ที่แท้จริง
ไป๋ลู่คือตัวตนหลัก!
ระบบสแกนแล้วถึงกับตะลึง “แจ็กพอต! รวมทั้งหมดห้าสิบห้าพรสวรรค์พิเศษ!”
พรสวรรค์มากมายที่ไป๋ลู่ไม่เคยใช้ หรือไม่มีโอกาสใช้เลย
ถึงเวลาแล้วที่เทคโนโลยีสนับสนุนของระบบจะได้โชว์ฝีมือ~
แต่จะโอนพรสวรรค์มากมายขนาดนี้ให้ซางลั่วในคราวเดียวเป็นไปไม่ได้
โชคดีที่มันฉลาด เลือกถ่ายโอนเฉพาะ【พรสวรรค์ชิงแย่ง】ให้ซางลั่วก่อน
เมื่อได้พรสวรรค์นี้ ซางลั่วก็สามารถรับพรสวรรค์ที่เหลือทั้งหมดต่อเนื่องได้
ระบบยิ้มจนปากแทบปิดไม่ลง ปลอบใจโฮสต์ที่อารมณ์ไม่ดีเพราะต้องทำงานดึก “เห็นไหม คุ้มค่ามาก!”
ห้าสิบห้าพรสวรรค์ นี่มันทรัพย์สมบัติชัดๆ!
ซางลั่วมองผิวน้ำที่กลับสู่ความสงบ ระบบรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร “ไป๋ลู่ต้องเป็นร่างหลักคนสุดท้ายแน่ พรสวรรค์เหล่านี้คือหลักฐาน”
จริงๆ ระบบอยากถามว่าซางลั่วรู้ได้อย่างไรว่า ไป๋เฟยอวี่ ไป๋เยียน แม่ไป๋ พ่อไป๋ และไป๋ลู่ เป็นคนๆ เดียวกัน
ตอนที่ซางลั่วลุกขึ้นไล่ล่าฆ่าล้างบาง มันยังตามไม่ทันด้วยซ้ำ
กลางคันซางลั่วเพียงพูดว่า “พวกเขาคือคนเดียวกัน”
แต่เห็นเธอง่วงและอารมณ์ไม่ดี มันจึงยังไม่กล้าถาม
ระบบกวาดสายตาไปทั่ววิลล่า
พบในสวนหลังมีกรงเหล็กใหญ่ขังสุนัขหนึ่งตัว กระต่ายหนึ่งตัว และลิงหนึ่งตัว
นอกจากนี้ ยังมีชายร่างผอมถูกล่ามโซ่
ระบบรีบส่งภาพให้ซางลั่ว “นี่เป็นคนธรรมดา ดูเหมือนถูกจงใจขังไว้ เธอจะ…ช่วยเขาไหม?”
—แม้แต่การช่วยตัวร้ายมันยังต้องใช้พลังมิติเพื่อแลก
แต่ซางลั่วไม่พูดอะไร เดินตรงเข้าไปทันที
สามสัตว์ในกรงเพียงมองเธออย่างหมดแรง จากนั้นก็เงียบไม่ไหวติง
กลับเป็นชายร่างผอมที่ถูกล่ามซึ่งเข้าใจผิด คิดว่าเธอคือเจ้าของบ้าน ร้องขอชีวิตอย่างอ่อนแรง “อย่าฆ่าผม อย่าฆ่าผม…”
ซางลั่วสะบัดมือ ศพทั้งสี่ถูกจัดเรียงอย่างเรียบร้อยตรงหน้ากรง
ชายคนนั้นกรีดร้องลั่น ล้มกระแทกโซ่
สามสัตว์จ้องศพอย่างนิ่งงันราวกับกดปุ่มหยุดภาพ
ระบบถึงกับปวดฟัน “…ทำไมต้องขู่เขาด้วย”
ครู่หนึ่ง ชายร่างผอมเหมือนจะเข้าใจบางอย่าง เขาเผยสีหน้าดีใจ “เธอไม่ได้เป็นพวกเดียวกับพวกนั้น!”
“ผมชื่อหลี่ซู่เว่ย พวกนั้นเป็นพวกโรคจิต พวกเขาจับผมไว้ บอกว่าชอบกลิ่นเลือดของผม ทุกวันเอาเลือดผมไป…ช่วยผมด้วย” เขาพูดตะกุกตะกักอย่างตื่นเต้น
ซางลั่วปลดโซ่ให้
ระบบพอใจในความใจดีของเจ้าของ
“ขอบคุณ ขอบคุณมาก” หลี่ซู่เว่ยคลานออกมา รีบเอ่ยคำขอบคุณ
ซางลั่วพูดเรียบๆ “ขอบคุณเร็วไป”
หลี่ซู่เว่ยชะงัก
ซางลั่วต่อ “มา ทักทายครอบครัวของนายหน่อย”
ระบบ: “?”
มันมั่นใจว่าคำว่า “ครอบครัว” หมายถึงศพทั้งสี่
หลี่ซู่เว่ยแสดงสีหน้ามึน งง ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
“แผนไม่เลว ทิ้งเบี้ยรักษาหัวใจ” น้ำเสียงซางลั่วเย็นเยียบในยามค่ำ “คิดว่าทำแบบนี้จะหลอกฉันได้งั้นเหรอ”
ระบบ: “??” หลี่ซู่ชเว่ย: “???”
สีหน้ามึน งง พลันเปลี่ยน ร่างเริ่มสั่นสะท้าน
เมื่อเห็นซางลั่วยกมือ ความหวาดกลัวที่กดทับมานานก็ระเบิด เขาทรุดลงคุกเข่าร้องไห้ “อย่าฆ่าผม!”
เสียงอ้อนวอนครั้งนี้จริงใจยิ่งกว่าตอนอยู่ในกรง
เขาไม่เข้าใจเลยว่าผู้หญิงคนนี้จับพิรุธอะไรได้
ระบบเพิ่งตระหนัก ความคิดปั่นป่วน “คนนี้ต่างหากที่เป็นร่างหลัก!?”
ซางลั่วตอบเพียงเสียง “อืม” อย่างไม่ใส่ใจ
หลี่ซูเว่ยรีบพูดรัว “ไม่เกี่ยวกับผมจริงๆ พวกนั้นไม่ใช่ผมฆ่า พรสวรรค์ก็ไม่ใช่ผมจ้องจะแย่ง เป็นไป๋ลู่ เธอเป็นบุคลิกที่ผมแยกออกมาเอง!”
“พอดีผมตื่นพลัง หนึ่งในพรสวรรค์คือ【แยกร่าง】 เธอเลยเกิดขึ้นมา ผมควบคุมเธอไม่ได้…”
เขาสะอื้นต่อ “เธอกลัวผมรบกวน หลายครั้งคิดจะฆ่าผม บังคับให้ผมแยกบุคลิกอื่นออกมา ให้เธอควบคุมแสร้งเป็นครอบครัวรักใคร่กัน”
พูดไปก็ลอบมองซางลั่วด้วยสายตาหวาดหวั่น
คนตรงหน้าแสดงท่าทางอ่อนแอ หวาดกลัว หลังค่อมจนดูไม่มีพิษสง
ยากจะเชื่อว่าเขากับพวกตระกูลไป๋จะเป็นคนเดียวกัน
ซางลั่วถามเย็นๆ “พูดจบแล้ว?”
หลี่ซูเว่ยพยักหน้าอย่างรอความหวัง
ซางลั่วยิ้มบาง “งั้นก็ตายได้แล้ว”
หลี่ซูเว่ย: “!!!”
พูดตั้งมากมาย ได้คำตอบแค่นี้?!
“ทำไมต้องฆ่าผม!” เขาตาเบิกกว้าง นี่เป็นครั้งแรกหลังโลกพังที่เขารู้สึกเสียใจสุดขีด— ความผิดพลาดที่สุดของเขาคือการไปยุ่งกับปีศาจตนนี้
“จะฆ่าก็ฆ่า ต้องมีเหตุผลด้วยหรือไง”
เธอเหมือนไม่อยากเสียเวลาอีก สะบัดมือเดียวก็ช็อตไฟฟ้าเขาจนกลายเป็นซากไหม้ตายตาค้าง
“……”
ระบบกลืนน้ำลายอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้
พระเจ้า…
เจ้านายของฉัน เธอช่างโหดร้ายจริงๆ!
♥️
ฐานทัพเบอร์ 1 ทางเหนือ
ฐานทัพแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองหลวง A ถูกสร้างขึ้นหลังการระบาดของไวรัส และเป็นฐานทัพปลอดภัยแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้น รวมถึงเป็นฐานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในปัจจุบัน
ภายในฐานทัพได้จัดตั้งระบบใหม่ที่สมบูรณ์เพื่อรับมือกับยุคแห่งหายนะ ผู้ที่มีพลังพิเศษเมื่อมาถึงจะต้องตรวจสอบระดับพลังและลงทะเบียนไว้ในระบบ สามารถหางานทำภายในฐานทัพ หรือประกาศและรับภารกิจต่างๆ ได้
ในห้องโถงรับ–ส่งภารกิจ มีบอร์ดประกาศจับที่ทางการจัดตั้งขึ้น รายชื่อบนบอร์ดนั้นล้วนเป็นคนที่ก่ออาชญากรรมหนักหน่วง ในหายนะเช่นนี้ พวกเขาไม่เพียงไม่สามัคคีเพื่อฝ่าฟันภัยพิบัติ แต่กลับหันมาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว และทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ตอนนี้ ผู้ที่ถูกประกาศจับอันดับหนึ่งชื่อ หลี่ ซูเว่ย บนบอร์ดระบุว่าเขาเป็นผู้มีพลังสองสาย คือ สายพื้นที่มิติ และสายไม้ ระดับที่แท้จริงไม่ทราบแน่ชัด แต่ไม่ต่ำกว่า B เขามีพลังที่น่าสะพรึงกลัว—สามารถแย่งชิงพรสวรรค์ติดตัวของผู้อื่น และยังสนุกกับการฆ่าเพื่อแย่งชิงสิ่งนั้น
มีหมายเหตุต่อท้ายว่า: คนผู้นี้อันตรายอย่างยิ่ง สงสัยว่ามีร่างหลายร่าง สามารถเป็นชายหรือหญิง แก่หรือหนุ่ม หากพบเจอตัวคนเดียว ควรรีบหลีกเลี่ยงทันที
สำหรับอาชญากรที่อยู่บนสุดของบัญชีดำนี้ ฐานทัพประกาศค่าหัวมหาศาล แม้เพียงให้ข้อมูลเล็กน้อย เช่น ตำแหน่งที่เขาปรากฏ ก็สามารถแลกรับรางวัลได้
ต้องรู้ว่า ในฐานทัพทั้งหมดแทบไม่มีผู้มีพลังระดับ A มากนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ที่มีพลังสองสาย เพียงเท่านี้ก็พอจะเห็นถึงความแข็งแกร่งของ หลี่ ซูเว่ย ได้
เขาทำให้เหล่าผู้มีพลังพิเศษหวาดกลัวไม่น้อย เพราะไม่มีใครอยากถูกคนวิปริตแบบนี้เล็งเอาพรสวรรค์ติดตัวของตนไป
ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่รับภารกิจนี้ก็แค่ “ไปร่วมแจม” เท่านั้น แต่คิดดูสิ—ศัตรูที่สามารถแย่งพรสวรรค์ของผู้อื่น มีพลังพิเศษถึงสองสาย และยังมีร่างแยกอีก... หากบังเอิญเจอตัวจริงขึ้นมา ใครจะต้านทานได้?
คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว—หนี
บอร์ดประกาศจับแขวนชื่อนี้ไว้นาน รายชื่อคนอื่นเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย แต่มีเพียง หลี่ ซูเว่ย ที่ครองอันดับหนึ่งไม่เคยตกลง
แต่แล้ว...รุ่งซางของวันนี้ ห้องโถงภารกิจถึงกับระเบิดเสียงดังโกลาหล!
ชื่อขนาดใหญ่และเด่นชัด “หลี่ ซูเว่ย” ถูกขีดเส้นแดงหนาอยู่ตรงกลาง ด้านข้างเขียนว่า: เสียชีวิตแล้ว
ทุกคน: !!! ตะลึงงันกันทั้งฮอลล์
อะไรนะ!? คนที่อยู่บนสุดมาหลายเดือน...ตายแล้ว?
ทุกคนถึงกับช็อกค้าง พากันมองจอแสดงผลด้วยสายตาว่างเปล่า
ใครกันที่เจ๋งพอจะฆ่าไอ้คนวิปริตนี่ได้!?
เมื่อเลื่อนสายตาลงไปดูด้านล่างก็พบข้อความ: ผู้สังหาร—หญิงสาวสวมชุดนอนสีดำ
??? !!!
โดยปกติ หากอาชญากรตายด้วยน้ำมือผู้ที่รับภารกิจ ชื่อผู้สังหารจะถูกบันทึกไว้ใต้รายชื่อ —และส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือทีม ไม่ใช่ใครเพียงคนเดียว
แต่การตายของ หลี่ ซูเว่ย ถูกบันทึกไว้เพียงคำบรรยายกว้างๆ แสดงว่าไม่ใช่ฝีมือผู้มีพลังของฐานทัพ
ที่สำคัญที่สุดคือ—ผู้สังหารกลับเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง!
การตายของเขานับเป็นเรื่องที่ทุกคนสะใจ เพราะคนที่ฆ่าเพื่อแย่งพรสวรรค์ สมควรถูกฟ้าผ่าอยู่แล้ว!
เหล่าผู้มีพลังพิเศษถกเถียงกันอย่างดุเดือด:
“โอ้แม่เจ้า! เด็กสาวคนนั้นเป็นใครกันแน่? ถึงกับฆ่า หลี่ ซูเว่ย ได้ แสดงว่าเธอต้องเก่งขนาดไหน?”
“หลี่ ซูเว่ย ไม่ใช่แค่ผู้มีพลังสองสาย แต่ยังแย่งพรสวรรค์มาอีกมาก...จะเป็นไปได้ไหมว่าทางการรายงานผิดพลาด? เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง”
“หรือว่าเขาถูกสัตว์กลายพันธุ์ฆ่า?”
“หมายความว่ายังไง...ว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่มนุษย์?”
“ฉันรู้จักหัวหน้าฐานทัพของเรา ท่านเลย เขาเป็นระดับ A สายพลังน้ำแข็ง ถึงอย่างนั้น เขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลี่ ซูเว่ย ด้วยเหตุนี้จึงยิ่งเห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนั้นแข็งแกร่งเกินมนุษย์จริงๆ”
“เอาเถอะ อย่างน้อยไอ้คนวิปริตนี่ก็ตายไปแล้ว สาวคนนั้นถือว่าเป็นผู้กล้าช่วยกำจัดภัยให้ประชาชน!”
“ชุดนอนสีดำงั้นเหรอ? บางทีเธออาจกำลังนอนอยู่ แล้วหลี่ ซูเว่ยมาหา คิดว่าจะได้เหยื่อเพิ่ม แต่กลับเจอของแข็ง โดนสวนกลับตายคาที่! แค่คิดภาพก็ดูเท่มาก! เธอต้องเป็นระดับบิ๊กแน่ๆ อยากให้เธอมาที่ฐานทัพเราจังเลย”
เสียงตื่นเต้นของชายคนนั้นดังขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มจินตนาการตาม ทันใดนั้น ทุกคนรู้สึกสะใจราวกับได้ล้างแค้นเอง
แล้วก็มีผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่งเสนอความคิดที่แตกต่างออกไป: “ถ้าเธอฆ่าหลี่ ซูเว่ยได้...เป็นไปได้ไหมว่าเธอก็จะได้รับความสามารถแย่งพรสวรรค์ของผู้อื่นด้วย?”
คำพูดนี้พอหลุดออกมา... ห้องโถงที่กำลังคึกคักก็เหมือนถูกกดปุ่มหยุด ทุกอย่างเงียบลงฉับพลัน