Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ หลังจากได้ยินเสียงในใจของภรรยาผู้แสนว่าง่าย

หลังจากได้ยินเสียงในใจของภรรยาผู้แสนว่าง่าย

ตอนที่ 1 — 001

บทที่ 1 สามีของนางไม่ใช่ภาระเสียหน่อย!

ต้นฤดูหนาวปีชางเซิ่งที่สิบสาม เป็นช่วงย่างเข้าสู่ฤดูกาลหิมะโปรย ลมหนาวพัดพาฝนต้นฤดูหนาวกระหน่ำใส่ใบหน้าผู้คนอย่างต่อเนื่อง

อากาศไม่ดีนัก พ่อค้าแม่ค้าทั่วทั้งตรอกชุนหลิวต่างเก็บแผงกลับบ้านกันไปนานแล้ว เหลือเพียงแผงขายหมั่นโถวของซ่งจิ่นที่ยังมีไอร้อนลอยกรุ่นออกมาไม่ขาดสาย

ท่ามกลางไอสีขาวที่ลอยฟุ้ง ร่างบอบบางร่างหนึ่งกำลังเดินวุ่นอยู่ภายในนั้น

บรรดาป้า ๆ ที่เข้ามาหลบฝนมองซ่งจิ่นซึ่งกำลังทำงานอยู่หน้าเตาอย่างคล่องแคล่วอดหยอกล้อไม่ได้ว่า “จิ่นเอ๋อร์ เมื่อใดเจ้าจะพาสามีออกมาให้พวกเรายลโฉมบ้างเล่า?”

ซ่งจิ่นแต่งงานเมื่อสองเดือนก่อน

ได้ยินว่าสามีของนางประสบเหตุโจรภูเขาดักปล้นระหว่างเดินทางมา ไม่เพียงถูกชิงเงินทองไปจนหมด แต่ยังถูกทำร้ายจนบาดเจ็บทั่วร่าง ถึงกระนั้นเขาก็ยังฝืนประคองลมหายใจเฮือกสุดท้ายมาถึงบ้านซ่งจิ่น และหมดสติไปหลังจากกราบไหว้ฟ้าดินกับนางเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น

หลังจากนั้นเขาก็พักรักษาตัวอยู่ในบ้านมาตลอด ไม่เคยออกไปไหนเลย

ได้ยินจากป้าเซียวที่ไปช่วยงานบ้านซ่งจิ่นว่า สามีของนางไม่เพียงมีใบหน้าหล่อเหลาอย่างยิ่ง แต่รูปร่างก็ยังดีอีกด้วย

พวกนางอยากเห็นหน้าค่าตาเขามานานแล้ว

ร่างของหญิงสาวถูกไอร้อนปกคลุมจนมองไม่เห็นใบหน้า ได้ยินเพียงน้ำเสียงอ่อนโยนของนางตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องรีบร้อน รอให้เขาหายดีก่อนค่อยว่ากันเจ้าค่ะ”

ลมเย็นพัดผ่าน ไอหมอกจางหายไป เผยให้เห็นใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามืออันงดงามสดใสท่ามกลางไอสีขาวที่กำลังลอยฟุ้ง

ซ่งจิ่นมีผิวพรรณขาวผ่อง แก้มทั้งสองข้างถูกความร้อนจากหน้าเตารมจนแดงระเรื่อราวกับทาชาด ดวงตากลมโตดุจผลซิ่งคู่นั้นสดใสเป็นประกาย ยามแย้มยิ้มก็โค้งลงราวกับพระจันทร์เสี้ยว

นางสวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีเรียบที่ผ่านการใช้งานมาบ้างแล้ว บนศีรษะโพกผ้าสีชมพูอ่อน และยังประดับปิ่นดอกไม้ไข่มุกเล็ก ๆ ไว้ด้านข้างอีกดอกหนึ่ง

เมื่อเห็นซ่งจิ่นกำลังยุ่งอยู่ บรรดาป้า ๆ เหล่านั้นก็เริ่มกระซิบกระซาบกันเบา ๆ

เด็กสาวผู้นี้หน้าตาน่าเอ็นดู แต่กลับมีชะตาชีวิตไม่ดีนัก

ซ่งจิ่นไม่ได้เกิดที่ฉงโจว

นางเกิดที่เมืองหลวง ทว่าเพิ่งลืมตาดูโลกก็ถูกส่งมาอยู่บ้านท่านตาท่านยายที่ฉงโจวแล้ว เผลอเพียงพริบตาเดียวก็ผ่านมาสิบห้าปี

