(ราชานักฆ่า) กลับมามีชีวิตใหม่
ตอนที่ 61 — เฉียวอิง บทที่ 0049
บทที่ 49
เย่าซือ:【ที่รัก ฉันกลับประเทศแล้ว ขอเจอเธอได้ไหม?】
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เฉียวอิงบอกว่าไม่สะดวกเจอหน้า เย่าซือจึงไม่กล้าติดต่อเธอง่ายๆ จนกระทั่งวันนี้
เฉียวอิงใช้มือข้างเดียวเคาะแป้นพิมพ์ พิมพ์ตอบอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า:【น่าเสียดายจริงๆ พรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทางไปทวีป M】
เย่าซือ:【งานประลองประจำปี? เธอแน่ใจเหรอว่าตอนนี้ยังจะไปโผล่อย่างเปิดเผยแบบนั้นได้? ให้ฉันเตือนหน่อยไหมที่รัก? ตอนนั้นเธอระเบิดสำนักงานใหญ่ขององค์กรอาวุธพระเจ้าไปนะ】
เฉียวอิง:【มีอะไรที่ฉันไม่กล้าด้วยเหรอ?】
เย่าซือ:【จะรอฉันแล้วไปพร้อมกัน หรือเจอกันที่ทวีป M?】
เฉียวอิง:【นายจะมาด้วยเหรอ?】
หลังนัดกับเย่าซือว่าจะเจอกันที่ทวีป M วันต่อมาเฉียวอิงก็สะพายเป้สีดำใบเดียวออกเดินทางอย่างเรียบง่าย
ทันทีที่เฉียวอิงออกจากบ้าน หลี่ลี่เหลียนก็ยกอาหารเช้ามาเคาะประตูห้องเฉียวอิง เรียกลูกสาวสุดที่รักคำแล้วคำเล่า บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แต่เคาะอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบจากในห้อง หลี่ลี่เหลียนจึงได้แต่กำชับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ถ้าตื่นสายก็อย่าลืมกินอาหารเช้า
ท่าทางราวกับแม่ผู้แสนดีเต็มตัว จนเฉียวหลิงหลิงที่อยู่ในอีกห้องได้ยินแล้วกัดฟันแน่น เอามืออุดหูตัวเอง
หลี่ลี่เหลียนเพิ่งจะเตรียมออกไปทำงาน พี่น้องตระกูลเฉียวหลายคนก็พาภรรยาและลูกๆ หอบของขวัญถุงใหญ่ถุงเล็กมาถึงบ้าน
น้องชายกับน้องสะใภ้แต่ละคนเรียกพี่ใหญ่พี่สะใภ้ใหญ่กันอย่างสนิทสนม
เฉียวเซิงเสียง ลูกชายคนที่สามของตระกูลใช้เงินไปไม่น้อย ซื้อของมามากมาย
เฉียวหลิงหลิงถือชุดสวยกับอั่งเปาที่อาสามให้ แล้วหันไปมองอั่งเปาซองใหญ่สีแดงที่อาสามเตรียมให้เฉียวอิง ในใจก็เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ ยังไงก็ไม่รู้สึกดีใจ
พ่อของเฉียวเป็นคนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ พอได้ยินน้องชายพูดขอโทษอย่างจริงใจ ก็ใจอ่อน บอกว่าเรื่องเมื่อคืนให้ผ่านไป หลังจากนี้ก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน
พอเห็นว่าพี่ใหญ่หายโกรธแล้ว เฉียวเซิงเสียงก็ดีใจแทบคลั่ง ก่อนถามต่อว่า “เอ่อ…เสี่ยวอิงอยู่บ้านไหม?”
แต่หลี่ลี่เหลียนไม่ได้รับมือง่ายเหมือนพ่อของเฉียว เธอวางท่าทันที “ลูกสาวสุดที่รักของฉันยังนอนอยู่ในห้อง”
“งั้น…งั้นผมนั่งรอเธอตรงนี้ก็ได้ รอเธอตื่นแล้ว อาสามอย่างผมจะได้ขอโทษเธออีกครั้ง” เฉียวเซิงเสียงพูด
ดังนั้นพี่น้องตระกูลเฉียวหลายคนจึงนั่งรอกันอยู่แบบนั้น
แต่รอจนเที่ยงก็ยังไม่เห็นคนตื่น
วันต่อมา คนกลุ่มนั้นก็มาอีก
ครั้งนี้ ทุกคนดูรีบร้อน สีหน้าราวกับจะมีคนตาย พวกอาสะใภ้ถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นกันขึ้นมา
พ่อเฉียวถามดู ถึงได้รู้ว่าโรงงานหินของเฉียวเซิงเสียงเกิดปัญหา ตอนนั้นประธานเย่ที่โรงแรมคนนั้น ยกเลิกออเดอร์ทั้งหมดกับเขา หลังจากนั้นลูกค้ารายอื่นก็ค่อยๆ ยกเลิกตามมา
ธุรกิจพังหมดในพริบตา
แม้แต่โรงงานที่ส่งวัตถุดิบให้เขายังจะยุติความร่วมมือ
ไม่ต้องคิดก็รู้ ทั้งหมดเป็นเพราะเฉียวอิง
แต่ครั้งนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้เจอเฉียวอิงอยู่ดี
“พี่สาวผมออกไปข้างนอกแล้ว พวกคุณไม่ต้องมาอีก พี่สาวผมไม่สนใจพวกคุณหรอก แล้วก็ไม่รับของพวกนี้ด้วย” เฉียวอี้กลับจากโรงเรียน พูดทิ้งไว้ประโยคหนึ่งแล้วก็กลับเข้าห้อง
พี่น้องตระกูลเฉียวพอฟังจบ ก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา
พูดตรงๆ บ้านของอาสะใภ้รองก็ทำงานให้บ้านอาสาม ส่วนบ้านอาสี่ก็อาศัยอาสามหาเงิน
พออาสามล้ม ทุกบ้านก็จบเห่ไปด้
เวลานี้เฉียวอิงเดินทางถึงทวีป M อย่างราบรื่นแล้ว
ออกจากสนามบิน เธอเรียกแท็กซี่ไปยังโรงแรมที่จองไว้
กลางดึก เสียงปืนหลายนัดทำลายความเงียบสงบ เฉียวอิงเดินไปที่หน้าต่าง ใช้สองมือค้ำขอบหน้าต่าง มองลงไปยังถนนอันวุ่นวายเบื้องล่าง
เสียงกรีดร้อง เสียงหนีตาย ภาษาจากหลายประเทศปะปนกันไปหมด
ในดวงตาเย็นชาของเฉียวอิง คล้ายมีอะไรบางอย่างกำลังกระโดดเคลื่อนไหว ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นคืนชีพขึ้นมา ท่ามกลางกลิ่นอายเลือดคาว เธอได้ความรู้สึกที่หายไปนานกลับคืนมา รู้สึกสบายไปทั้งตัว
ทั้งคืน พื้นที่แห่งนี้ไม่ค่อยสงบ
ที่นี่คือทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีป M และยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเฉียวอิง ที่ที่เธอจะไปนั้น วุ่นวายและอันตรายกว่าที่นี่มาก
เฉียวอิงไม่ได้รีบร้อนเดินทางต่อ เธอพักอยู่ในโรงแรมสองวัน
จนถึงวันที่สามจึงออกจากโรงแรม
พอได้ยินสถานที่ที่เฉียวอิงจะไป คนขับรถผิวดำปากหนาก็ไม่ยอมไปง่ายๆ จนกระทั่งเฉียวอิงจ่ายเงินเพิ่มเป็นสองเท่า เขาถึงยอมเสี่ยงพาเธอไปส่งยังโรงแรมปลายทาง
ก่อนจากกัน เขายังเตือนเธอด้วยความหวังดีให้รีบออกจากที่นี่
เฉียวอิงสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่ แล้วตอบขอบคุณกลับด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันอย่างคล่องแคล่ว อารมณ์ของเธอดูดีไม่น้อย
ตอนเช็กอินที่เคาน์เตอร์ เธอบังเอิญเจอกลุ่มชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีต่างกันหลายคน กำลังเช็กอินเหมือนกัน
คนที่เป็นหัวหน้าคือชายชาวจีน ผิวเหลืองตาดำ
พวกเขาสวมชุดรบของทหารรับจ้าง มีปืนพกที่เอว ตามร่างกายมีบาดแผล กลิ่นคาวเลือดชัดเจน เหมือนเพิ่งผ่านศึกหนักมา
“บัดซบ! ตอนนี้แม้แต่พวกขยะไร้สังกัดยังกล้ามาหาเรื่องพวกเรา!” ทหารรับจ้างผมทองตาฟ้าคนหนึ่งเลียเลือดที่มุมปาก แล้วถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง
ทหารรับจ้างผิวดำอีกคนแค่นเสียงเย็น พูดด้วยภาษาประเทศตัวเองว่า “หัวหน้าพวกเราตายแล้ว ตอนนี้พวกเราไม่ใช่กลุ่มไร้สังกัดเหมือน ‘พวกกระจัดกระจาย’ หรอกเหรอ”
ทหารรับจ้างชาวจีนที่เป็นหัวหน้าหันกลับไปคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายทันที พร้อมตะคอกอย่างดุดัน “บาร์ดแมน หุบปาก!”
ตอนนี้บาร์ดแมนกำลังเดือดจัด ไม่คิดอะไรมาก เขาคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายกลับเช่นกัน อารมณ์พลุ่งพล่าน “ฉันพูดผิดเหรอ? หัวหน้าพวกเราตายแล้วไม่ใช่หรือไง?! ถ้าเธอยังไม่ตาย นายก็เรียกเธอออกมาสิวะ! ไป๋เซียว ฉันหมั่นไส้นายมานานแล้ว ในเมื่อหัวหน้าตายแล้ว งั้นพวกเรามาสู้กันสักตั้งแล้วแยกย้ายกันไปเลย มา!”
