ภรรยาตัวน้อยในยุค 70 กับมิติสารพัดนึก
ตอนที่ 97 — ตอนที่ 97 ซื้อของสินสอด (1)
"พี่ฮุ่ยฟางอยู่ไหมคะ?"
"อยู่จ้ะ เหม่ยหัวเข้ามาสิ"
ฟางเหม่ยหัวผลักประตูเดินยิ้มร่าเข้ามานั่งลงบนโซฟา
หวังฮุ่ยฟางรินน้ำชาให้หล่อนหนึ่งถ้วย เห็นท่าทางฟางเหม่ยหัวเหมือนมีเรื่องในใจจึงเอ่ยถาม "เหม่ยหัว เช้าตรู่ขนาดนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"
"ก็ใช่น่ะสิคะ เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับทั้งคืน คิดอยู่ตลอดว่าจะมาปรึกษาพูดคุยเรื่องนี้กับพี่ฮุ่ยฟางอย่างไรดี"
หวังฮุ่ยฟางนั่งลง "เรื่องอะไรหรือ เธอลองว่ามาสิ"
"เมื่อวานนี้หลานหลานไปแสดงปลอบขวัญที่โรงพยาบาล ฉันก็เลยฝากของกินบางอย่างไปให้หมอซ่งด้วย แต่เขาไม่ยอมรับ รับไปแค่เกี๊ยวที่พี่ฮุ่ยฟางฝากไปเท่านั้น พอกลับมาถึงบ้านหลานหลานก็เสียใจมากเลยค่ะ"
"อ๋อ เรื่องนี้… เหม่ยหัว เซิ่งซีบ้านฉันน่ะทื่อมะลื่อและดื้อรั้นมาแต่ไหนแต่ไร เขาไม่เคยรับของที่คนอื่นให้หรอก เธออย่าให้หลานหลานคิดมากเลยนะ ไว้ฉันจะว่ากล่าวเซิ่งซีให้เอง"
"พี่ฮุ่ยฟาง อย่าไปว่าหมอซ่งเพราะเรื่องนี้เลยนะคะ ความจริงฉันไม่ได้มาเพื่อเรื่องนี้หรอก หลานหลานแค่รู้สึกว่าหมอซ่งดูเหมือนจะมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรในตัวหล่อนน่ะค่ะ"
หวังฮุ่ยฟางหัวเราะพลางหยิบเสื้อไหมพรมขึ้นมาถักไปพูดไป "เซิ่งซีจะไปเข้าใจผิดอะไรหลานหลานได้ เพิ่งจะเจอกันแค่สองครั้งเองนะ"
"พี่ฮุ่ยฟางพี่ยังไม่รู้ เรื่องนี้มันมีคนอื่นเข้ามาพัวพันด้วยน่ะสิคะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยมีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง หล่อนแต่งงานกับนายทุน และมีลูกสาวสองคน พอสองคนนั้นตายไป คนในครอบครัวที่เหลืออยู่ก็ถูกส่งตัวไปอยู่ชนบท ไม่รู้ว่าเป็นมาอย่างไร หมอซ่งถึงได้ไปรู้จักกับหลานสาวของฉันเข้า แถมยังสนิทสนมไปมาหาสู่กันใกล้ชิดอีกต่างหาก"
หวังฮุ่ยฟางประหลาดใจไม่น้อย แต่หล่อนก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียกิริยา
ฟางเหม่ยหัวถอนหายใจยาว
"เฮ้อ เรื่องนี้พูดขึ้นมาแล้วมันสับสนวุ่นวายนัก ไม่ปิดบังพี่ฮุ่ยฟางหรอกนะคะ น้องเขยของฉันก็คือนายทุนใหญ่หลินเจิ้นหนาน พวกเราชิงชังรังเกียจที่มีญาติพรรค์นี้จึงตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลหลินไปแล้ว แต่ที่ฉันคิดไม่ถึงเลยก็คือหมอซ่งกลับไปมาหาสู่กับตระกูลหลิน หลานสาวสองคนนั้นของฉัน ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจประคบประหงมสุขสบายมาตั้งแต่เด็ก พอไปอยู่ชนบท สันดานเลวร้ายในตัวก็ไม่เคยเปลี่ยน โดยเฉพาะคนเล็กที่ชื่อหลินจู๋จิ่ว เด็กคนนั้นพูดจาโกหกพกลมปลิ้นปล้อนเป็นไฟ หล่อนอาจจะไปเป่าหูพูดอะไรกับหมอซ่ง ทำให้เขาเข้าใจว่าพวกเราตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลหลินเพื่อเอาตัวรอดจนไม่เห็นแก่ความเป็นญาติพี่น้อง ถึงทำให้หมอซ่งมีอคติกับหลานหลาน พี่ฮุ่ยฟาง ฉันไม่ปิดบังพี่หรอกนะ หลานหลานน่ะชอบหมอซ่งจริงๆ หล่อนแค่อยากให้หมอซ่งอย่าได้เข้าใจผิดในตระกูลจ้าวของเรา อ้อ จริงสิ กั๋วเฉียงบ้านฉันยังไม่รู้เรื่องที่ฉันตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลหลินหรอกนะคะ"
"ทำไมศาสตราจารย์จ้าวถึงไม่รู้เรื่องนี้ล่ะ?"
"เฮ้อ พี่ฮุ่ยฟาง กั๋วเฉียงคนนี้น่ะหัวรั้นหัวทึบไปหน่อย เมื่อก่อนเคยได้รับบุญคุณเล็กๆ น้อยๆ จากตระกูลหลิน แต่ฉันมีความตระหนักรู้ทางอุดมการณ์สูงกว่าเขา ครอบครัวที่มีป้ายห้าประเภทดำ*พรรค์นี้ ย่อมต้องตัดขาดความสัมพันธ์ให้สิ้นซากอยู่แล้ว พี่ว่าจริงไหมล่ะคะ"
หวังฮุ่ยฟางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "เรื่องนี้ไว้ฉันจะลองถามเซิ่งซีดูให้ละเอียด หากเป็นชนชั้นผู้กดขี่ขูดรีดใหญ่โตเช่นนั้นจริงๆ ครอบครัวพวกเราก็ไม่อาจไปคลุกคลีใกล้ชิดด้วยได้"
"ก็ใช่น่ะสิคะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะพี่ฮุ่ยฟาง พี่อย่าให้หมอซ่งคิดว่าหลานหลานชอบจุ้นจ้านสอดรู้สอดเห็นล่ะคะ ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างพวกเรา ฉันก็ต้องมาบอกกล่าวกับพี่ไว้ก่อนใช่ไหมล่ะคะ"
หวังฮุ่ยฟางพยักหน้า "วางใจเถอะเหม่ยหัว ฉันรู้ว่าควรทำอย่างไร"
หลังจากส่งฟางเหม่ยหัวกลับไปแล้ว หวังฮุ่ยฟางก็นั่งลงบนโซฟาด้วยความสงสัยเคลือบแคลง เซิ่งซีเป็นลูกชายของหล่อน มีหรือหล่อนจะไม่รู้แจ้งแก่ใจ เขาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรโดยไร้ความยั้งคิดถึงเพียงนั้นเสียหน่อย
หมายเหตุ
- ห้าประเภทดำ (黑五类 — เฮยอู่เล่ย) ศัพท์การเมืองยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน หมายถึงบุคคล 5 กลุ่มที่ถูกจัดเป็นศัตรูทางชนชั้น ได้แก่ เจ้าที่ดิน ชาวนารวย ผู้ต่อต้านการปฏิวัติ ผู้บ่อนทำลาย และพวกขวาจัด
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-2b15611f/97
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย