ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ
ตอนที่ 95 — 095
บทที่ 95 ขอยาสีฟัน
สวี่ต้าจวิ้นพยักหน้า “อาหารดีมากเลยขอรับ ทั้งอิ่มด้วย! วันนี้ข้ากินไปเต็มชามใหญ่เลย!”
ผู้เฒ่าสวี่ฟังแล้วก็หัวเราะออกมา “ดีๆ กินเยอะหน่อยเถอะ กำลังโต!”
แล้วอดถอนใจไม่ได้ “อาจารย์ของพวกเจ้านี่ช่างมีเมตตานัก ค่าธรรมเนียมก็แค่ห้าตำลึง ยังเลี้ยงข้าวนักเรียนอีกด้วย!” พวกหญิงตระกูลชิวที่อยู่ด้วยกันก็พากันถอนหายใจ อย่างเช่นเติ้งซื่อเองก็รู้ว่าแต่ก่อนลิ่วหลางเรียนอยู่ที่สำนักศึกษาประจำตำบล ค่าธรรมเนียมปีหนึ่งก็ห้าตำลึง หนำซ้ำยังไม่รวมอาหารอีกต่างหาก เดิมคิดกันว่ามาเรียนในเมืองหลวงของมณฑลจะต้องแพงกว่านี้แน่ ไม่คาดว่าค่าธรรมเนียมเท่าเดิม แถมยังมีข้าวให้กินอีก!
แต่สวี่ต้าจวิ้นกลับรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง — ห้าตำลึงหรือ? ไม่ใช่แปดตำลึงหรือไง? เขารีบถามขึ้นมาอย่างแนบเนียน
ก็ได้ยินผู้เฒ่าสวี่พูดว่า “ปู่เขยของเจ้าบอกว่า ห้าตำลึงเงินต่อปี! ข้าให้เงินไปแล้ว เขาบอกว่าพรุ่งนี้เช้าให้เจ้าถือไปส่งที่สำนักเอง แต่ไหน ๆ เจ้ากลับบ้านแล้ว พรุ่งนี้คงให้อวี้ซิงเอาไปแทน”
สวี่ต้าจวิ้นฟังแล้วก็รู้ทันที ว่าคงไม่ใช่อาจารย์ลดให้เพราะเห็นแก่หท่านน้าปู่เขยแน่ เพราะฟางอวี้ซิงเองก็ต้องจ่ายแปดตำลึง เช่นนั้นก็คงเป็นท่านปู่เขยที่ตั้งใจบอกท่านปู่ว่าจ่ายแค่ห้าตำลึง ส่วนอีกสามตำลึงคงคิดจะออกให้เองสินะ?
คงเพราะท่านปู่เคยพูดไว้ว่าเมื่อก่อนตอนเรียนก็เสียห้าตำลึงนั่นแหละ ท่านปู่เขยกลัวว่าตอนนี้ท่านปู่อาจไม่มีเงินถึงแปดตำลึง เลยอาจตั้งใจจะช่วยออกให้เอง แต่ไม่อยากให้ปู่รู้สึกเป็นภาระ จึงพูดเลี่ยงไว้แบบนั้นทั้งรักษาหน้าปู่ ทั้งช่วยแบ่งเบาภาระไปด้วย
ก็เพราะเช่นนี้แหละถึงได้มีโทษ “ประหารเก้าสกุล” อยู่ในสมัยโบราณ เพราะสายสัมพันธ์ทางเครือญาติในยุคนั้นแน่นแฟ้นยิ่งกว่ายุคหลังมากนัก แต่พอมาถึงสมัยหลัง อย่าว่าแต่จะไปอาศัยอยู่บ้าน ย่าใหญ่ เลย แม้แต่จะไปเยี่ยมญาติห่าง ๆ อย่าง ย่าใหญ่ฝ่ายลุง ยังแทบไม่ค่อยได้พบกันแล้วด้วยซ้ำ
สวี่ต้าจวิ้นเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ เขาจำได้หมด และตั้งใจว่าวันหนึ่งเขาจะตอบแทนบุญคุณทั้งหมดนี้ให้ได้
——
การนั่งเกวียนย่อมเร็วกว่าการเดินเท้า ใช้เวลาไม่นานนักทุกคนก็กลับถึงบ้าน พวกหญิงตระกูลชิวขอบคุณผู้เฒ่าสวี่ แล้วรีบกลับไปบ้านตน เพราะอยากเล่าเรื่องการทำงานวันนี้ให้ครอบครัวฟัง สวี่ชุนเหอและคนอื่น ๆ ยังไม่กลับจากทำงาน ผู้เฒ่าสวี่จึงจัดการบอกให้สารถีไปพักเอง
ส่วนสวี่ต้าจวิ้นนั้นมีเรื่องในใจ พอลงจากเกวียนก็วิ่งตรงเข้าบ้าน “ท่านย่า! ข้ากลับมาแล้ว!” แม่เฒ่าสวี่ออกมารับหลานชาย จับมือถามไถ่ใหญ่โต พอรู้ว่าหลานชายได้รับอาจารย์รับเข้าเรียนแล้ว แถมวันนี้ยังได้เรียนทั้งวัน ก็ปลื้มใจยิ่งนัก กำลังจะถามต่ออีกไม่กี่คำ สวี่ต้าจวิ้นก็รีบพูดขัดขึ้น “ท่านย่า แล้วพี่สี่อยู่ไหนหรือขอรับ?”
“พี่สี่เจ้าหรือ? ไปขุดผักป่าซะแล้ว…”
“ท่านย่า ข้ากลับมาคุยด้วยอีกทีนะขอรับ!” แม่เฒ่ายังพูดไม่ทันจบ สวี่ต้าจวิ้นก็พุ่งตัวออกไปเร็วปานลูกศร วิ่งเร็วกว่ากระต่ายเสียอีก
ในบ้าน ใครมีงานอะไรก็ทำงานนั้น คนเรียนก็ไปเรียนต่อ หม่าซื่อรับหน้าที่เย็บปักซ่อมแซมเสื้อผ้า และยังได้แม่เฒ่าสวี่สั่งให้ใช้ผ้าที่บ้านฟางส่งมา ตัดชุดใหม่ให้ทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะลิ่วหลางต้องมีสองชุด ส่วนสวี่อินอินกับอู่ยา เด็กหญิงสองคนนี้ก็มีหน้าที่ออกไปเก็บผักป่า ไปด้วยกันยังมีจางซิ่วหลานอีกคน ตอนนี้หว่านเมล็ดผักเสร็จแล้ว พื้นที่เพาะปลูกก็จัดเรียบร้อย ในบ้านเองก็ไม่มีหมูไก่มากนักให้ต้องดูแล
แม่เฒ่าสวี่จึงจัดให้จางซิ่วหลานออกไปขุดผักป่าด้วยทุกวัน จะได้ไม่ว่างจนขี้เกียจขึ้นมาอีก สะใภ้ที่เคยทั้งขี้เกียจทั้งชอบกินของดีแบบเมื่อก่อน — นางไม่อยากเห็นอีกแล้ว คนในบ้านมีมาก แต่ข้าวมีน้อย ต้องผสมผักป่าลงไปเยอะ ๆ รอบบ้านผักป่าก็ถูกขุดเกลี้ยงหมดแล้ว กว่าจะขึ้นใหม่ก็ช้าเหลือเกิน อยากได้ผักป่าก็ต้องออกไปไกลหน่อย
สวี่ต้าจวิ้นวิ่งหาจนเหนื่อยแทบขาดใจแต่ยังไม่เจอใคร พอหันกลับก็เพิ่งเจอพวกสวี่อินอินสามคนเดินมาจากอีกทาง
“เจ้าวิ่งทำอะไรนั่น ถึงได้หอบแฮก ๆ แบบนั้น?” จางซิ่วหลานถามขึ้น
“มาตามพวกท่านน่ะสิ” สวี่ต้าจวิ้นตอบ
“ตามพวกข้า? มีเรื่องอะไรหรือ? วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง อาจารย์รับเจ้าหรือไม่?” สวี่อินอินถาม
สวี่ต้าจวิ้นโบกมือ “รับแล้ว ๆ ไม่ใช่เรื่องนั้น มานี่เร็ว ข้ามีเรื่องจะพูดด้วย”
พูดพลางคว้าแขนสวี่อินอินลากไปทางเนินเขา สวี่อู่ยามองตามด้วยความสงสัย
จางซิ่วหลานเองก็ไม่รู้ว่าพี่น้องคู่นี้จะไปพูดอะไรกันเงียบ ๆ แต่ก็ไม่คิดจะยุ่ง เด็ก ๆ มักมีความลับของพวกเขา ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องรู้ นางชินแล้ว จึงพูดกับอู่ยาว่า “อู่ยา เรากลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวต้องรีบล้างผักเตรียมทำกับข้าวเย็น”
สวี่อู่ยาพยักหน้าแล้วเดินตามหลังไป
ทางด้านสวี่อินอินถูกสวี่ต้าจวิ้นลากมาจนถึงหลังเนินเขา ก็มองเขาอย่างงง ๆ “มีเรื่องอะไรหรือ?”
สวี่ต้าจวิ้นยิ้มจนเห็นฟัน “เจ้าดูฟันข้าที เป็นอย่างไรบ้าง?” บ้านชาวบ้านธรรมดา ย่อมมัวแต่หาปากท้อง จะไปสนใจเรื่องสุขอนามัยอะไรนักเล่า อย่าว่าแต่แปรงฟันเลย แค่ตอนเช้าได้ดื่มน้ำกลั้วคอก็นับว่าดีมากแล้ว
ตลอดปีที่ผ่านมามณฑลอวิ๋นโจวขาดน้ำ จะหาไว้ดื่มยังยาก แล้วจะให้กลั้วปากได้อย่างไร ผ่านมานานขนาดนั้น ฟันจะขาวได้ยังไรกัน?
สวี่อินอินมองตามคำพูด พอเห็นชัดก็เบ้หน้าอย่างรังเกียจ “อะไรของเจ้าเนี่ย สกปรกจะตายไป!” ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายตัว อาการรักความสะอาดของนางก็เริ่มกำเริบ อยากอาบน้ำ อยากสระผม อยากล้างตัวให้สะอาดทั้งร่าง!
สวี่ต้าจวิ้นหน้าหมองลง นึกถึงคำพูดของฟางฉงอวิ๋นเมื่อวันก่อนแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอีก ถ้าไม่รักษาความสะอาด แล้วจะเข้าสังคมกับใครได้กัน?
เขามองรอบ ๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีคนในระยะร้อยกว่าก้าว แล้วรีบพูดเบา ๆ ว่า “เจ้ามีสิทธิ์แลกของเหลืออีกไหม? ข้าต้องการแปรงสีฟันกับยาสีฟัน! ด่วนมาก!” สวี่อินอินขยับฟันในปากเบา ๆ นางเองก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่แล้ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็แค่ใช้น้ำกลั้วปาก ยังไม่มีแปรงหรือยาสีฟัน ผลก็เลยไม่ดีเท่าไร พอถูกสวี่ต้าจวิ้นพูดเข้า นางก็รู้สึกอยากได้ขึ้นมาทันที
นางเปิดแผงของระบบขึ้นดู ตลอดสองวันที่ผ่านมาเก็บพืชได้หลายอย่าง ตอนนี้มีสิทธิ์แลกได้ทั้งหมดหกครั้ง กำลังจะแลกอยู่แล้ว สวี่อินอินก็ชะงัก
“ไม่ถูกนี่นา แปรงสีฟันกับยาสีฟันมันให้คนอื่นเห็นไม่ได้ เจ้าไปเรียนหนังสือทุกวัน จะให้มาหาข้าทุกเช้าเพื่อเอาไปใช้ แล้วแปรงเสร็จค่อยคืนข้านี่นะ? มันยุ่งยากจะตาย!”