← สารบัญ ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ตอนที่ 55055

บทที่ 55 ภาค - โลกนิยายในรั้วโรงเรียน: ตัวประกอบผู้เป็นเหยื่อ 16 โชคดีที่ลู่เจี๋ยลวี่ไม่มีปัญหาแบบนั้น หรือจะพูดให้ถูกก็คือ นักเรียนโรงเรียนเอกชนระดับสูงแทบไม่มีใครกดดันเรื่องนี้ เพราะแต่ละคนล้วนมีเพื่อนชาวต่างชาติอยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ภายในโรงเรียนเองก็ยังมีนักเรียนแลกเปลี่ยนอีกด้วย ลู่เจี๋ยลวี่เพิ่งชื่นชมข้อดีที่หาได้ยากข้อนี้ในใจไปได้ไม่กี่วัน คืนนั้นเองจั่วเจิงหย่วนที่กลับไปงานสังสรรค์ก็กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ด้วยสีหน้าราวกับถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก เอาอีกแล้ว เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกจนได้ ชมอะไรไว้เป็นไม่ได้จริง ๆ “เป็นอะไรไป โดนฟ้าผ่ามาเหรอ” อยู่กับเพื่อนร่วมโต๊ะนานเข้า ลู่เจี๋ยลวี่ก็เริ่มติดสำเนียงของอีกฝ่ายมาบ้าง จั่วเจิงหย่วนนั่งแผ่หลาอยู่บนโซฟา มองเพดานด้วยสายตาเหม่อลอย ก่อนพึมพำว่า “ผมพูดไปอาลวี่อาจไม่เชื่อ วันนี้ตอนงานสังสรรค์ พวกเราเจอนักเรียนทุนคนหนึ่ง” “นักเรียนทุนมีอะไรน่าแปลก ถึงในโรงเรียนจะมีไม่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี” นักเรียนทุน หรือที่เรียกว่านักเรียนรับตรงพิเศษ คือกลุ่มนักเรียนที่โรงเรียนเอกชนระดับสูงรับเข้ามาเพื่อการันตีอัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ถ้าให้ลู่เจี๋ยลวี่พูด คนพวกนี้ก็คือแรงงานชั้นดีโดยกำเนิด “ถ้าแค่นั้นผมจะช็อกขนาดนี้เหรอ เธอเข้าไปในห้องพักส่วนตัวของอาหลี่ได้ ที่สำคัญอาลั่งกับอาเซิงก็ดูสนิทกับเธอมาก” “อาลวี่เคยเห็นพวกเขาสามคนเป็นมิตรกับนักเรียนทุนแบบนี้เมื่อไรกัน ปกติแค่คนเข้าไปใกล้ก็ทำเหมือนกลัวจะติดกลิ่นคนจนแล้ว แต่เธอกลับทำให้ทั้งสามคนยอมรับได้ในคราวเดียว ไม่ธรรมดาจริง ๆ” พอได้ยินแบบนั้น ลู่เจี๋ยลวี่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ หรือว่านางเอกเริ่มเดินตามเส้นเรื่องแล้ว เธอมองจั่วเจิงหย่วนที่ยังทำหน้างุนงง ก่อนหัวเราะเบา ๆ “เธอนี่อ่านหนังสือน้อยเกินไปแล้ว ในนิยายประธานบริษัทก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น” “ไม่ว่าจะเป็นประธานสุดเย็นชาที่ไร้ความรู้สึก คุณชายตระกูลรวยผู้ดื้อรั้น หรือพระรองอบอุ่นที่ดูอ่อนโยนแต่เก็บตัว สุดท้ายก็จะตกหลุมรักสาวน้อยรากหญ้าผู้สดใส แล้วถูกความแตกต่างของเธอดึงดูด” “งั้นก็เพราะแบบนี้สินะ นักเรียนทุนคนนั้นถึงเอาแต่พูดว่า 'พวกคนรวยอย่างพวกคุณ' อยู่ตลอด แต่พวกอาหลี่กลับชอบฟังกันเสียด้วย” “แบบนี้เรียกว่าตรงไปตรงมา น่ารักใสซื่อเหรอ ผมว่ามันไม่มีมารยาทมากกว่า พวกเขากินของดีจนเบื่อ เลยอยากเปลี่ยนไปกินของธรรมดาหรือไง น่าเบื่อจริง ๆ” คำวิจารณ์นี้ทำเอาลู่เจี๋ยลวี่พูดไม่ออก ไม่น่าแปลกใจเลยว่าชาติที่แล้วของเจ้าของร่างเดิม ช่วงหลังแทบไม่เห็นเจ้าหมอนี่ไปไหนมาไหนกับพวกนั้นอีก ถามก็ได้คำตอบว่าไปฝึกพิเศษ ที่แท้ก็เป็นเพราะสาเหตุนี้นี่เอง ผ่านไปพักใหญ่ จั่วเจิงหย่วนก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แล้วอาเซิงล่ะ” “อะไรนะ” “คือ...บทบาทน่ะ คนอย่างอาเซิง ถ้าอยู่ในนิยายประธานบริษัทจะเป็นตัวละครแบบไหน” ลู่เจี๋ยลวี่กระแอมเบา ๆ “คุณชายเจ้าสำราญที่ท่องไปทั่วโลก สุดท้ายก็กลับตัวกลับใจ” จั่วเจิงหย่วนส่ายหน้า “คนเจ้าชู้ไม่มีวันกลับตัวหรอก เขาแค่เลิกเที่ยวเพราะเที่ยวจนพอแล้ว อาลวี่ อย่าคิดอะไรอันตรายแบบนั้น” “ฉันกำลังคุยเรื่องพล็อตนิยาย แต่เธอดันมาคุยเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ เธอนี่น่าเบื่อจริง ๆ” “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป ผมผิดเอง งั้นอาลวี่ช่วยบอกหน่อยสิ ถ้าเป็นคนแบบผม จะเป็นตัวละครประเภทไหน” ลู่เจี๋ยลวี่กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอเหรอ แต่ก่อนยังพอเป็นคุณชายทหารสุดเย็นชาได้ ตอนนี้น่ะ...ลูกหมา” “ลูกหมาอะไรกัน อย่างน้อยก็ต้องหมาป่าตัวน้อย ถึงจะคู่ควรกับหน้าตาของผม” “เธอหยุดพูดเถอะ พูดอีกหน่อย หน้าตาที่พอดูได้ของเธอจะหมดราคาเอา” ขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกัน ผู้ช่วยพ่อบ้านตู้ซิ่วก็เดินเข้ามาพร้อมกลั้นยิ้ม “คุณหนู คุณชายจั่ว ได้เวลารับประทานอาหารแล้วค่ะ” “อ้อ รู้แล้ว” เมื่อทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะอาหารก็เงียบกันไปโดยอัตโนมัติ แต่ยังไม่ทันผ่านไปนาน ลู่เจี๋ยลวี่ก็ถูกอีกฝ่ายคีบกับข้าวที่ตั้งใจจะกินไปอีกครั้ง จนเธอวางตะเกียบลงอย่างเหลืออด “ทำไมเธอต้องมากินข้าวที่นี่ทุกวัน บ้านตระกูลจั่วล้มละลายแล้วหรือไง” จั่วเจิงหย่วนหัวเราะแห้ง ๆ “แบบนี้ไม่เรียกว่ามากินฟรี เรียกว่าลงขันต่างหาก ก่อนคุณปู่กลับก็พูดกับคุณอาเว่ยของอาลวี่ไว้แล้ว” “ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอชักจะน่ารำคาญขึ้นทุกวัน แถมหน้าหนากว่าเดิมอีก ไปเจออะไรมาหรือเปล่า” “หน้าหนากินอิ่ม หน้าบางอดกิน เป็นไง ฟังดูมีเหตุผลใช่ไหม ผมเรียนมาจากเพื่อนร่วมโต๊ะ” ลู่เจี๋ยลวี่ถึงกับหัวเราะอย่างโมโห “หึ ประโยคนั้นฉันไม่รู้หรอก แต่ฉันรู้อีกเวอร์ชันหนึ่ง” “อะไรเหรอ” “หน้าหนากินอิ่ม...แล้วก็โดนซ้อม” พูดจบ เธอก็เปลี่ยนฝ่ามือเป็นกรงเล็บ พุ่งเข้าใส่จั่วเจิงหย่วนทันที “เจ้าหมาร้าย รับความตายซะ!” จั่วเจิงหย่วนหลบได้อย่างหวุดหวิด พลางกอดชามข้าวไว้แล้วพูดยั่ว “ฮ่า ตีไม่โดน” ลู่เจี๋ยลวี่ตั้งใจออมมือแท้ ๆ แต่กลับได้ผลลัพธ์แบบนี้ ถ้าวันนี้ไม่สั่งสอนเขาสักหน่อย ต่อไปจะรักษาบารมีต่อหน้าลูกน้องได้อย่างไร ผลจากการไม่ออมมืออีกต่อไปก็คือ ชามข้าวในมือของจั่วเจิงหย่วนหายวับไปในพริบตา วินาทีต่อมาทั้งตัวเขาก็แนบสนิทกับพื้น พอรู้สึกตัวอีกที ป้อมปราการของฝ่ายตัวเองก็ถูกศัตรูยึดเรียบร้อย แถมยังถูกกดไว้พร้อมเสียงถาม “ยอมหรือยัง” “ยอม! ผมยอมแล้ว ยอมจากใจจริง!” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมแพ้ ลู่เจี๋ยลวี่จึงปล่อยมือ จั่วเจิงหย่วนลุกขึ้นพร้อมบิดแขนบิดขาไปมา แล้วถอนหายใจไม่หยุด “ให้ตายเถอะ ดูตัวเล็กนิดเดียวแท้ ๆ แต่กลับจับผู้ชายตัวโตล้มได้ อาลวี่นี่ซ่อนฝีมือจริง ๆ” “หึ เรื่องฉันตัวเล็กฉันยอมรับ แต่จะบอกว่าเธอเป็นผู้ชายตัวโต ฉันไม่เห็นด้วยนะ” อย่างมากก็เป็นแค่เด็กที่เพิ่งโตขึ้นมาหน่อย ยังอยู่ในช่วงกำลังสูง ถึงจะออกกำลังกายทุกวันและกินเยอะ แต่ก็ยังผอมเหมือนไม้ไผ่ มองแล้วเหมือนหัวจะหนักกว่าตัวเสียอีก “น่าหงุดหงิดจริง ผมยังอยู่ในช่วงกำลังโต รอดูเถอะ” พูดจบ เขาก็เดินอ้อมเธอไปหาตู้ซิ่วทันที “ป้าตู้ครับ ผมยังไม่อิ่ม” “ยังไม่อิ่มเหรอ เดี๋ยวป้าตักข้าวให้ ไม่ต้องห่วง ที่บ้านมีข้าวพอให้กินแน่นอน” ตอนนี้ตู้ซิ่วชอบคุณชายจากตระกูลจั่วคนนี้มาก เพราะตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ คุณหนูก็ยิ้มบ่อยขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เหมือนตุ๊กตากระเบื้อง ถึงจะสวยราวกับนางฟ้า แต่กลับไม่มีชีวิตชีวาเลย ถึงจะเสียงดังไปหน่อยก็ไม่เป็นไร คนอายุมากอย่างเธอชอบเห็นเด็ก ๆ คึกคักแบบนี้ที่สุด เวลาผ่านไปท่ามกลางการหยอกล้อ ภาคเรียนแรกของชั้นมัธยมปลายปี 2 ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนื้อหาของทั้งปีถูกสอนจนจบภายในภาคเรียนเดียว ส่วนครึ่งปีหลังจะเรียนเนื้อหาทั้งหมดของชั้นมัธยมปลายปี 3 และปีสุดท้ายก็จะเป็นการทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ลู่เจี๋ยลวี่โหดยิ่งกว่า เพราะเธอเรียนเนื้อหาของระดับมัธยมปลายทั้งหมดจบแล้ว แถมยังทบทวนครบหนึ่งรอบอีกด้วย เมื่อสอบปลายภาคเสร็จ ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวก็มาถึง ทุกปีช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงทัศนศึกษา ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือออกไปเที่ยว ปีนี้ก็เช่นกัน เวลานี้ลู่เจี๋ยลี่ยังอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ กำลังจัดกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน สิ่งที่ต้องจัดส่วนใหญ่เป็นหนังสือเรียนกับข้อสอบ เพราะของพวกนี้ป้าตู้และคนอื่นช่วยจัดไม่ได้ ส่วนของอย่างอื่นจัดเรียบร้อยหมดแล้ว จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรให้เก็บมาก เพราะที่คฤหาสน์มีครบทุกอย่าง ขณะที่เธอยังง่วนอยู่กับกองข้อสอบ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากสวีกว่างเซิง “รุ่นพี่ ปิดเทอมแล้วหรือยัง”