วันสิ้นโลกมาเยือน ตุนเสบียงแสนล้านเลี้ยงลูกน้อย
ตอนที่ 20 — ตอนที่ 20 กำจัดตัวปัญหา (บน)
คฤหาสน์ชานเมือง
ซูจิ่นอวี๋เอนกายนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาในห้องควบคุมส่วนกลางอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์ มือข้างหนึ่งหยิบมันฝรั่งทอดกรอบเข้าปากเคี้ยวกรุบกรอบ พลางเฝ้าสังเกตสถานการณ์รอบคฤหาสน์ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ของระบบกล้องวงจรปิด
วันนี้เป็นวันที่เจ็ดนับแต่วันสิ้นโลกมาเยือน พายุฝนที่ตกกระหน่ำต่อเนื่องมาตลอดหนึ่งสัปดาห์เริ่มซาเม็ดลงเรื่อยๆ และมีทีท่าว่าจะหยุดตกแล้ว
ภายในป่าไผ่ด้านนอกคฤหาสน์ มีพืชและสัตว์จำนวนมากที่ใกล้จะวิวัฒนาการเสร็จสมบูรณ์ ในจำนวนนั้นมีตั๊กแตนกิ่งไม้ขนาดยาวกว่า 1 เมตรอยู่หลายตัว ทั้งยังมีต้นไผ่เขียวที่มีระดับการวิวัฒนาการสูงมากอีกหลายต้น
เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกของพวกมัน ก็สามารถประเมินได้ว่า ระดับการวิวัฒนาการของพวกมันเสร็จสิ้นไปแล้วอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ซึ่งพอๆ กับระดับการควบแน่นของแกนผลึกของซูจิ่นอวี๋
ถึงอย่างนั้น ซูจิ่นอวี๋กลับไม่ได้กังวลใจเลยแม้แต่น้อย
เพราะเธอรู้ดีว่า หลังจากสิ่งมีชีวิตธรรมดาวิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมดาแล้ว สิ่งแรกที่พวกมันจะทำก็คือการแก่งแย่งแข่งขันกันเองภายใน เพื่อช่วงชิงตำแหน่งจ่าฝูงของเผ่าพันธุ์ นี่คือสัญชาตญาณตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมดา
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมดาสายพืช หรือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมดาสายสัตว์ ต่างก็มีสัญชาตญาณเช่นนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
และเมื่อพวกมันตัดสินผู้เป็นจ่าฝูงของเผ่าพันธุ์ได้แล้ว ก็จะเริ่มเปิดฉากแย่งชิงอาณาเขต ถึงตอนนั้นย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปิดศึกกับเผ่าพันธุ์อื่น หรือแม้กระทั่งกับมนุษย์
แผนการของซูจิ่นอวี๋ก็คือ รอให้กลุ่มไผ่เขียวและกลุ่มตั๊กแตนกิ่งไม้ทำสงครามแย่งชิงอาณาเขตกันเสียก่อน จากนั้นค่อยพาแมงมุมหมาป่าจักรกลและเจ้าซ่านเตี้ยนตัวน้อยลอบโจมตีตลบหลัง
หากโชคดีสามารถกวาดล้างสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมดาชุดนี้ได้ทั้งหมด เธอก็จะได้รับหินผลึกเทา 10 ก้อน เพื่อนำมาปลดล็อกหีบสมบัติระดับตำนานเทพ
และหากหีบสมบัติระดับตำนานเทพเปิดได้สัตว์เลี้ยงตัวน้อยระดับตำนานเทพสุดหายากออกมาอีกสักตัว เธอก็จะสามารถนอนหลับสบายไร้กังวลได้อย่างแท้จริง!
"พี่จิ่นอวี๋ แย่แล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ในระหว่างที่ซูจิ่นอวี๋กำลังวาดฝันกลางวัน*อย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ ฉู่หวินซานก็วิ่งหน้าตื่นลนลานเข้ามาในห้องควบคุมส่วนกลาง พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือในมือให้เธอ
ภาพบนหน้าจอมือถือกำลังเล่นคลิปวิดีโอฉากการต่อสู้ดุเดือดระหว่างวิหคเพลิงกับแมงมุมหมาป่าจักรกล และในตอนท้ายมันก็ถูกคอมโบประสานพลังของแมงมุมหมาป่าจักรกลกับหนูสายฟ้าสังหารลง
ผู้ถ่ายคลิปในตอนนั้นอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ชานเมืองของซูจิ่นอวี๋มาก ภาพที่บันทึกได้จึงคมชัดเป็นพิเศษ ฉากการต่อสู้อันสมจริงระดับนี้ ทรงพลังและดุดันยิ่งกว่าสเปเชียลเอฟเฟกต์ในภาพยนตร์ 3D เสียอีก
ใต้คลิปวิดีโอดังกล่าว มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ต่างอ้างว่านี่คือภาพที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ไม่ใช่เหตุการณ์จริง
แต่ก็มีชาวเน็ตบางส่วนระบุว่า พวกเขาคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี มันตั้งอยู่ที่ชานเมืองหลวนเหนี่ยว เพราะซีรีส์ย้อนยุคหลายเรื่องมักจะมาปักหลักถ่ายทำกันที่ตรงนี้
ซูจิ่นอวี๋ขมวดคิ้วแน่น ดีดตัวผึงลุกขึ้นมาจากโซฟาทันที
"คลิปแบบนี้จัดเป็นคลิปต้องห้ามไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงปล่อยให้โพสต์ได้ล่ะ?"
ฉู่หวินซานส่ายหน้า พลางอธิบายว่า "ไอ้หมอนั่นที่โพสต์คลิป จงใจอาศัยช่องโหว่ของระบบ อ้างว่าคลิปนี้เป็นคลิปตัดต่อจากภาพยนตร์ครับ"
"พอมันปล่อยคลิปเสร็จ ก็ใช้บัญชีอวตารมาปั่นกระแสชี้เป้าในช่องคอมเมนต์ จงใจลากทุกคนให้พุ่งเป้ามาทางพวกเรา"
"พี่จิ่นอวี๋ พี่เคยไปมีเรื่องกับใครไว้หรือเปล่าครับ?"
ได้ยินเช่นนั้น ซูจิ่นอวี๋ก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง คนที่เธอเคยไปล่วงเกินน่ะมีไม่มากหรอก แต่อริแค้นของเธอกลับมีไม่น้อยเลยทีเดียว
คลิปวิดีโอนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นฝีมือของไอ้ผู้ชายคนที่เคยมาแย่งชิงหีบสมบัติระดับมหากาพย์กับเธอในตอนที่วันสิ้นโลกเพิ่งมาเยือน
ตอนนั้น เธอเห็นว่าภัยพิบัติเพิ่งเริ่มต้น อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามก็ยังไม่ได้ทำอะไรล้ำเส้นเกินไป จึงไม่ได้ลงมือปลิดชีพมัน
ผลปรากฏว่าเจ้าหมอนี่กลับตามราวีเธอไม่เลิก คอยสร้างความเดือดร้อนให้เธออยู่ลับหลังไม่หยุดหย่อน เริ่มจากเปิดโปงข้อมูลของเธอในเว็บบอร์ดเถี่ยปา อ้างว่าเธอคือคนแรกที่ได้รับหีบสมบัติ
ซ้ำยังยุยงชักจูงชาวเน็ตขาเผือกให้บุกมาหาเรื่องเธอถึงคฤหาสน์ชานเมือง
มาคราวนี้ เจ้าหมอนั่นยังแอบอัดคลิปวิดีโอการต่อสู้ระหว่างวิหคเพลิงกับแมงมุมหมาป่าจักรกล แล้วปล่อยคลิปลงบนโลกออนไลน์อย่างโจ่งแจ้ง นี่มันกะจะเอาเธอไปขึ้นเขียงย่างไฟ*ชัดๆ!
"มีทางสวรรค์ให้เดินดีๆ ไม่ชอบ ดันรนหาที่มุดลงนรกเองแท้ๆ!"
มุมปากของซูจิ่นอวี๋ยกยิ้มเย็นชา เจ้าคนพรรค์นี้บังอาจมาหาเรื่องเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากเธอไม่กำจัดมันทิ้งเสีย ก็เสียชาติเกิดที่ได้เกิดใหม่อีกครั้งแล้ว
พ้นผ่านคืนนี้ไป จะเป็นช่วงเวลาที่การวิวัฒนาการของมนุษย์ สัตว์ และพืชพุ่งทะยานขึ้นสูงสุด และจะมีมนุษย์รวมถึงสัตว์และพืชจำนวนมหาศาลที่วิวัฒนาการล้มเหลวจนเกิดอาการคุ้มคลั่ง
นี่จะเป็นช่วงเวลาแห่งความโกลาหลระลอกแรกของดาวสีน้ำเงิน ต่อให้ซูจิ่นอวี๋ไม่ต้องลงมือทำอะไร คนที่มาหาเรื่องเธอก็คงจะเสวยสุขได้อีกไม่กี่วันหรอก
ทว่าซูจิ่นอวี๋เป็นคนประเภทตาต่อตาฟันต่อฟัน แค้นเพียงนิดย่อมต้องชำระ* ในเมื่ออีกฝ่ายกล้ามาหาเรื่องเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เธอจึงต้องสนองคืนกลับไปให้สาสม!
เรื่องนี้ซูจิ่นอวี๋ตั้งใจจะลงมือจัดการด้วยตัวเอง จึงไม่คิดที่จะบอกรายละเอียดแก่ฉู่หวินซาน เธอตบไหล่ฉู่หวินซานเบาๆ เอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "ฉันเข้าใจแล้ว เรื่องนี้นายไม่ต้องกังวลหรอกนะ ฉันจะไปจัดการสั่งสอนมันด้วยตัวเอง"
"หน้าที่ของนายในตอนนี้ คือตั้งใจฝึกฝนพลังพิเศษตามวิธีที่ฉันสอนไปให้ดี พยายามปลุกพลังให้ตื่นขึ้นมาให้ได้เร็วที่สุด พอนายปลุกพลังสำเร็จแล้ว ถึงจะมีพลังพอที่จะปกป้องตัวเองในยุคกลียุคนี้ได้"
ฉู่หวินซานพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ เขาพึงพอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง และอยากจะใช้ชีวิตเร้นกายอยู่ที่นี่กับแม่ต่อไปอย่างสงบสุขเช่นนี้เรื่อยไป
มีคนมาหาเรื่องซูจิ่นอวี๋ ก็เท่ากับมาหาเรื่องเขาเหมือนกัน เขาไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายไปแน่
"พี่จิ่นอวี๋ ให้ผมช่วยไปจัดการไอ้หมอนั่นให้ไหมครับ?"
ซูจิ่นอวี๋ยิ้มน้อยๆ "ไม่ต้องหรอก นายรีบไปฝึกฝนเถอะ เรื่องแค่นี้ฉันจัดการเองได้สบายมาก"
"ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ!"
"อื้ม!"
เมื่อมองส่งฉู่หวินซานเดินลับสายตาไป รอยยิ้มบนใบหน้าของซูจิ่นอวี๋ก็พลันเหือดหายไปในพริบตา เจ้าหมอนี่ที่ชื่อ 'จางจื่อฝาน' ได้ยั่วโมโหเธอจนถึงขีดสุดแล้ว เธอจะต้องลงมือจัดการมันด้วยตัวเองให้จงได้
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องของอีกฝ่ายผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งเว่ยปั๋วเว่ยหลาน เถี่ยปา บล็อก และแอปพลิเคชันอื่นๆ
ในเวลาไม่นาน เธอก็ค้นพบที่อยู่บ้านของอีกฝ่ายจากโพสต์หนึ่งในเถี่ยปา
"หมู่บ้านซงเฮ่อเปี๋ยย่วนในเมืองหลวนเหนี่ยว… เจ้าหมอนี่รู้จักเลือกที่อยู่ไม่เลวนี่ คืนนี้ฉันจะสงเคราะห์ส่งแก 'ขี่นกกระเรียนสู่ยมโลก'* เอง!"
หมู่บ้านซงเฮ่อเปี๋ยย่วน
จางจื่อฝานสวมชุดนอนตัวหลวมโคร่ง กำลังนั่งรัวนิ้วเคาะคีย์บอร์ดอย่างบ้าคลั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ ทุกครั้งที่เขาตอบกลับข้อความไปสักข้อความหนึ่ง บนใบหน้าก็จะผุดรอยยิ้มพึงพอใจอย่างยิ่งยวดออกมา
ราวกับว่าร่างกายของเขาได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกอินเทอร์เน็ต เขาสามารถเสพสมความสุขทางกายผ่านอินเทอร์เน็ต จนก้าวไปสู่จุดสุดยอดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังแว่วมาจากหน้าห้อง จางจื่อฝานสะดุ้งตัวลอยกระโดดผึงขึ้นจากเก้าอี้ทันทีราวกับแมวขนลุกชันตื่นตกใจ
เขาคว้าไม้เบสบอลข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์หมับ แล้วตะโกนถามไปทางหน้าประตูด้วยความระแวง "ใครน่ะ มีธุระอะไร?!"
"ผมเป็นฝ่ายนิติบุคคลของหมู่บ้านครับ ห้องข้างล่างเขาร้องเรียนมาว่าท่อน้ำทิ้งอุดตัน เลยให้ผมขึ้นมาดูหน้างานหน่อยครับ"
เมื่อได้ยินเสียงผู้ชายดังมาจากข้างนอก จางจื่อฝานก็ถอนหายใจโล่งอก แต่เขาก็ยังคงไม่วางใจ จึงถือไม้เบสบอลเดินย่องไปที่หน้าประตู แล้วส่องดูสถานการณ์ด้านนอกผ่านช่องตาแมว
เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่นอกประตูสวมชุดเครื่องแบบพนักงานนิติบุคคลของหมู่บ้านซงเฮ่อเปี๋ยย่วนอยู่จริงๆ เขาจึงค่อยๆ แง้มเปิดประตูห้องอย่างระมัดระวัง
"ผมไม่ได้ทำกับข้าวมานานแล้วนะ ช่วงนี้กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตลอด ปัญหานี้ต้องไม่ใช่เพราะผมแน่ๆ…"
จางจื่อฝานยังไม่ทันอธิบายจบ จู่ๆ ลำแขนแกร่งดั่งคีมเหล็กท่อนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ลำคอของเขา แล้วยกร่างเขาลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศ!
แรงรัดอันมหาศาลทำให้เขาหายใจไม่ออกในพริบตา ใบหน้าบิดเบี้ยวแดงก่ำจนเขียวคล้ำ เขาตะเกียกตะกายแขนขาปัดป่ายไปมากลางอากาศราวกับคางคกที่ถูกมนุษย์บีบคอไว้แน่น
แต่น่าเสียดายที่ร่างของเขาลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ไม่มีจุดให้เหยียบหยั่งแรงได้เลย การดิ้นรนขัดขืนทั้งหมดจึงเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง
ในยามที่เขาเริ่มตาพร่าเห็นดาวระยิบระยับ และแลเห็นคุณย่าทวดมายืนกวักมือเรียกอยู่บนหลังคาบ้าน*อยู่นั้นเอง แรงบีบรัดที่ลำคอก็พลันสลายวูบ ร่างทั้งร่างร่วงกระแทกลงไปกองกับพื้นดั่งก้อนโคลนไร้กระดูก
จางจื่อฝานที่รอดตายมาราวปาฏิหาริย์รีบโกยสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอึกใหญ่ ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าต้องเงยหน้าดูคนที่เกือบจะปลิดชีพตนเมื่อครู่
ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า กลับกลายเป็น 'สหาย' คนหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดียิ่ง กำลังนั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ของเขา และกำลังก้มหน้าตรวจสอบข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขาอย่างไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น!
เชิงอรรถ
- [1] วาดฝันกลางวัน : มาจากคำสแลงอินเทอร์เน็ตจีนว่า "วายวาย" หมายถึง การจินตนาการเพ้อฝัน เพ้อพก หรือวาดวิมานในอากาศในสิ่งที่ปรารถนา
- [2] ตาต่อตาฟันต่อฟัน แค้นเพียงนิดย่อมต้องชำระ : มาจากสุภาษิตจีนโบราณที่หมายถึง เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยหรือเพียงแค่ถูกถลึงตาใส่ ก็ต้องหาทางแก้แค้นเอาคืนให้สาสม
- [3] ขี่นกกระเรียนสู่ยมโลก: เล่นคำกับชื่อหมู่บ้าน "ซงเฮ่อเปี๋ยย่วน" : โดยซูจิ่นอวี๋นำมาเปรียบเปรยกับสำนวนจีนโบราณ "ขี่นกกระเรียนสู่ทิศประจิม" ซึ่งเป็นคำสุภาพที่หมายถึง การถึงแก่กรรมหรือสิ้นอายุขัย เพื่อประชดว่าจะส่งอีกฝ่ายไปลงนรก
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-e42bbb19/20
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย