← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 58058

บทที่ 58 คนในครอบครัวกับผลประโยชน์ “เจ้าช่างใจแคบจริง ๆ ตอนนี้บ้านของพวกเจ้ามีคนหาเงินตั้งสองคน ร่ำรวยกันแล้ว แล้วบ้านข้าเล่า? บ้านข้ามีที่ดินอยู่แค่นิดเดียว...” อาหญิงเล็กพูดอย่างน้อยใจ จินเสี่ยวเยี่ยกล่าวว่า “อาหญิงเล็ก หลายปีก่อนตอนข้าลำบาก ท่านก็ไม่เคยช่วยเหลือข้าเหมือนกันนี่” ตอนที่หลีชิงจื้อเพิ่งกลับมาบ้านใหม่ ๆ เกรงว่าอาหญิงเล็กคงกลัวนางจะยืมเงิน ถึงกับหลบหน้านางเสียด้วยซ้ำ อาหญิงเล็กบ่นว่า “นิสัยเจ้าไม่ดีเอาเสียเลย...” นางมองดอกไม้ผ้าด้วยความเสียดายอีกหลายครั้ง ก่อนจะพึมพำเดินจากไป พออาหญิงเล็กเพิ่งจากไป จินโม่ลี่ก็มาถึง ดวงตาของจินโม่ลี่แดงก่ำเล็กน้อย เมื่อเห็นจินเสี่ยวเยี่ยก็ฝืนยิ้ม “เสี่ยวเยี่ย ดอกไม้ผ้าดอกละเท่าไร? ข้าจะใช้เงินอีแปะซื้อ” เมื่อวานถูกดุด่ามา จินโม่ลี่รู้สึกเสียใจมาก จนไม่มีอารมณ์แต่งตัว แต่คนในหมู่บ้านต่างพากันแลกดอกไม้ผ้ามาสวม หากนางไม่มี คนอื่นยังไม่รู้จะพูดกันอย่างไรบ้าง! ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้มารดาเหยามองนางขวางหูขวางตาเป็นพิเศษ ไม่มีทางยอมให้ไข่ไก่มาแลกดอกไม้ผ้าแน่นอน นางจึงทำได้เพียงใช้เงินเก็บส่วนตัวซื้อ ตอนแต่งงาน บ้านสกุลเหยาให้ค่าสินสอดมา ทั้งหมดนางเป็นผู้เก็บไว้ อีกทั้งบิดายังให้เงินนางเพิ่มอีกหลายตำลึง... ดังนั้นจินโม่ลี่จึงมีเงินอยู่ในมือ เพียงแต่ก่อนหน้านี้นางให้เหยาเจิ้นฟู่ไปส่วนหนึ่ง ตอนนี้จึงเหลือไม่มากแล้ว “สามอีแปะได้สองดอก หากเจ้าเอาเพียงดอกเดียว... ให้ข้าสองอีแปะ แล้วข้าจะแถมถั่วลิสงคั่วให้อีกหน่อย ดีหรือไม่?” จินเสี่ยวเยี่ยเสนอ ไข่ไก่สี่ฟองมีราคาประมาณสามอีแปะ เท่ากับดอกไม้ผ้าหนึ่งดอกมีมูลค่าประมาณอีแปะครึ่ง จินโม่ลี่กล่าวว่า “เช่นนั้นข้าเอาสองดอกเลย” เมื่อวานนางน้อยใจมามาก วันนี้จึงอยากดีกับตัวเองบ้าง จินเสี่ยวเยี่ยยิ้มกว้าง “มา เลือกได้ตามสบาย” จินโม่ลี่เลือกดอกสีเหลืองหนึ่งดอก สีแดงหนึ่งดอก แล้วจ่ายเงินอย่างไม่ลังเล จินเสี่ยวเยี่ยชมว่า “โม่ลี่ สายตาเจ้าดีจริง ๆ ดอกที่เลือกมาสองดอกนี้ล้วนงดงาม ทั้งเดิมเจ้าก็หน้าตาดีอยู่แล้ว ปักดอกไม้สองดอกพร้อมกันบนศีรษะ เดินออกไปข้างนอก รับรองว่าทุกคนต้องมองเจ้าแน่” พอถูกจินเสี่ยวเยี่ยชมอยู่สองสามคำ อารมณ์ของจินโม่ลี่ก็ดีขึ้นในที่สุด เมื่อเห็นจินเสี่ยวเยี่ยออกตากแดดมาสองเดือน จนผิวคล้ำลงไปอีก นางก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้ การพายเรือเป็นงานหนัก แม้แต่พ่อสามีของนางยังปวดเอว จินเสี่ยวเยี่ยลำบากพายเรือทั้งวัน เพื่อหาเงินเพียงไม่กี่อีแปะ คุ้มกันหรือ? จินเสี่ยวเยี่ยไม่รู้ว่าจินโม่ลี่กำลังคิดอะไร จึงเอ่ยชมอีกฝ่ายต่ออีกสองสามคำ หากจินโม่ลี่ปักดอกไม้สองดอกออกไปข้างนอก คนอื่นอาจอยากได้สองดอกตาม แล้วก็จะกลับมาซื้อกับนางอีก! “เสี่ยวเยี่ย ไข่ไก่ตั้งมากมาย พวกเรากินสักสองสามฟองเถอะ?” หลีเหล่าเกินมองตะกร้าไข่ไก่ พลางกลืนน้ำลาย “ท่านพ่อ ช่วงนี้ท่านได้กินเนื้อทุกวันยังไม่พออีกหรือ?” จินเสี่ยวเยี่ยไม่ยอม “ไข่ไก่พวกนี้ ข้าจะเอาไปขายในอำเภอฉงเฉิง” หลีเหล่าเกินได้ยินเช่นนั้น ก็ทำหน้าผิดหวังทันที จินเสี่ยวเยี่ยเห็นดังนั้นจึงกล่าวต่อว่า “ท่านพ่อ หากวันนี้ท่านไปถอนหญ้าในนาให้หมด พรุ่งนี้เช้าข้าจะนึ่งไข่ตุ๋นให้ท่านกิน” หลีเหล่าเกินรีบตอบทันที “เสี่ยวเยี่ย วางใจเถอะ ข้าจะถอนหญ้าในนาให้หมดแน่นอน” จินเสี่ยวเยี่ยพยักหน้า ก่อนเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “เสี่ยวซู่เหตุใดยังไม่มาอีก?” ตามปกติ เวลานี้จินเสี่ยวซู่ควรมาถึงนานแล้ว “เขามาแล้ว” หลีชิงจื้อกล่าว เขาเห็นจินเสี่ยวซู่กำลังเดินมาทางนี้ โดยมีหญิงชราคนหนึ่งที่ถักเปียสองข้างเดินตามมาด้วย คนในหมู่บ้านเมี่ยวเฉียนบางคนเกล้ามวยผม แต่บางคนก็ถักเปียไว้สองข้าง หญิงชราตรงหน้าก็ถักเปียเช่นนั้น เส้นผมหวีเรียบเป็นระเบียบ หญิงชราผู้นี้ก็คือย่าของจินเสี่ยวเยี่ย นางอายุใกล้เจ็ดสิบปีแล้ว ผมหงอกเกือบทั้งศีรษะ ฟันก็เหลือไม่กี่ซี่ แต่สายตายังแจ่มชัด แข้งขายังแข็งแรง ก็เพราะเหตุนี้เอง นางจึงยังเป็นผู้จัดการเรื่องต่าง ๆ ของบ้านสกุลจินอยู่ไม่น้อย จินเสี่ยวซู่เดินนำหน้าผู้เป็นย่า พลางส่งยิ้มขื่นให้หลีชิงจื้อ ก่อนหันไปถามจินเสี่ยวเยี่ยว่า “พี่สาว มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่?” จินเสี่ยวเยี่ยตอบว่า “เจ้าช่วยยกไข่ไก่ไปไว้บนเรือ” กล่าวจบ นางก็หันไปมองย่าของตน “ท่านย่า เหตุใดท่านจึงมาที่นี่?” ย่าจินถามว่า “เสี่ยวเยี่ย เสี่ยวซู่ติดตามเจ้ามาช่วยงานตั้งสองเดือนแล้ว เหตุใดเจ้าจึงยังไม่ให้เงินเขา?” จินเสี่ยวเยี่ยตอบว่า “ท่านย่า แม้แต่ข้าเองก็เพิ่งเช่าเรือแล้วหัดพายใหม่ตั้งแต่ต้น สองเดือนมานี้แทบยังหาเงินไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนมาแบ่ง? อีกอย่าง เสี่ยวซู่มาช่วยข้า