(ราชานักฆ่า) กลับมามีชีวิตใหม่
ตอนที่ 62 — เฉียวอิง บทที่ 0050
บทที่ 50
เฉียวอิงหรี่ตาลงเล็กน้อย มองกลุ่มอาคารที่สว่างไสวอยู่ไกลออกไปอย่างละเอียด ก่อนพึมพำกับตัวเองว่า “ซ่อมเสร็จแล้วเหรอ?”
องค์กรอาวุธพระเจ้า คืออำนาจที่ไม่มีใครในทวีป M กล้ายุ่งด้วย ส่วนบอสที่อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งถูกเล่าขานกันเสียเหนือจริง
แต่พวกนั้นดันมาเจอกับเสวี่ยอิงที่ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน แถมไม่เชื่อเรื่องผีสางอะไรทั้งนั้น
ตอนนั้นยังเป็นกลางวันแสกๆ ระเบิด TNT สิบจินถูกใช้ระเบิดสำนักงานใหญ่ขององค์กรอาวุธพระเจ้าจนพังไปครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งทวีป M
เฉียวอิงอดคิดไม่ได้ว่า ลูกน้องของเธอที่ตอนนี้ตกอับขนาดนี้ หรือว่าองค์กรอาวุธพระเจ้าจะสืบเจอแล้วว่าคนที่ระเบิดสำนักงานใหญ่เมื่อก่อนคือเธอ?
เมืองหลวง
ตระกูลฉิน
ฉินเหยียนเคาะประตูห้องหนังสือ “บอสปีนี้ทวีป M วุ่นวายกว่าทุกปีเยอะ มีพวกสิ้นหวังจากแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลั่งไหลเข้าไปจำนวนมาก เมื่อวานแม้แต่สินค้าของพวกเรายังถูกปล้นไป คุณควรไปจัดการหน่อยไหมครับ”
ฉินหานเย่วกำลังดูเอกสารในมือ “งานประลองกำลังจะเริ่มแล้ว?”
ฉินเหยียนตอบ “ครับ อีกสิบวัน ปีนี้น่าจะคึกคักกว่าทุกปี”
ฉินหานเย่วปิดแฟ้มเอกสาร เงยหน้าขึ้น หลังเงียบไปครู่หนึ่งก็พูดว่า “ถามอวี่เสินดูว่าไปไหม”
ฉินเหยียน “ครับ”
หลังจากบาร์ดแมนออกจากโรงแรมไป ก็ไม่กลับมาอีกเลย
ไป๋เซียวเป็นห่วง สุดท้ายจึงพาเพื่อนร่วมทีมอีกสองสามคนออกไปตามหา โชคดีที่คนไม่ได้เป็นอะไร
หลังพักฟื้นอยู่ในโรงแรมสองวัน ไป๋เซียวก็เริ่มถังแตก แม้แต่ค่าโรงแรมยังแทบจ่ายไม่ไหว
อาศัยเส้นสายที่สั่งสมมานาน ในที่สุดไป๋เซียวก็ได้รับภารกิจคุ้มกันสินค้าอีกครั้ง เขารีบเรียกพรรคพวกออกเดินทางทันที
ในลิฟต์ พวกเขาเจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง
หญิงสาวค่อนข้างอวบ แต่ผิวขาว รูปร่างหน้าตาสวยสะดุดตา ความสุขุมเยือกเย็นบนตัวเธอทำให้คนอดมองอีกสองสามครั้งไม่ได้ เธอคือหญิงสาวที่เคยยิ้มให้ไป๋เซียวอย่างมีปริศนาตอนเช็กอินเมื่อสองวันก่อน
อีกอย่างที่ทำให้ไป๋เซียวสนใจก็คือ ผู้หญิงคนนี้มีผมดำตาดำเหมือนเขา เป็นคนเอเชียเหมือนกัน หรืออาจจะเป็นคนจีนด้วยซ้ำ
“ถ้าสินค้าคราวนี้โดนปล้นอีก กองทหารรับจ้างเฮยสุ่ยของพวกเราคงต้องเก็บเสื่อกลับไปทำนาแล้วล่ะ ยังไงฉันก็ไม่มีหน้าจะอยู่ในทวีป M ต่อแล้ว”
“พูดอะไรเป็นมงคลหน่อยเถอะเพื่อน”
ตอนนั้นบาร์ดแมนพูดขึ้นว่า “หลังจบภารกิจนี้ ฉันจะออกจากเฮยสุ่ย”
ประตูลิฟต์เปิดออก บาร์ดแมนเดินออกไปก่อน
เฉียวอิงยืนอยู่มุมลิฟต์ มองกลุ่มคนเหล่านั้นเดินออกไป
ในจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด เฉียวอิงก็ยื่นเท้าไปขวางไว้ ก่อนเดินออกจากลิฟต์ตามไป
ครั้งนี้สินค้ามากกว่าที่ประเมินไว้ ไป๋เซียวและพวกมีคนไม่พอ อยากเรียกกำลังเสริมมาก็ไม่ทันเวลา อยากจ้างคนแถวนั้นก็ไม่มีเงินจ่ายค่าจ้าง
ทุกคนจึงได้แต่กัดฟันลุย
โชคดีที่ระยะทางไม่ได้ไกลมาก ขับรถแปดชั่วโมงก็ถึง
เพื่อความปลอดภัย พวกเขาตัดสินใจเหยียบคันเร่งยาว ไม่หยุดพักกลางทาง และเลือกใช้เส้นทางเปลี่ยวที่คนไม่ค่อยผ่าน
รถบรรทุกทั้งหมดเจ็ดคัน พวกเขามีเจ็ดคนพอดี คนละคัน ไม่มีใครเหลือให้แบ่งออกมาเพิ่มได้อีก
แต่ถึงจะระวังตัวแค่ไหน ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นอยู่ดี
รถของไป๋เซียวที่วิ่งนำหน้าอยู่ จู่ๆ ยางก็ระเบิด ทำให้รถด้านหลังทั้งหมดต้องจอดตาม
ไป๋เซียวลงไปตรวจสอบ พร้อมกำชับคนอื่นห้ามลงจากรถเด็ดขาด
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ไป๋เซียวและพวกเจอเรื่องมามากเกินไป จนตอนนี้หวาดระแวงไปหมดแล้ว
ยังไม่ทันที่ไป๋เซียวจะตรวจดูเสร็จ ทหารรับจ้างกว่ายี่สิบคนที่ถืออาวุธหนักก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ ล้อมพวกเขาไว้ทันที
กำลังต่างกันเกินไป พวกเขาที่มีแค่เจ็ดคนไม่มีทางต้านได้ ถูกจ่อปืนบังคับให้ลงจากรถทีละคน
เห็นสินค้ากำลังจะถูกปล้นอีกครั้ง บาร์ดแมนที่ถูกกดขี่มาทั้งปี และอดทนมาจนถึงขีดสุดก็ระเบิดอารมณ์ออกมาในที่สุด
ทั้งที่มือประสานไว้ด้านหลังศีรษะ เขากลับฉวยจังหวะกระชากทหารรับจ้างที่กำลังปีนขึ้นรถลงมา แล้วต่อยเข้าหน้าเต็มแรง ก่อนหมุนตัวซัดหมัดใส่อีกคนข้างๆ อย่างรวดเร็ว
ไป๋เซียวตอบสนองไว เขาคว้าลำปืนยาวของอีกฝ่าย ดึงตัวเข้ามาด้านหน้า จนอีกฝ่ายเสียหลักพุ่งไปข้างหน้า แล้วไป๋เซียวก็เตะเข้าที่เอวอีกฝ่ายอย่างแรง
สงครามปะทุขึ้นในพริบตา
สถานการณ์วุ่นวายทันที
ฝีมือของไป๋เซียวและพวกนั้นถือว่าอยู่ระดับแนวหน้าของเหล่าทหารรับจ้าง เทียบได้กับหน่วยชั้นยอดในองค์กรอาวุธพระเจ้า
แต่สองหมัดย่อมสู้สี่มือไม่ได้
สุดท้ายไป๋เซียวและพวกก็ถูกซัดล้มลงกับพื้น บาร์ดแมนถูกยิงที่ขา อาการสาหัส
หัวหน้าทหารรับจ้างฝ่ายตรงข้ามเหยียบลงบนขาที่ถูกยิงของบาร์ดแมน แล้วพูดอย่างโอหังว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะกฎบ้าบอขององค์กรอาวุธพระเจ้า ฉันคงยิงหัวแกไปแล้ว”
“พวกขยะที่ได้แต่หายใจรวยริน”
ท่ามกลางความคับแค้นและโกรธแค้นของไป๋เซียวและพวก ฝ่ายตรงข้ามก็ขนสินค้าของพวกเขาไป แล้วจากไปอย่างลอยหน้าลอยตา
กลุ่มคนที่ปล้นสินค้าไปขับรถออกไปพร้อมเสียงหัวเราะเฮฮา คุยกันว่าเดี๋ยวกลับไปจะฉลองกันยังไง
ไม่มีใครสังเกตเลยว่า บนรถบรรทุกคันหนึ่ง ยังมีคนซ่อนอยู่
รถกำลังวิ่งอยู่ดีๆ จู่ๆ รถบรรทุกคันกลางก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เสียการควบคุมพุ่งชนรถคันหน้าทันที
คนขับรถบรรทุกที่ถูกรถชนสบถด่าไม่หยุด พลางโผล่หัวออกไปมองด้านหลัง แต่เพราะวิสัยทัศน์ถูกบดบัง เขาจึงตะโกนเรียกชื่อคนขับรถคันหลังอยู่สองครั้ง พอไม่มีเสียงตอบกลับ ก็รีบเรียกเพื่อนร่วมรถลงไปตรวจดูทันที
เพิ่งลงจากรถ ก็ได้ยินเสียง “ปัง” ดังขึ้น——
คนขับรถคันหลังถูกใครบางคนถีบกระเด็นออกมาจากห้องคนขับ ร่างกระแทกพื้นอย่างแรง ฝุ่นฟุ้งกระจาย…
หลังจากกลุ่มทหารรับจ้างพวกนั้นจากไป ก็ทิ้งร่องรอยของการต่อสู้อันดุเดือดไว้เต็มพื้น ไป๋เซียวลากร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผล พยายามลุกขึ้นจากพื้น
เขามองบาร์ดแมนที่ถูกยิง ก่อนพูดกับเพื่อนอีกคนว่า “นายพาบาร์ดแมนกลับไป คนอื่นตามฉันไปหาโอกาสชิงของกลับมา”
สินค้าถูกปล้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาไม่มีเงินพอจะชดใช้อีกแล้ว
ครั้งนี้ ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ก็ต้องแย่งของกลับมาให้ได้
บาร์ดแมนผลักเพื่อนที่กำลังพยุงเขาออก ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร “ฉันจะไปกับพวกนาย”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอวดเก่ง!” ไป๋เซียวตะคอก
“อย่างมากก็สู้กับพวกมันให้ตายกันไปข้าง!” บาร์ดแมนตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไป
ระหว่างที่ยังเถียงกันไม่จบ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังมาจากไกลๆ ทุกคนเงยหน้ามอง ก็เห็นรถบรรทุกคุ้นตาหลายคันกำลังขับย้อนกลับมาทางพวกเขา
ไป๋เซียวและพวกพลันตื่นตัวขึ้นทันที ตั้งท่าระวังเต็มที่
พวกนี้ยังคิดจะทำอะไรอีก?!
ไป๋เซียวกำมีดทหารในมือแน่น ยังไม่ทันคิดหาวิธีรับมือ บาร์ดแมนที่ถูกความโกรธครอบงำก็จะพุ่งเข้าไปสู้ตายกับอีกฝ่าย แต่ถูกเพื่อนร่วมทีมรั้งไว้แน่น
เมื่อรถบรรทุกขับเข้ามาใกล้ ประตูฝั่งคนนั่งข้างก็เปิดออก คนที่กระโดดลงมาจากรถกลับทำให้ไป๋เซียวและพวกที่อยู่ในโหมดพร้อมรบถึงกับชะงัก
เป็นผู้หญิงคนนั้น
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ คนที่ลงมาจากฝั่งคนขับก็ยิ่งทำให้พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
คนคนนั้นก็คือหัวหน้าทหารรับจ้างที่เมื่อครู่ยังเหยียบขาของบาร์ดแมน พูดจาโอหังว่าจะยิงหัวบาร์ดแมนทิ้ง แล้วปล้นสินค้าของพวกเขาจากไปอย่างลอยนวล
ตอนนี้กลับบาดเจ็บไปทั้งตัว กลิ้งตกลงมาจากที่นั่งคนขับอย่างน่าอนาถ
ไม่ใช่แค่หัวหน้าทหารรับจ้างของฝ่ายตรงข้าม คนที่ลงมาจากรถบรรทุกคันอื่นด้านหลังก็ยิ่งดูเละหนักกว่าอีก
กลุ่มคนที่เมื่อครู่ยังหยิ่งผยอง ตอนนี้กลับต้องพยุงกันเดินโซซัดโซเซ ร้องโอดโอย ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาอีกครั้ง
ไป๋เซียวมองภาพตรงหน้าอย่างมึนงง
“มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบเตรียมตัวออกเดินทางสิ”
ไป๋เซียวได้สติ มองหญิงสาวที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไร ตอนนี้มายืนข้างตัวเขาแล้วพูดกับเขา
“คุณ…” ริมฝีปากของไป๋เซียวขยับเล็กน้อย ผ่านไปพักใหญ่ถึงถามออกมาว่า “คุณเป็นคนจีนเหรอ?”
พอนึกได้ว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ไป๋เซียวก็รีบถามต่อทันที “คุณเป็นใคร? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วสินค้าพวกนั้นกับคนพวกนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
“ได้ยินว่าหัวหน้าพวกคุณตายแล้ว กองทหารรับจ้างเฮยสุ่ยเลยไร้ผู้นำ เพื่อแสดงความจริงใจของฉัน…นั่นไง”
เฉียวอิงพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ พร้อมเชิดคางไปทางพวกทหารรับจ้างที่บาดเจ็บยับเยิน
ไป๋เซียวที่ยังไม่ทันได้พูดอะไร แซค ชายผมทองตาฟ้าที่ฟังภาษาจีนออก ก็เป็นคนแรกที่ถามขึ้นว่า “คุณหมายความว่าอะไร? คุณอยากเป็นหัวหน้าพวกเราเหรอ?”
เฉียวอิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “ฉันไม่มีคุณสมบัติพอเหรอ?”