ตลอดสิบห้าปีนี้ ทั้งมารดาและบิดาของนางซึ่งอยู่ไกลถึงเมืองหลวงต่างเสียชีวิตไปแล้ว เหลือเพียงพี่ชายคนหนึ่งนามว่าซ่งเฟิง ซึ่งได้ตำแหน่งหน้าที่การงานในค่ายทหาร

ซ่งจิ่นหน้าตาสะสวย ทำงานคล่องแคล่ว ทั้งยังเป็นเด็กสาวว่าง่าย หลังอายุครบสิบสี่ปีจึงมีแม่สื่อมาทาบทามสู่ขอไม่น้อย แต่ท่านตาของซ่งจิ่นกลับไม่ถูกใจใครเลยสักคน

กระทั่งปลายปีก่อน ผู้เฒ่าล้มป่วยหนัก จึงเขียนจดหมายให้ซ่งเฟิงมารับซ่งจิ่นเข้าเมืองหลวง ได้ยินว่ายังจัดการเรื่องคู่ครองให้นางเรียบร้อยแล้วด้วย

แต่การรอคอยครั้งนี้กลับยาวนานถึงหนึ่งปี

เด็กสาวอย่างซ่งจิ่นดูภายนอกว่าง่ายและเชื่อฟัง ทว่าแท้จริงแล้วมีนิสัยเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ใคร

เมื่อรอพี่ชายไม่ไหว นางจึงจัดการงานศพของท่านตาเพียงลำพัง ทั้งยังตั้งแผงขายหมั่นโถวขึ้นที่ปากตรอกอีกด้วย

ต่อมาคงเกิดเรื่องผิดพลาดบางอย่างขึ้นที่เมืองหลวง ผู้ที่เดินทางมาจึงไม่ใช่พี่ชายของซ่งจิ่น แต่กลับเป็นคู่หมั้นของนางแทน

ใครจะรู้ว่าเขาจะโชคร้ายระหว่างทาง บุรุษแข็งแรงดี ๆ คนหนึ่งกลับกลายเป็นคนขี้โรคไปเสียแล้ว ไม่เพียงช่วยเหลือซ่งจิ่นไม่ได้ แต่ยังทำให้นางต้องเสียเงินเพิ่มอีกส่วนเพื่อรักษาอาการป่วยและซื้อยาให้เขา

อีกทั้งยังบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนั้น ใครจะรู้ว่าภายหน้าจะหายดีหรือไม่

บรรดาป้า ๆ กระซิบกระซาบกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะลงท้ายด้วยประโยคหนึ่งว่า “เด็กสาวผู้นี้รอมาตั้งหนึ่งปี ที่พึ่งพิงก็ไม่มา กลับได้ภาระติดตัวมาแทนเสียอย่างนั้น”

ภาระหรือ?

มือของซ่งจิ่นที่กำลังหยิบลังถึงชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเล็ก ๆ บึ้งตึงขึ้นอย่างไม่พอใจ

สามีของนางไม่ใช่ภาระเสียหน่อย

สามีของนางหน้าตาดีมาก ทั่วทั้งฉงโจว นางยังไม่เคยเห็นผู้ใดหน้าตาดีไปกว่าสามีของตนเลย

แม้เขาจะป่วยพักรักษาตัวอยู่ในบ้าน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลย หลังจากลุกจากเตียงได้ เขาก็ให้นางช่วยหางานคัดลอกตำรามาทำ คัดลอกตำราหนึ่งเล่มหาเงินได้ถึงหนึ่งก้วน เทียบเท่ากับเงินที่นางขายหมั่นโถวได้เจ็ดร้อยลูกเชียวนะ

ลายมือของเขางดงามมาก เพียงมองก็รู้ว่าเป็นผู้มีความรู้สูง

แม้เขาจะเคร่งครัดจริงจังไปบ้าง แต่แววตากลับใสสะอาด ไม่เหมือนบุรุษสกปรกคนอื่น ๆ ที่พอเห็นนางก็มักมองด้วยสายตาหื่นกระหาย

เห็นหรือไม่ เพียงคิดขึ้นมาส่ง ๆ ก็สามารถยกข้อดีของสามีได้ตั้งมากมายแล้ว

เขาไม่ใช่ภาระเสียหน่อย!

เมื่อไอร้อนเหนือเตาจางหายไปจนหมด ฝนฤดูหนาวก็หยุดตกแล้วเช่นกัน

บรรดาป้า ๆ ที่กำลังหลบฝนพลางพูดคุยเรื่องชาวบ้านต่างรีบคล้องตะกร้าผักแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าฝนจะตกลงมาอีก

เพียงชั่วพริบตาเดียว ที่แผงขายของก็เหลือซ่งจิ่นอยู่เพียงลำพัง

ซ่งจิ่นบรรจุขนมที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ลงในกล่องอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงยกมือถอดผ้ากันเปื้อนที่ผูกไว้รอบเอวออก แล้วหิ้วกล่องผ้าแพรมุ่งหน้าไปยังหอซิ่วชุ่ย

แผงขายหมั่นโถวของซ่งจิ่นมีเตาสองเตา

เตาใหญ่ใช้สำหรับนึ่งหมั่นโถว ส่วนเตาเล็กใช้ทำขนม เนื่องจากขนมมีขั้นตอนการทำประณีตละเอียดอ่อน ปกตินางจึงทำไม่มากนัก มีไว้ส่งให้ลูกค้าประจำเก่าแก่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น

ขนมมงคลในวันนี้ก็เป็นของที่หอซิ่วชุ่ยสั่งไว้

เมื่อไม่กี่วันก่อน นายท่านหวังซึ่งเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งในเมืองได้จ่ายเงินไถ่ตัวแม่นางชิงหงแห่งหอซิ่วชุ่ย คืนนี้ก็จะรับตัวนางกลับไปเป็นอนุภรรยาแล้ว

ออกจากตรอกชุนหลิว ผ่านถนนไปอีกไม่กี่สายก็ถึงหอซิ่วชุ่ย

ซ่งจิ่นเข้าทางประตูหลังของหอซิ่วชุ่ยตามปกติ ตลอดทางนอกจากอักษรมงคลสีแดงไม่กี่ตัวแล้ว ก็ไม่เห็นเครื่องประดับตกแต่งอย่างอื่นอีกเลย

เมื่อมาถึงห้องของชิงหง ซ่งจิ่นก็จัดวางขนมมงคลให้เรียบร้อย จากนั้นจึงยืนรออยู่ตรงประตูอย่างว่าง่าย รอให้แม่นมผู้ดูแลนำเงินมาให้นาง

ชิงหงเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของหอซิ่วชุ่ย แม้ตอนนี้อายุจะไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังคงมีรูปร่างหน้าตาและกิริยาท่าทางงดงามจับตา

นางสวมชุดกระโปรงสีแดงกุหลาบ นั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อแต่งหน้าทำผม ทว่าใบหน้ากลับไม่มีร่องรอยแห่งความยินดีแม้แต่น้อย

อย่างไรเสีย นายท่านหวังผู้นั้นก็อายุเกินหกสิบปีแล้ว ไม่ใช่คู่ครองที่เหมาะสมเลยสักนิด

ซ่งจิ่นเองก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างประตู

เมื่อเห็นอักษรมงคลภายในห้อง ซ่งจิ่นก็อดนึกถึงวันแต่งงานของตนเมื่อสองเดือนก่อนไม่ได้

แม้จะเรียกว่าแต่งงาน แต่พิธีแต่งงานครั้งนั้นเรียบง่ายจนเกินไปจริง ๆ

ชุดแต่งงานยืมมาจากบ้านพี่สะใภ้ข้างเรือน เทียนแดงก็เป็นของที่เหลืออยู่ในบ้าน แม้แต่อักษรมงคลยังเป็นป้าเซียวที่เพิ่งตัดกระดาษให้ในตอนนั้น

กระทั่งตัวเจ้าบ่าวเองก็ยังอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตาย

ตอนนั้นป้าเซียวจับมือนางแล้วบอกว่า เรื่องนี้ทำให้นางต้องได้รับความไม่เป็นธรรมมากเกินไป อยากให้นางลองคิดทบทวนให้รอบคอบอีกครั้ง

แต่ซ่งจิ่นกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น

เขาฝืนประคองลมหายใจเดินทางจากที่ไกลแสนไกลมาถึงฉงโจว ย่อมแสดงให้เห็นว่าเป็นคนรักษาคำมั่นสัญญา อีกทั้งยังนำสิ่งของแทนตัวพี่ชายพร้อมคำสั่งเสียสุดท้ายมาด้วย ประกอบกับทั้งสองมีสัญญาหมั้นหมายกันอยู่ก่อนแล้ว นางจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

อีกอย่าง เขายังหน้าตาหล่อเหลามากด้วย

พอคิดถึงเรื่องนี้ ซ่งจิ่นก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย

แม้ตัวนางเองจะมีหน้าตาไม่เลว แต่เมื่อเทียบกับการส่องกระจกมองตัวเองแล้ว นางชอบมองบุรุษหน้าตาหล่อเหลามากกว่า

มีอยู่หลายครั้งที่นางนำขนมมาส่งหอซิ่วชุ่ย แล้วบังเอิญพบชายบำเรอที่เพิ่งเข้ามาใหม่ในหอ นางก็อดแอบเหลือบมองสักสองสามครั้งไม่ได้

ขณะที่ความคิดของซ่งจิ่นกำลังล่องลอย จู่ ๆ ปลายจมูกก็ได้กลิ่นหอมโชยมา

ซ่งจิ่นหันขวับไปมอง ก็เห็นพี่จวี๋หลานหยุดยืนอยู่ข้างกาย ก่อนจะโน้มตัวมากระซิบข้างหูนางเบา ๆ ว่า “สาวน้อย หนังสือที่พี่สาวมอบให้เจ้า เจ้าได้เอาไปอ่านกับสามีที่บ้านแล้วหรือยัง?”

ขนมที่ซ่งจิ่นทำมีรสชาติหอมหวาน แต่กินแล้วไม่ทำให้อ้วน อีกทั้งสมุนไพรจีนที่ผสมอยู่ภายในยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย จึงเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาหญิงสาวในหอซิ่วชุ่ยอย่างยิ่ง

ซ่งจิ่นแต่งงานอย่างกะทันหัน บรรดาหญิงสาวที่ทราบข่าวต่างนำสิ่งของมากมายมายัดใส่มือให้นาง โดยเฉพาะพี่จวี๋หลานที่มอบสมุดเล่มหนึ่งให้นาง พร้อมบอกว่าเป็นของล้ำค่าที่หอซิ่วชุ่ยเก็บซ่อนไว้ก้นหีบ

นางนำสมุดเล่มนั้นใส่ตะกร้าผักกลับบ้าน และในคืนนั้นเองก็อาศัยแสงเทียนเล็กเท่าเมล็ดถั่วอ่านสมุดเล่มนั้นจนจบ

ระหว่างอ่าน ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวแดงก่ำ ขณะเดียวกันก็อดทอดถอนใจไม่ได้ว่า สมแล้วที่เป็นของล้ำค่าซ่อนก้นหีบจริง ๆ!

เพียงแต่ว่า...

สมุดเล่มนี้ สามีของนางคงไม่ยอมอ่านเป็นแน่

ซ่งจิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

สามีของนางดีทุกอย่าง เพียงแต่เคร่งครัดในธรรมเนียมมารยาทมากเกินไป

แต่งงานกันมากว่าสองเดือนแล้ว แต่สองสามีภรรยากลับยังไม่เคยสัมผัสแม้แต่ปลายนิ้วของกันและกันเลย

ตอนที่เขาบาดเจ็บและต้องเปลี่ยนยา ก็ไหว้วานให้ลูกศิษย์จากโรงหมอมาช่วย หลังจากนั้นเขาก็ลงมือทำด้วยตัวเอง

ความใกล้ชิดสนิทสนมเพียงครั้งเดียวของทั้งคู่ ก็คือวันที่นางเผลอบุกเข้าไปในห้องขณะที่สามีกำลังอาบน้ำ และได้เห็นแผงอกขาวผ่องของเขา

ซ่งจิ่นแสร้งทำเป็นเขินอายแล้วเบือนสายตาหนี ใครจะรู้ว่าเขากลับรีบหันหลังแล้วคว้าเสื้อชั้นในมาสวมอย่างรวดเร็ว เคลื่อนไหวไวยิ่งกว่านางเสียอีก

แม้แต่แอบมองสักนิดก็ยังหวงตัวถึงเพียงนี้ ไม่ต้องพูดถึงสมุดเล่มนั้นเลย

เมื่อเห็นซ่งจิ่นไม่พูดอะไร ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความหงอยเหงาผิดหวัง พี่จวี๋หลานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “สามีของเจ้าไม่รู้จักความรื่นรมย์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

ซ่งจิ่นอธิบายเสียงเบาว่า “สามีของข้า เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองหลวงเขาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ย่อมต้อง...”

ยังไม่ทันที่ซ่งจิ่นจะพูดจบ จวี๋หลานก็ยกพัดกลมขึ้นบังใบหน้า ก่อนจะหัวเราะหึออกมาครั้งหนึ่ง

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-f59462b3/1

ตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

云逸 Yun_Yi云逸 Yun_Yiดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย