ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ
ตอนที่ 230 — 230
บทที่ 230 ข่าวคราวจากอวิ๋นโจว
ผู้เฒ่าโจวทำตามที่ผู้เฒ่าสวี่กำชับไว้ กล่าวคำกันล่วงหน้าไว้ก่อนว่า “พอสร้างโรงงานเสร็จ ก็ใช่ว่าจะรับทุกคนเข้าทำงานนะ ถึงยามนั้นยังต้องสอบสัมภาษณ์กันก่อน! ตอนนี้ข้ากล่าวผู้เดียวไม่ได้หรอก!”
“สอบสัมภาษณ์? หมายความว่าอย่างไรหรือ?” มีคนถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
ผู้เฒ่าโจวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสอบสัมภาษณ์คืออันใด แต่ในเวลานี้จะไปแสดงความไม่รู้ต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไร หากพูดพลาด ก็จะเสียศักดิ์ศรีคนเป็นหัวหน้าคนหมดสิ เขาจึงทำหน้าขรึมตอบว่า “สอบสัมภาษณ์ยังไม่รู้จักอีกหรือ? ยังกล้ามาถามกันอีก! การสอบสัมภาษณ์น่ะ... เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้เอง! ข้าบอกได้แค่ว่า หากใครสอบผ่านเข้าไปทำงานใน โรงงานได้ล่ะก็ ถือว่าเป็นเรื่องมงคลใหญ่เลยทีเดียว! เพราะฉะนั้น ลองคิดดูสิ ว่ามงคลใหญ่ถึงเพียงนี้ จะเป็นใครก็ได้อย่างนั้นหรือ?”
ทุกคนได้ยินก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย ต่างก็อดใจรอไม่ไหว อยากให้โรงงานสร้างเสร็จโดยเร็ว จะได้รู้สักทีว่า “สอบสัมภาษณ์” ที่ว่ามันเป็นอย่างไร
“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว! ท่านลุงโจว บอกมาเถิด ว่าจะสร้างโรงงานอย่างไร พวกเราทุกคนจะช่วยเต็มที่แน่นอน!”
...
แม้ชาวบ้านต่างตื่นเต้นและอาสาจะช่วยเปล่า แต่ผู้เฒ่าโจวไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่า “แรงงานเปล่า” นั้นไม่ได้มีแต่ข้อดีหรอก หากรับแรงงานเปล่าไว้ แล้วภายหลังคนเหล่านั้นสอบไม่ผ่าน จะไม่ลุกขึ้นมาอาละวาดหรือ?
ดังนั้นผู้เฒ่าโจวจึงไม่หวั่นไหว คัดเลือกเฉพาะคนที่ซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง และมีฝีมือในการก่อสร้างไว้เพียงบางส่วน ส่วนคนอื่นก็ให้กลับไปก่อน รวมกับญาติพี่น้องของตนอีกหลายครอบครัว — ล้วนเป็นคนที่เพิ่งไปช่วยสร้างจวนให้นายท่านหวังที่หวังเจี่ยวาน – รวมแล้วมีคนร่วมหลายสิบชีวิต ต่างช่วยกันลงแรงอย่างครึกครื้น ต้องการให้สร้างเสร็จเร็ว จะได้เริ่มทำงานเร็ว การทำงานครั้งนี้มีค่าแรงให้ วันละสิบเหวิน และมีข้าวกินด้วย
ฝ่ายในบ้านสวี่นั้น แม่เฒ่าสวี่ให้สือซื่อกับเจิ้งซื่อเป็นคนคุมลูกสะใภ้แต่ละบ้านช่วยกันทำอาหารเลี้ยงคนงาน ทุกคนในบ้านล้วนยุ่งกันไปหมด ถึงวันที่ห้า ร้านค้าทั้งหลายในเมืองก็เปิดทำการอีกครั้ง ผู้เฒ่าสวี่เองก็พาลูกหลานไปช่วยกันเปิดร้าน
ส่วนร้านหม้อไฟหมั่นเจียงหงที่ปิดแค่คืนวันที่ยี่สิบเก้า ก็เปิดตั้งแต่วันที่สองแล้ว ดังนั้นสวี่ชุนซานกับจางซิ่วหลานจึงต้องรีบกลับเข้าเมืองไปจัดการเรื่องเครื่องปรุงหม้อไฟ
เครื่องปรุงหม้อไฟที่ผัดออกมา จะเป็นก้อนขนาดเท่าฝ่ามือ เมื่อนำมาหั่นละเอียดแล้วก็ดูไม่ออกว่ามีส่วนผสมอันใดอยู่บ้าง ยิ่งไม่มีขายภายนอก มีเพียงร้านหมั่นเจียงหงเท่านั้นที่ได้รับของส่งโดยเฉพาะ ดังนั้นเถ้าแก่ซ่งย่อมไม่ยอมให้ใครล่วงรู้สูตรได้ง่าย ๆ เพราะเหตุนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเครื่องปรุงหม้อไฟทำอย่างไร หรือใส่อันใดบ้าง แม้แต่คนที่แอบติดตามสวี่ชุนซานเวลาซื้อของก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
เพราะสวี่ชุนซานรู้ว่ามีคนสะกดรอย เขาจึงจงใจซื้อของไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน วันนี้ซื้อเครื่องเทศชุดหนึ่ง วันต่อมาซื้ออีกแบบหนึ่ง บางวันยังเพิ่มของที่ไม่ใช้เข้าไปอีกด้วย ไหนจะซอสถั่วหมักกับพริกบดที่ไม่มีขายทั่วไปอีก — แบบนี้ใครจะไปรู้สูตรได้! และก็เพราะมั่นใจว่าไม่มีใครจับได้ สวี่ชุนซานจึงวางใจให้สวี่อินอินแลกถั่วหมักกับพริกแห้งออกมาได้เต็มที่ ช่วงอากาศหนาวคนกินหม้อไฟกันมาก ก็ถือโอกาสทำกำไรครั้งโตไปเลย
วันที่สี่ สวี่ต้าจวิ้นกับเพื่อนร่วมสำนักก็ไปคารวะอาจารย์ พอถึงวันที่แปด สำนักศึกษาฟางก็เปิดเรียนอีกครั้ง สวี่ต้าจวิ้นกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ถือหูหิ้วตะกร้าเดินไปเรียนเช้ากลับเย็นเหมือนเดิม
วันที่เก้า เป็นวันนัดดูตัวของสวี่ต้าหลาง เช้าวันนั้น แม่เฒ่าสวี่จึงพาไปพร้อมกับหม่าซื่อและสวี่ต้าหลาง มุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลฟางที่ตรอกจินอวี่ฝาง ภายนอกดูเหมือนเพียงไปเยี่ยมญาติ ฝ่ายหญิงเองก็ไปเยี่ยมญาติที่บ้านป้าในวันเดียวกัน พอดีบ้านอยู่ตรงข้ามกันพอดี ย่อมจะมีโอกาสเหมาะที่ได้พบกันโดยไม่ขัดตา
ผู้เฒ่าสวี่มองตามทั้งสามคนจนลับตา แล้วเพิ่งเดินเข้าร้านได้ไม่นาน ก็มีเสียงคนตะโกนเรียกด้านหลังว่า
“เถ้าแก่สวี่!” เขาหันกลับไป เห็นว่าเป็นหัวหน้าคนส่งสารจากหอรับส่งจดหมายที่เขาเคยฝากส่งจดหมายไว้ ก็รีบก้าวเข้าไปหา
“ผู้ดูแลเซียว! ข้ากำลังคิดว่าจะไปหาท่านอยู่พอดี ข้าฝากพวกท่านส่งจดหมายนั้นไป ได้รับคำตอบกลับมาหรือไม่?” นี่ก็เกือบสองเดือนเข้าไปแล้ว คนส่งจดหมายควรกลับมาได้แล้วสิ
ผู้ดูแลเซียวพูดพลางหอบหายใจ “เถ้าแก่สวี่ ข้ามาเรื่องนี้เอง คนที่ไปส่งจดหมายถึงอวิ๋นโจวกลับมาเมื่อวาน จดหมายของท่าน...ส่งไม่ถึง เลยเอากลับมาคืน” พูดพลางหยิบจดหมายออกจากอกแล้วยื่นให้
ผู้เฒ่าสวี่ถึงกับชะงักไป มองแล้วก็ยังเห็นลายมือหลานชายที่มุมจดหมายแน่ชัด มันคือจดหมายฉบับเดียวกับที่เขาเขียนส่งออกไป ไม่ใช่จดหมายตอบกลับ
เขารีบเอ่ยเสียงสั่น “เป็นไปได้อย่างไร ส่งไม่ถึงได้อย่างไร? พวกท่านจำที่อยู่ไม่ผิดใช่หรือไม่? เมืองอู่หนิงฝู่ ตำบลกั้น หมู่บ้านต้าฮวา! ที่อยู่นี้ชัดเจน จะส่งไม่ถึงได้อย่างไรกันเล่า?”
ผู้ดูแลเซียวตอบว่า ““ที่อยู่นี้นั่นแหละ! ไม่ผิดแน่นอน! แต่คนส่งเข้าไปในหมู่บ้าน กลับไม่พบ ‘บ้านสกุลจ้าว’ ที่ท่านระบุไว้ แล้วก็ไปที่หมู่บ้านหม่าเจียข้าง ๆ ต่อ แต่บ้านของหม่าต้าอันก็หาได้มีคนอยู่ไม่”
พูดพลางดึงชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังขึ้นมา “นี่คือคนที่ไปส่งให้เอง ข้าพามาด้วย กลัวท่านไม่เชื่อ จะได้ถามเองให้แน่”
ผู้เฒ่าสวี่รู้สึกใจหวิวขึ้นมาทันที เหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลังทั้งที่อากาศยังหนาวเหน็บ
คนส่งสารผู้นี้กล่าวว่า “หมู่บ้านต้าฮวาและหมู่บ้านหม่าเจียแทบไม่เหลือคนแล้ว ทั้งสองหมู่บ้านสิบครัวเรือนมีถึงแปดครัวเรือนที่ร้างเปล่า ข้าถามชาวบ้านที่เหลืออยู่ พวกเขาก็บอกว่ารู้จักบ้านจ้าวดี แต่ครอบครัวนั้นอพยพหนีภัยออกไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่เคยกลับมาอีกเลย! บ้านหม่าต้าอันก็เช่นกัน ต่างก็หนีภัยไปหมดแล้ว ไม่ได้กลับมาเช่นกัน ไม่ใช่แค่จดหมายของท่านหรอก หลายฉบับที่ส่งไปทางนั้นก็ล้วนส่งไม่ถึง ถูกส่งกลับมาหมด โดยรวมแล้ว ข้าเดินทางผ่านพื้นที่ใต้การปกครองของอวิ๋นโจว เห็นแต่หมู่บ้านร้างเกือบทั้งหมด ช่วงปีใหม่ยังเห็นพวกผู้ลี้ภัยเดินบนถนนอยู่เลย ได้ยินมาว่าพวกเขารู้ว่าที่อวิ๋นโจวฝนตกลงมา ก็เลยคิดจะกลับไป เพราะถึงอย่างไรที่นั่นยังมีบ้านมีนาอยู่ ย่อมดีกว่าพเนจรข้างนอก
แต่คนที่กลับไปมีน้อยนัก ท่าทางพวกนั้น เจ้าคงไม่ได้เห็นกับตา — ช่างน่าเวทนายิ่งนัก!”