ข้าก็เลี้ยงอาหารเขาแล้วไม่ใช่หรือ! เมื่อสองสามวันก่อน ข้าเห็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้องคนรองไปแบกสินค้าที่ท่าน้ำ เขาเคยนำเงินกลับบ้านหรือไม่?” ความจริงจินเสี่ยวเยี่ยไม่ได้ให้จินเสี่ยวซู่ทำงานเปล่า เงินที่นางหาได้ นางแบ่งส่วนหนึ่งไว้ให้จินเสี่ยวซู่ เพียงแต่เก็บไว้กับตัวนางเอง หากบ้านสกุลจินปฏิบัติต่อทุกคนอย่างยุติธรรม นางคงไม่ทำเช่นนี้ แต่เพราะปู่กับย่าลำเอียงมาโดยตลอด นางจึงต้องคิดเผื่อไว้บ้าง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพียงสามพี่น้องลูกพี่ลูกน้องของนาง เมื่อหลายปีก่อนไปรับจ้างในอำเภอฉงเฉิง ต่างก็บอกเพียงว่าออกไปเที่ยวเล่น ไม่เคยนำเงินกลับบ้านเลยสักอีแปะ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ในนาแทบไม่มีงาน หากจินเสี่ยวซู่ไม่ได้มาช่วยนาง ก็มีแต่จะเดินเตร็ดเตร่ในหมู่บ้าน การมาช่วยนางยังทำให้บ้านสกุลจินประหยัดข้าวไปได้อีกส่วนหนึ่ง ย่าจินกล่าวว่า “พี่ชายลูกพี่ลูกน้องคนรองของเจ้าก็ไปเพียงบางวัน แต่เสี่ยวซู่อยู่ช่วยเจ้ามาตั้งนานแล้ว!” จินเสี่ยวเยี่ยตอบว่า “หากเสี่ยวซู่ไปเป็นเด็กฝึกงานในอำเภอฉงเฉิง คนอื่นต่อให้ไม่ให้เงินตลอดสองปี ก็เป็นเรื่องปกติ! หากข้าไม่พาเขามา คนในหมู่บ้านยังมีเด็กหนุ่มอีกมากที่ยินดีมาเป็นเด็กฝึกงานกับข้า โดยไม่รับเงินสองปีเช่นกัน” เด็กหนุ่มในหมู่บ้านเหล่านั้นย่อมเต็มใจติดตามนาง เพราะทั้งได้กินอิ่มและยังได้เรียนพายเรือ ย่าจินจึงเงียบไป จินเสี่ยวเยี่ยจึงถามว่า “ท่านย่า ท่านกินข้าวหรือยัง?” “ยัง” ย่าจินตอบ จินเสี่ยวเยี่ยเดินไปตักข้าวสวยหนึ่งชาม แล้วหั่นผักดองให้เล็กน้อย ก่อนจะแบ่งข้าวที่เหลือให้คนอื่น “ตอนนี้เจ้าร่ำรวยจริง ๆ แต่เช้าก็กินข้าวสวยแล้ว” ย่าจินพูดไปพลางกินอย่างรวดเร็ว จินเสี่ยวเยี่ยมองย่าของตนอย่างพูดไม่ออก ฐานะของบ้านสกุลจินไม่ได้ย่ำแย่ ถึงขั้นกินข้าวสวยได้สบาย ๆ เพียงแต่ย่าของนางไม่ยอมให้กินเท่านั้น ย่าจินกล่าวต่อว่า “เสี่ยวเยี่ย วันนี้ข้าจะเข้าอำเภอฉงเฉิง เจ้าพาข้าไปหน่อย ตอนเย็นก็มารับข้ากลับด้วย” “ได้!” จินเสี่ยวเยี่ยรับคำทันที พอเห็นย่าของนางสะพายตะกร้าสานมาก็รู้ว่าวันนี้ย่าคงตั้งใจจะเข้าอำเภอฉงเฉิง นางไม่คิดจะนำค่าแรงของจินเสี่ยวซู่ส่งให้ที่บ้าน แต่แค่พายเรือพายย่าเข้าอำเภอฉงเฉิง นางก็ไม่ถึงกับจะเก็บเงิน วันนั้นพวกเขาออกเดินทางช้ากว่าปกติ อีกทั้งบนเรือยังค่อนข้างแน่น เรือที่จินเสี่ยวเยี่ยเช่ามาลำนี้ไม่ได้ใหญ่ บัดนี้มีทั้งไข่ไก่ ผัก และผู้โดยสารหลายคน จนแทบไม่มีที่ว่างเหลือ หลีชิงจื้อไม่ค่อยสนิทกับย่าจิน อีกทั้งความสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยดีนัก สาเหตุหลักเป็นเพราะตอนที่เจ้าของร่างเดิมแต่งงานกับจินเสี่ยวเยี่ย ได้มอบค่าสินสอดสิบตำลึงเงิน แต่ย่าจินเก็บไว้ทั้งหมด และไม่ได้จัดสินเดิมให้นาง เขาเพียงเอ่ยทักทายคำหนึ่ง แต่ไม่ได้ชวนคุยต่อ ขณะที่ย่าจินก็ไม่สนใจเขา เอาแต่ถามจินเสี่ยวเยี่ยเรื่องการพายเรือหาเงิน จินเสี่ยวเยี่ยเล่าเรื่องที่เคยบอกชาวบ้านไปแล้วหลายอย่าง ทั้งยังบอกด้วยว่าเงินที่หาได้ส่วนใหญ่ก็ต้องนำไปจ่ายค่าเช่าเรือ เมื่อถึงอำเภอฉงเฉิง ย่าจินสะพายตะกร้าสานลงจากเรือเป็นคนแรก จากนั้นหลีชิงจื้อจึงก้าวลงจากเรือตาม เขากำลังจะมุ่งหน้าไปบ้านสกุลจู ก็ได้ยินเสียงนายท้ายเรือเหยาดังขึ้นว่า “อาชิง รอก่อน” หลีชิงจื้อหันกลับไป ก็เห็นนายท้ายเรือเหยาพายเรือเข้ามา วันนี้พวกเขาออกจากบ้านช้ากว่าปกติ แต่นายท้ายเรือเหยาส่งเหยาเจิ้นฟู่ไปสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว! “ท่านลุงเหยา มีเรื่องอันใดหรือ?” หลีชิงจื้อถาม นายท้ายเรือเหยาถามว่า “อาชิง ข้าอยากถามหน่อย... บ้านสกุลจูยังรับคนคัดลอกหนังสืออยู่หรือไม่?” หลีชิงจื้อตอบว่า “ท่านลุงเหยา นายท่านจูเห็นข้าน่าสงสาร จึงให้ข้ามาคัดลอกหนังสือ อีกไม่กี่วันก็คัดลอกเสร็จแล้ว... บ้านสกุลจูไม่ได้ต้องการจ้างคนคัดลอกหนังสือเพิ่ม” นายท้ายเรือเหยาถอนหายใจ “อย่างนั้นหรือ...” หลีชิงจื้อยิ้ม “ท่านลุงเหยาอยากให้พี่เหยาหางานทำหรือ? แม้บ้านสกุลจูจะไม่ต้องการคนคัดลอกหนังสือ แต่ร้านหนังสือรับจ้างคัดลอกหนังสืออยู่เสมอ หากช่วยร้านหนังสือคัดลอกหนังสือ ขยันสักหน่อย วันหนึ่งก็หาเงินได้ไม่น้อย” หนังสือบางประเภทที่ไม่เป็นที่นิยม การพิมพ์ต้องเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ร้านหนังสือจึงจ้างคนคัดลอก แม้ค่าจ้างจะไม่มากเท่าที่จูเฉียนให้ แต่ก็เพียงพอสำหรับเลี้ยงชีพ “อาชิง ขอบใจมาก” นายท้ายเรือเหยากล่าวขอบคุณ ก่อนจะถามด้วยสีหน้าลังเล “อาชิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าการสอบระดับอำเภอต้องทำอย่างไรจึงจะสอบผ่าน? จำเป็นต้องเชิญท่านเซี่ยนลิ่งไปกินข้าว หรือมอบของกำนัลให้หรือไม่?” “เหตุใดท่านลุงเหยาจึงถามเช่นนี้?” หลีชิงจื้อถามด้วยความแปลกใจ