Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ พี่สาวคนโตแห่งบ้านชาวนามีมิติวิเศษ

พี่สาวคนโตแห่งบ้านชาวนามีมิติวิเศษ

ตอนที่ 52 — ตอนที่ 52 ใครเอาเปรียบใคร

"น้องหยุนตง" เสียงร้องเรียกของนางดังลั่นเข้ามา

กู้หยุนตงอดขมวดคิ้วเข้าหากันมิได้ นางวางพู่กันลงด้วยความหงุดหงิดใจเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงถามออกไป "มีเรื่องอันใดหรือ"

"เวลาก็ไม่เช้าแล้ว ท่านแม่ของข้าบอกว่า หากพวกเจ้าจะทำอาหารเย็นละก็ ให้ข้ามาช่วยเจ้าสักหน่อยน่ะ" อืม ช่วยบอกว่าฟืนวางไว้ตรงไหนและน้ำอยู่ที่ใดนั่นเอง

กู้หยุนตงแหงนมองดูท้องฟ้า เวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามเซิน*แล้ว ประมาณสี่โมงเย็นเห็นจะได้ สำหรับนางแล้วยังถือว่าเช้าเกินไปสักหน่อย

อีกทั้งภาพร่างของนางยังวาดไม่เสร็จ หากช้ากว่านี้ท้องฟ้าก็จะมืดลง ยุคสมัยนี้ไม่มีไฟฟ้า จุดเพียงตะเกียงน้ำมันก็ยังรู้สึกว่ามืดสลัวอยู่ดี ดังนั้นนางจึงต้องอาศัยจังหวะที่ฟ้ายังสว่างจัดการให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน

ดังนั้นนางจึงเอ่ยตอบเฉินอวี่หลานที่ยืนอยู่หน้าประตูไปตรงๆ "พวกเรากินมื้อกลางวันกันสาย ตอนนี้ยังไม่หิว พวกเจ้าทำก่อนเถิด พวกเราค่อยกินทีหลัง พอดีข้ายังมีเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จอยู่อีกนิดหน่อย"

กล่าวพลางหันไปมองกู้หยุนซูกับน้องสาว เด็กน้อยทั้งสองต่างตบท้องตัวเองเบาๆ พลางเอ่ยว่า "ยังอิ่มอยู่เลยขอรับ" "ยังอิ่มอยู่เลยเจ้าค่ะ"

เฉินอวี่หลานที่ยืนอยู่ตรงประตูกระตุกมุมปากเบะออกอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ท้ายที่สุดก็ยอมหมุนตัวเดินจากไป

ฟางซื่อกำลังรดน้ำอยู่ในแปลงผักกลางลานเรือน เห็นบุตรสาวเดินฮึดฮัดหน้าบูดบึ้งออกมา จึงอดเอ่ยถามไม่ได้ "ว่าอย่างไรบ้าง"

"บอกว่ายังไม่หิวเจ้าค่ะ" เฉินอวี่หลานส่งเสียงขึ้นจมูกเย้ยหยัน "ตอนกลางวันพวกนางต้องกินซาลาเปาแน่ๆ ตอนข้าเดินผ่านหน้าต่างห้องพวกนางยังได้กลิ่นหอมฟุ้งอยู่เลย กินจนอิ่มขนาดนั้น ซาลาเปาคงมีไม่น้อยทีเดียว แต่กลับไม่รู้จักแบ่งให้พวกเราสองคนบ้าง ช่างแล้งน้ำใจ ไม่รู้จักผูกไมตรีเอาเสียเลย"

พูดพลางเงยหน้าถามฟางซื่อ "ท่านแม่ ท่านว่านางคิดจะเอาเปรียบพวกเราหรือไม่ ถึงได้ไม่ยอมทำอาหารก่อน รอให้พวกเรากินข้าวแล้วค่อยส่งเด็กสองคนนั้นมาขอแบ่งกินน่ะ"

แววตาของฟางซื่อพลันวาววับขึ้นมาทันใด "เจ้าพูดเช่นนี้ก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย พวกนางอพยพหนีภัยแล้งมา ข้าได้ยินมาว่าพวกผู้ลี้ภัยเหล่านั้น ระหว่างทางไม่มีอะไรจะกิน ต่อให้มีเงินก็หาที่ซื้อไม่ได้ ล้วนแต่ต้องเที่ยวขอของกินจากผู้อื่น ไม่แน่ว่าพวกนางอาจติดนิสัยเช่นนี้มา ใช้เด็กสองคนนั้นมาคอยเอาเปรียบชุบมือเปิบ"

"แล้วจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ"

"รอ! ข้าก็อยากจะรู้นักว่าใครจะทนหิวไม่ไหวเป็นคนแรก ในกลุ่มพวกนางมีเด็กอยู่ด้วยนี่"

"เจ้าค่ะ ถึงตอนนั้นหากพวกนางมาขอผักสักสองกำมือ ก็คิดเงินให้พวกนางซื้อเสีย โก่งราคาให้แพงหน่อย อย่างไรเสียพวกนางก็มีเงิน"

กู้หยุนตงไหนเลยจะล่วงรู้ว่า แค่นางกินมื้อเย็นช้าไปสักหน่อย สองแม่ลูกคู่นี้กลับสามารถจินตนาการปรุงแต่งแผนการร้ายขึ้นมาเป็นตุเป็นตะได้ถึงเพียงนี้

นางวาดจนถึงขั้นตอนเก็บรายละเอียดช่วงท้ายแล้ว วาดต่ออีกเกือบครึ่งชั่วยาม กระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวและหยางซื่อจุดตะเกียงน้ำมันขึ้นมา นางจึงหยุดมือลง

นางพรูลมหายใจออกมา พลางบีบนวดไหล่เบาๆ แล้วเก็บรวบรวมแผ่นภาพร่างให้เข้าที่เรียบร้อย จากนั้นจึงเอ่ยกับคนในห้อง "เวลาก็เย็นมากแล้ว พวกเราไม่ได้เตรียมผักติดมา เกี๊ยวที่ตื่นมาช่วยกันห่อเมื่อวานเช้าที่บ้านท่านป้าเคอยังเหลืออยู่ มื้อค่ำนี้พวกเรากินเกี๊ยวกันดีหรือไม่"

เกี๊ยวผ่านการนึ่งสุกมาแล้ว อีกทั้งช่วงนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบาย เก็บไว้สักสองวันก็ไม่บูดเสีย ยิ่งไปกว่านั้นนางยังแอบซุกซ่อนไว้ในมิติวิเศษมาโดยตลอด ย่อมรักษาความสดใหม่อยู่เสมอ

อันที่จริงเรื่องหุงหาอาหารนั้นหยางซื่อสามารถทำได้สบาย ทว่าเพิ่งมาถึงสถานที่แปลกถิ่น สองแม่ลูกคู่นั้นก็ไม่ได้มีนิสัยเปิดเผยจริงใจให้เห็นชัดเจนเหมือนอย่างท่านป้าเคอ หากออกไปหยางซื่อจะลนลานตื่นกลัวเอาได้ กู้หยุนตงจึงยังไม่ยอมให้นางออกไปข้างนอกในตอนนี้

พอได้ยินว่าจะได้กินเกี๊ยว ทั้งสามคนก็อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้

แม้จะเคยกินเกี๊ยวที่บ้านท่านป้าเคอมาแล้วถึงสองหน แต่ก็ยังอยากกินอยู่อีก

"ข้าจะกินสองชามเจ้าค่ะ!" กู้หยุนเข่อเอ่ยขึ้น

กู้หยุนตงจึงถือเกี๊ยวเดินออกไป โดยมีหยางซื่อตามไปช่วยจุดไฟเติมฟืน

ครั้นก้าวเข้าไปในห้องครัว กู้หยุนตงเห็นเตาไฟและหม้อกระทะยังคงเย็นเฉียบ ไร้ร่องรอยการจุดฟืนหุงต้ม นางก็อดเลิกคิ้วขึ้นมิได้… ฟางซื่อกับลูกสาวยังไม่ทำอาหารเย็นกันอีกหรือ

ขณะนั้นเอง เฉินอวี่หลานก็วิ่งโร่เข้าไปในห้องของฟางซื่อ เอ่ยกับผู้เป็นแม่ที่กำลังหยิบขนมพุทราจีน**ยัดใส่ปากประทังความหิวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจว่า “พวกนางทนไม่ไหวในที่สุด เริ่มก่อไฟทำมื้อเย็นแล้วเจ้าค่ะ!”

หมายเหตุ

  • ยามเซิน (申时) คือช่วงเวลาระหว่าง 15.00 น. ถึง 17.00 น.

** ขนมพุทราจีน (枣糕 — จ่าวเกา) ขนมโบราณดั้งเดิมของจีน ทำจากเนื้อพุทราจีนบดผสมแป้งและน้ำตาล นึ่งจนฟูนุ่ม มีรสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของพุทราจีน

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-980c3d81/52

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

SkilltionSkilltionดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย