← สารบัญ (ราชานักฆ่า) กลับมามีชีวิตใหม่

(ราชานักฆ่า) กลับมามีชีวิตใหม่

ตอนที่ 50เฉียวอิง บทที่ 0038

บทที่ 38

“คุณรอผมอยู่ตรงนี้นะครับ ผมจะไปเอารถ” ผู้ช่วยหนุ่มหิ้วถุงใหญ่ถุงเล็กเดินไปยังลานจอดรถใต้ดิน

จางเฉิงหยงยืนเอามือไพล่หลัง เดินออกจากห้างไปที่หน้าประตูเพียงลำพัง

เฉียวอิงที่เดินออกมาจากหมิงซานถัง ถือถุงสมุนไพรจีนใบใหญ่ กำลังจะเรียกรถไปยังโรงแรมที่จองไว้ ก็เห็นว่าบริเวณหน้าห้างมีผู้คนมุงดูแน่นขนัด

ได้ยินเสียงจากฝูงชนตะโกนขึ้นว่า “คนจะไม่ไหวแล้ว”

“นี่ผู้เฒ่าบ้านไหน ลูกหลานล่ะ? คนแก่ป่วยแบบนี้ยังปล่อยให้ออกมาคนเดียวอีก ใครช่วยโทร 120 หน่อย”

เฉียวอิงมองผ่านช่องว่างของฝูงชน เห็นชายชราล้มอยู่กับพื้น สีหน้าทรมาน

เธอแหวกฝูงชนเดินเข้าไปด้านหน้า

ชายชรานอนอยู่บนพื้น แขนขาแข็งเกร็ง นิ้วมือหงิก งอเป็นกรงเล็บ มีอาการกระตุกเป็นระยะ กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มแข็งขึ้นช้าๆ มุมปากก็เริ่มเบี้ยว

นี่คืออาการของโรคหลอดเลือดสมอง

“รบกวนทุกคนถอยออกหน่อย ให้อากาศถ่ายเท” เฉียวอิงวางของในมือลงอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะย่อตัวลง

“หนูจะทำอะไร ถ้าไม่ใช่ญาติของคนแก่ก็ห้ามแตะมั่วนะ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาอาจถึงตายได้”

เฉียวอิงทำเหมือนไม่ได้ยิน เธอเปิดเปลือกตาล่างของชายชราดู จากนั้นใช้นิ้วสองนิ้วจับชีพจร

“โอ้ เด็กสาวคนนี้เป็นหมอเหรอ”

“จะมีหมอที่อายุน้อยขนาดนี้ได้ยังไง น่าจะเป็นนักศึกษาแพทย์มากกว่า อายุแค่นี้ก็กล้ารักษาคนแล้วเหรอ”

“ดูจากอาการน่าจะเส้นเลือดในสมองแตกนะ ไม่ใช่อาการเล็กๆ เลย บ้านฉันก็มีคนล้มแล้วเป็นอัมพาตเพราะโรคนี้”

หลังจากวินิจฉัยเสร็จ เฉียวอิงก็หยิบชุดฝังเข็มออกมาจากถุง

เดิมทีคนที่มุงดูอยู่คิดจะห้ามไม่ให้เฉียวอิงแตะตัวคนไข้ แต่พอเห็นว่าเธอรู้เรื่องการแพทย์ จึงไม่ได้พูดอะไรอีก

ใครจะรู้ว่าเฉียวอิงหยิบเข็มเงินเรียวยาวออกมา ทันใดนั้นทุกคนก็ร้องตกใจขึ้นพร้อมกัน

เมื่อเห็นว่าเข็มกำลังจะปักลงบนศีรษะของชายชรา ชายร่างกำยำกล้ามแน่นที่เข้ายิมเป็นประจำเกิดความรู้สึกอยากผดุงความยุติธรรม รีบกระโดดออกมาห้าม “คุณจะทำอะไร”

เฉียวอิงหลบมือที่อีกฝ่ายยื่นเข้ามาได้อย่างง่ายดาย แสงเย็นวาบผ่านไป เข็มเงินก็ปักลงที่จุดไป่ฮุ่ยบนศีรษะของชายชรา

ฝูงชนส่งเสียงร้องตกใจอีกครั้ง หลายคนถึงกับถอยหลัง กลัวว่าเดี๋ยวถ้าชายชราเป็นอะไรขึ้นมา ตัวเองจะพลอยซวยไปด้วย

ชายร่างกำยำที่คว้าพลาดหันกลับมาเห็นเข็มปักลงไปแล้ว พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะลงเข็มที่สอง ก็รีบยื่นมือเข้ามาห้ามอีกครั้ง

แม้จะหวังดี แต่เฉียวอิงรู้สึกว่าเกะกะเกินไป ดังนั้นตอนที่อีกฝ่ายยื่นมือเข้ามาจะดึงเธออีกครั้ง เข็มเงินในมือของเฉียวอิงก็พลิกกลับ แทงเข้าที่ซอกนิ้วโป้งของเขา

เฉียวอิงเร็วเกินไป ทุกคนแทบมองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินเพียงชายร่างกำยำร้องโหยหวนออกมาอย่างงุน งง จากนั้นแขนทั้งข้างก็อ่อนแรงราวกับเส้นเอ็นถูกดึงออกไป

ชายร่างกำยำกอดแขนที่ทั้งชาและปวด ร้องเสียงดังด้วยความทรมาน สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทำเอาผู้คนตกใจจนถอยออกไปอีกหลายก้าว

“ดะ เด็กสาวคนนั้นทำอะไรกับหนุ่มคนนั้นเมื่อกี้”

“ดูแล้วเธอไม่น่าใช่พวกมั่วซั่วนะ แต่เด็กขนาดนี้จะเก่งจริงเหรอ? การฝังเข็มไม่ใช่เหมือนการฉีดยาของแพทย์ตะวันตกนะ”

“ฉันเห็นถุงที่เธอถือเป็นของหมิงซานถัง หรือว่าจะเป็นลูกศิษย์ของท่านหมิง?”

“ฉันเคยเห็นท่านหมิงฝังเข็มนะ ไม่ได้ทำสบายๆ แบบเธอ ถ้าเดี๋ยวเกิดมีคนตาย เรื่องใหญ่แน่”

“วัยรุ่นสมัยนี้ชอบอวดเก่งเกินไป”

ทุกคนพูดกันจ้อกแจ้ก ชี้ไม้ชี้มือวิจารณ์เฉียวอิงกันไปต่างๆ นานา เพียงชั่วครู่พอหันกลับไปมองอีกครั้ง ก็พบว่าบนศีรษะและแขนของชายชรามีเข็มปักอยู่กว่าสิบเล่มแล้ว

ยิ่งมีชายกล้ามโตที่ร้องโอดโอยอยู่ข้างๆ ภาพตรงหน้าก็ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่น

หลายคนได้แต่ส่ายหน้าในใจ คิดว่าเด็กสาวคนนี้หาเรื่องใหญ่ใส่ตัวแล้ว

ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าใบหน้าของชายชราเริ่มผ่อนคลายลง จนกระทั่งมุมปากที่เบี้ยวเริ่มกลับมาเป็นปกติ

“เฮ้ ดูเร็ว ปากเขาไม่เบี้ยวแล้ว”

จากนั้นแขนขาที่แข็งเกร็งของชายชราก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงท่ามกลางเสียงอุทานตกตะลึงของผู้คน ก่อนจะกำหมัดได้ ยกขาได้

อาการปวดศีรษะรุนแรงราวกับถูกเจาะค่อยๆ หายไป จางเฉิงหยงลืมตาขึ้น ก็เห็นเด็กสาวที่กำลังนั่งยองอยู่ตรงหน้า สีหน้าจริงจังตั้งใจ

“...หนู”

“เฮ้ พูดได้แล้ว พูดได้แล้ว”

เดิมทีผู้คนที่ถอยออกไปก็รีบกรูกันเข้ามาอีกครั้ง

“เด็กสาวคนนี้เก่งเกินไปแล้ว เมื่อกี้ดูเหมือนกำลังจะเป็นอัมพาตแท้ๆ พอลงเข็มไม่กี่ครั้งกลับไม่เป็นอะไรเลย”

ทุกคนต่างยกนิ้วโป้งให้เฉียวอิง

ไม่กี่นาทีต่อมา เฉียวอิงเริ่มถอนเข็ม เริ่มจากเข็มแรกที่จุดไป่ฮุ่ยบนศีรษะ หลังเก็บเข็มทั้งหมดเรียบร้อย เธอก็พูดกับชายชราว่า “นอนอีกสามนาทีค่อยลุก”

จากนั้นเธอเดินไปหาชายร่างกำยำที่กอดแขน ร้องจนเสียงแหบเพราะความเจ็บปวด

เห็นเพียงเข็มเงินเรียวยาวในมือเด็กสาววูบผ่านบริเวณรอบคอของชายร่างกำยำ ครู่เดียวอีกฝ่ายก็เงียบลง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทำเอาผู้คนร้องอุทานกันอีกระลอก

สายตาที่มองเฉียวอิง เปลี่ยนจากความสงสัย เป็นตกตะลึงชื่นชม ก่อนจะกลายเป็นความยำเกรง

ผู้ช่วยหนุ่มเบียดฝูงชนเข้ามา พอเห็นจางเฉิงหยงนอนอยู่บนพื้นก็ตกใจ รีบเข้าไปดูอาการ “อธิการบดีจาง”

จางเฉิงหยงที่เพิ่งฟื้นจากอาการปวดหัวแทบเอาชีวิตไม่รอด หลังผู้ช่วยช่วยพยุงลุกขึ้น ก็รีบให้ผู้ช่วยเรียกเฉียวอิงที่เดินออกไปไกลแล้ว

เฉียวอิงหันกลับมา สีหน้าค่อนข้างเย็นชา “มีอะไร?”

เธอคิดไปก่อนโดยสัญชาตญาณว่า ผู้ช่วยที่ยังไม่รู้เรื่องราวคงจะคิดมาเอาเรื่องเธอ

สุดท้าย เฉียวอิงก็นั่งรถของชายชรามายังบ้านของเขา

ชายชราต้อนรับเฉียวอิงเข้าบ้านอย่างกระตือรือร้น ดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนคนที่เพิ่งอาการกำเริบจนเกือบเป็นโรคหลอดเลือดสมองเลยสักนิด พอกลับถึงบ้านก็สั่งแม่บ้านให้ทำอาหารเพิ่มอีกหลายอย่าง

ระหว่างทาง ผู้ช่วยหนุ่มได้รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว แต่เขาไม่ค่อยเชื่อใจเฉียวอิงที่อายุยังน้อย ดังนั้นหลังจากยกชาให้เฉียวอิงแล้ว ก็เริ่มเกลี้ยกล่อมให้ชายชราไปโรงพยาบาลตรวจร่างกาย

ตอนนี้ชายชราดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ก็กลัวว่าจะเกิดปัญหาทีหลัง

“ไม่ต้องๆ ร่างกายตัวเองฉันรู้ดี ตอนนี้ฉันสบายมาก” จางเฉิงหยงตบหน้าอกตัวเอง

แต่ผู้ช่วยยังคงพูดต่อ จางเฉิงหยงกลัวว่าเฉียวอิงจะไม่พอใจ จึงทำหน้าขรึมลงทันที จนผู้ช่วยเงียบปากได้สำเร็จ

เฉียวอิงเห็นดังนั้น ก็ไม่เสียเวลาพูดอธิบาย เธอหยิบปากกาและกระดาษบนโต๊ะมาเขียนอะไรบางอย่าง

สองนาทีต่อมา เธอยื่นใบสั่งยาให้จางเฉิงหยง “เอาใบสั่งยานี้ไปที่หมิงซานถัง ให้ท่านหมิงจัดยาให้”

หลังจากจางเฉิงหยงอ่านดูแล้ว ก็ถามเฉียวอิงว่า “หนูเป็นอะไรกับท่านหมิงเหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินว่าเขามีลูกศิษย์ผู้หญิงนะ”

เฉียวอิงตอบ “เป็นเพื่อนธรรมดา”

“เพื่อน?” จางเฉิงหยงเบิกตากว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้แต่น้ำเสียงยังสูงขึ้นหลายระดับ

เขาตกใจที่เฉียวอิงอายุน้อยขนาดนี้ แต่กลับเรียกท่านหมิงว่าเพื่อนได้

ผู้ช่วยหนุ่มที่ไม่ได้เห็นเฉียวอิงฝังเข็มกับตา คิดว่าเฉียวอิงกำลังคุยโวโอ้อวด ถึงขั้นเริ่มสงสัยว่าเธอเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า

“ดีๆ ตาแก่อย่างฉันต้องขอบคุณหนูจริงๆ” จางเฉิงหยงเก็บใบสั่งยาไว้

“หนูเป็นคนพื้นที่นี้เหรอ? ดูอายุยังน้อย น่าจะยังเรียนอยู่สินะ? เรียนชั้นไหนแล้ว? อยู่โรงเรียนอะไร?”

“มัธยมปลายปีสาม เรียนอยู่ที่อวิ๋นเฉิง”

“ยังอยู่มัธยมปลายปีสาม เองเหรอ? อายุแค่นี้แต่มีทั้งฝีมือทางการแพทย์และความกล้าในการฝังเข็ม ช่างเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่น่าทึ่งจริงๆ” จางเฉิงหยงชื่นชมเฉียวอิงมาก “อยู่ที่อวิ๋นเฉิง แล้วทำไมถึงมาปักกิ่งล่ะ? วันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุดด้วย”

“มาหาท่านหมิง ซื้อของนิดหน่อย” เฉียวอิงตอบตามตรง

จางเฉิงหยงเหลือบมองถุงสมุนไพรจีนใบใหญ่บนโต๊ะของเฉียวอิง

“อีกไม่นานก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว คิดหรือยังว่าจะสอบเข้าที่ไหน?” ในดวงตาของจางเฉิงหยงมีประกายร้อนแรงพุ่งออกมา

สายตานั้นเหมือนกำลังมองของล้ำค่าอะไรสักอย่าง

“สนใจคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยปักกิ่งไหม?” จางเฉิงหยงถาม

ถ้าอธิการบดีจางรู้ว่า เด็กสาวตรงหน้าคือคนที่เขาฝากให้ฉินหานเย่วช่วยตามหาคนทำข้อสอบ เขาคงเสียใจที่มาชวนเข้าคณะแพทย์

“แค่หนูพยักหน้า ฉันจะโทรหาอธิการบดีโรงเรียนให้เดี๋ยวนี้เลย”

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะ แต่ฉันรับไว้ในใจแล้ว”

เมื่อได้ยินเฉียวอิงปฏิเสธ จางเฉิงหยงก็ตกใจมาก

แต่ไม่นาน คำพูดต่อมาของเฉียวอิงก็ทำให้เขาชื่นชมเธอเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

ได้ยินเฉียวอิงพูดว่า “มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ฉันสอบเข้าได้ด้วยตัวเอง”

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ ด้านนอกลานบ้านก็มีรถมายบัคสีดำทะเบียน 【จิงA0000】 จอดอยู่หน้าประตู

ประตูรถเปิดออก รองเท้าหนังสีดำคู่หนึ่งเหยียบลงบนพื้น

ชายหนุ่มในชุดสูทเต็มยศ รูปร่างสูงสง่า ช่วงขายาว ใบหน้าคมคายชัดเจน ทั้งเย็นชาและชวนดึงดูด

“อธิการบดีจาง ท่านสามฉินมาแล้วครับ” ผู้ช่วยหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาแจ้งจางเฉิงหยง

เฉียวอิงที่นั่งหันหลังให้ประตู เลิกคิ้วเล็กน้อย : ฉินหานเย่ว?