“พอได้แล้ว ยังโดนรังแกไม่พออีกหรือไง ยังจะมาทะเลาะกันเองอีก?” ทหารรับจ้างคนอื่นรีบเข้ามาห้าม
ไป๋เซียวยกมือปล่อยบาร์ดแมนอย่างแรง กัดฟันแน่น
บาร์ดแมนเซถอยหลังไปหลายก้าว
ตอนนั้นเอง ทุกคนก็ได้ยินไป๋เซียวพูดเสียงต่ำว่า “อีกสิบวันงานประลอง ฉันจะคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้ ถึงตอนนั้น ใครอยากตามฉันก็ตาม ไม่อยากก็ไปเข้ากลุ่มทหารรับจ้างอื่น หรือจะสวามิภักดิ์ต่อองค์กรอาวุธพระเจ้าก็ตามใจ”
ทันทีที่ไป๋เซียวพูดจบ คนอื่นต่างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
ถ้าเข้าร่วมงานประลองแล้วคว้าอันดับหนึ่งมาได้ จนทุกคนยอมรับในฝีมือ ก็จะมีคุณสมบัติพอขึ้นเป็นหัวหน้าขององค์กรพวกเขา
คำพูดของไป๋เซียว เท่ากับยอมรับทางอ้อมแล้วว่า หัวหน้าของพวกเขาตายไปแล้วจริงๆ
“อย่างนายยังคิดจะเป็นหัวหน้า? ฉัน บาร์ดแมน คนแรกเลยที่ไม่ยอมรับนาย! ฉันยอมเป็นทหารรับจ้างอิสระยังดีกว่า!” บาร์ดแมนทิ้งคำพูดไว้ ก่อนสะบัดตัวเดินออกจากโรงแรมไป ไม่สนเสียงเรียกของพรรคพวก
ไป๋เซียวกัดฟัน อดกลั้นไว้ไม่พูดอะไร
เฉียวอิงมองภาพตรงหน้า พลางคิดในใจว่า ดูเหมือนตลอดเวลากว่าหนึ่งปีที่เธอออกจากทวีป M ไป ลูกน้องพวกนี้ของเธอจะใช้ชีวิตกันไม่ค่อยดีนัก
ไป๋เซียวที่กำลังเก็บอารมณ์แล้วเช็กอินต่อ จู่ๆ ก็เหมือนรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาหันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ มาตลอด และเห็นเหตุการณ์ที่พวกเขาทะเลาะกันทั้งหมด
เด็กสาวคนนั้นกำลังมองเขาอยู่จริงๆ
ไป๋เซียวคิดในใจว่า: กล้าบ้าบิ่นไม่ใช่น้อย
แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋เซียวคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากเด็กสาวเห็นว่าเขาหันมามอง เธอไม่เพียงไม่หลบสายตา กลับยังยิ้มบางๆ ให้เขาอีกด้วย
ไป๋เซียวชะงักไป
พอได้สติ เด็กสาวก็เดินไปทางลิฟต์แล้ว
ไป๋เซียวมองแผ่นหลังนั้น ในหัวเต็มไปด้วยรอยยิ้มลึกลับของเด็กสาวเมื่อครู่ มันให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
กลางดึก เฉียวอิงยืนอยู่หน้าต่าง มองออกไปยังกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ที่หรูหราราวกับพระราชวังอยู่ไกลออกไป
นั่นก็คือสำนักงานใหญ่ขององค์กรอาวุธพระเจ้าที่ไป๋เซียวพูดถึงเมื่อครู่
ที่นี่คือชายแดนของทวีป M ดินแดนไร้กฎหมาย เต็มไปด้วยทหารรับจ้างทั้งมีสังกัดและไร้สังกัด นักล่าค่าหัว ผู้สิ้นหวัง และอาชญากรที่ถูกหลายประเทศตามล่า
ในที่แห่งนี้ พวกนอกกฎหมายเป็นเพียงคนธรรมดา
ที่นี่คือแหล่งรวมของคนชั่ว สำหรับพวกเขา มันคือทั้งสวรรค์และนรก
แต่ที่นี่ ก็ยังมีกฎของมัน
องค์กรอาวุธพระเจ้า คือองค์กรทหารรับจ้างที่ใหญ่ที่สุด มีอาวุธทันสมัยที่สุด มีกองกำลังทหารรับจ้างมากที่สุด และมีอำนาจสูงสุดในที่แห่งนี้
ส่วนบอสที่อยู่เบื้องหลังองค์กรอาวุธพระเจ้า ก็คือราชาแห่งทวีป M นั่นเอง