← สารบัญ หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย

หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย

ตอนที่ 3บทที่ 3

จี้หนิงหันไปมองจางเจียเย่าด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “ก็ต้องคำนับแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ชาวประมงอย่างพวกเราก็สาบานกันแบบนี้นี่”

แม่จางยิ่งได้ยินก็ยิ่งอึดอัดใจ สีหน้าบูดบึ้งทันที “แน่นอนว่าไม่ใช่! ทำใหม่อีกรอบ!”

แต่จางเจียเย่ากลับพอใจกับท่าทีของจี้หนิงมาก ดูสิ เธอเชื่อฟังจะตาย อีกอย่าง พอเห็นเธอทำหน้าใสซื่อ น่าสงสารแบบนั้น เขาก็ใจอ่อนขึ้นมาทันที ที่สำคัญ เขาอยากรีบกลับเข้าหอเพื่อหลับนอนกับเธอ จนแทบทนไม่ไหวแล้ว!

คุกเข่าไปแล้ว สาบานไปแล้ว ก็พอเถอะ จะให้ทำใหม่อีกรอบ มันช่างเสียเวลาเปล่าๆ!

เขารีบเข้าไปพยุงจี้หนิงลุกขึ้น “พอแล้วๆ จะแบบไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ ใช้ได้แล้วเถอะนะแม่ แล้วซองแดงของเมียฉันล่ะ?”

จี้หนิงอาศัยจังหวะนั้นลุกขึ้นทันที จะให้เธอคุกเข่าคารวะจริงๆ น่ะ ไม่มีทาง แต่ถ้าเป็นการไหว้หลุมศพ… ก็พอได้อยู่

แม่จางหน้าดำทะมึนทันที สมกับคำว่า “มีเมียแล้วลืมแม่” จริงๆ! แค่จี้หนิงเหลือบมอง ลูกชายเธอก็เหมือนถูกนังจิ้งจอกนี่ดูดวิญญาณไปหมดแล้ว!

แม่จางพูดอย่างหงุดหงิด “รีบอะไรนักหนา? ถ้ายังคำนับกับสาบานไม่ดี ก็อย่าหวังว่าจะได้ซองแดง!”

ชิวเจาตี้รู้สึกว่าจี้หนิงจงใจเล่นลูกไม้ แถมยังตั้งใจอ่อยน้องสามีอีกต่างหาก นังผู้หญิงคนนี้มันเจ้าเล่ห์ชัดๆ! ถ้าวันนี้ไม่บังคับให้เธอสาบานแรงๆ เอาไว้ ต่อไปต้องหาทางเลี่ยงงานบ้านแน่

เธอจึงรีบพูดขึ้น “น้องสะใภ้ มีใครคำนับแบบเธอกัน? แล้วเมื่อกี้เธอก็ยังไม่ได้สาบานเลย แบบนี้มันไม่ใช่หลอกพ่อกับแม่หรือไง?”

จี้หนิงหันไปมองเธอด้วยท่าทีว่าง่ายสุดๆ “พี่สะใภ้ใหญ่ งั้นต้องสาบานยังไงถึงจะถูกต้องล่ะ? ไม่งั้นพี่ช่วยสอนฉันให้ดูหน่อยสิ จะได้ไม่ทำผิดอีก เสียเวลาทุกคนเปล่าๆ วันนี้ทุกคนก็เหนื่อยมาทั้งวันเพื่องานแต่งของฉันกับเจียเย่า คงอยากพักผ่อนกันเร็วๆ แล้ว”

จางเจียเย่าก็รู้สึกว่าเสียเวลาเหมือนกัน เขาอยากรีบกลับไปกอดภรรยาจะแย่แล้ว “หนิงหนิงพูดถูก พี่สะใภ้ใหญ่ช่วยสาธิตให้ดูหน่อยสิ”

ไม่อย่างนั้นมัวแต่ยืดเยื้อแบบนี้ เดี๋ยวฟ้าก็สว่างพอดี

แม่จางจึงพยักหน้า “สะใภ้ใหญ่ งั้นเธอสอนน้องหน่อย”

“ได้ งั้นดูให้ดีล่ะ!” ชิวเจาตี้ยืนขึ้น ก่อนยกสามนิ้วชี้ฟ้า “ฉันขอสาบานต่อสวรรค์ หลังแต่งเข้าบ้านจาง ฉันจะกตัญญูต่อพ่อแม่สามี เคารพพี่สะใภ้ เอ็นดูน้องสามี ดูแลคนแก่กับเด็กเล็ก รับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด ส่งเงินเดือนทั้งหมดให้ครอบครัว หากผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าผ่า ตายสยดสยอง และทั้งครอบครัวพังพินาศตายกันหมด!”

ขอแค่จี้หนิงรับงานบ้านกับงานดูแลคนแก่ไปทั้งหมด ชีวิตเธอก็สบายขึ้นแล้ว ดังนั้นเธอจึงตั้งใจสอนให้อีกฝ่าย “สาบานแช่งตัวเอง” ยิ่งแรงยิ่งดี!

พอสาบานไว้แบบนี้แล้ว ต่อไปจี้หนิงจะกล้าอู้ไหม? จะกล้าแอบเก็บเงินส่วนตัวไหม?

ฮ่าๆ!

หลังสาบานเสร็จ ชิวเจาตี้ก็ลดมือลง ก่อนหันไปถามจี้หนิง “แบบนี้แหละ เข้าใจหรือยัง?”

แม่จางรีบเสริมทันที “สะใภ้ใหญ่สอนให้ดูแล้ว ทีนี้เธอก็สาบานตามนั้นได้เลย”

จางเจียลี่ยกกล้องขึ้นอีกครั้ง “คราวนี้ต้องคุกเข่าด้วยนะ คุกเข่าแล้วสาบานต่อสวรรค์ เข้าใจไหม?”

จี้หนิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “เข้าใจแล้วล่ะ พี่สะใภ้มีความกตัญญูซาบซึ้งถึงสวรรค์ ถึงได้กล้าสาบานแช่งตัวเองแรงขนาดนี้ คำสาบานที่พี่พูด เมื่อกี้สวรรค์คงได้ยินหมดแล้ว ต่อไปพี่ก็ต้องทำให้ได้จริงๆ นะ ไม่อย่างนั้นจะถูกฟ้าผ่า ตายสยดสยอง แล้วก็ทั้งครอบครัวพังพินาศตายกันหมดเลยนะ”

ชิวเจาตี้: "..."

ชิวเจาตี้ชะงักไปทันที “อะไรคือฉันสาบาน? ฉันแค่สอนเธอ! ฉันไม่ได้สาบานจริงสักหน่อย!”

จี้หนิงทำหน้าใสซื่อ “แต่เมื่อกี้พี่ยกมือสาบานกับสวรรค์ด้วยท่าทางจริงจังมากเลยนะ สวรรค์ต้องเชื่อแน่ๆ ถ้าพี่ผิดคำสาบานขึ้นมา…”

เธอเว้นจังหวะ ก่อนพูดช้าๆ ทีละคำ “ทั้ง…ครอบ…ครัว…ตาย…กัน...หมด”

ชิวเจาตี้ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงคำสาบานของตัวเองเมื่อครู่

ดีนัก! นังจิ้งจอกนี่! เธอรู้อยู่แล้วว่ามันเจ้าเล่ห์!

“เธอตั้งใจใช่ไหม? ตั้งใจหลอกให้ฉันสาบานแช่งตัวเอง!”

จี้หนิงทำหน้าตกใจ “ฉันแค่ให้พี่สอนสาบาน ไม่ได้ขอให้พี่สอนสาบานแช่งตัวเองนี่ แล้วพี่จะโมโหอะไรล่ะ? หรือจริงๆ พี่ไม่อยากกตัญญูต่อพ่อแม่สามี? ไม่อยากส่งเงินเดือนทั้งหมด? แล้วแอบเก็บเงินส่วนตัวเอาไว้? ทีนี้พอเผลอสาบานแช่งตัวเองเข้าหน่อย ก็เลยโมโหกลบเกลื่อน?”

พ่อจางกับแม่จางหันไปมองชิวเจาตี้พร้อมกันทันที โดยเฉพาะแม่จาง สายตาแทบจะฆ่าคนได้อยู่แล้ว นังนี่ก็เจ้าเล่ห์เหมือนกัน! ลูกชายคนโตก็แต่งเมียแล้วลืมแม่ไปอีกคน!

ชิวเจาตี้แทบจะระเบิดด้วยความโกรธ นังจิ้งจอกนี่มันร้ายจริงๆ!

“เธออย่ามาใส่ร้าย! ก่อนเธอแต่งเข้ามา งานบ้านทั้งหมดฉันก็ทำเอง เงินกับข้าวของที่หาได้ ฉันก็ส่งให้ครอบครัวทั้งหมด ฉันกตัญญูต่อพ่อแม่มาก แล้วก็เชื่อฟังทุกอย่าง!”

จี้หนิงพยักหน้าทันที “นั่นไง ถ้าอย่างนั้นจะกลัวอะไรล่ะ? ในเมื่อพี่ทำได้จริง ก็ไม่มีทางถูกฟ้าผ่า ไม่มีทางตายสยดสยอง ไม่มีทางที่ทั้งครอบครัวจะตายหมดอยู่แล้ว ต่อให้สาบานอีกสิบครั้งก็ไม่เห็นต้องกลัวเลยนี่”

ชิวเจาตี้พูดไม่ออกทันที

จางเจียเย่าก็เริ่มรำคาญที่ชิวเจาตี้พูดไม่จบไม่สิ้น จึงรีบเสริม “หนิงหนิงพูดถูก ถ้าพี่สะใภ้ใหญ่ทำได้จริง จะกลัวอะไร?”

ทำไมต้องมีแค่หนิงหนิงที่ต้องส่งเงินทั้งหมด? พี่สะใภ้ใหญ่ก็ควรส่งเหมือนกัน! ใครก็ห้ามแอบเก็บเงินส่วนตัวทั้งนั้น

แม่จางเองก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้อง สะใภ้ใหญ่ เธอจะกลัวอะไร? ต่อไปก็ทำตามที่ตัวเองสาบานไว้สิ”

ชิวเจาตี้แทบอยากตบปากตัวเอง รู้งี้ไม่พูดมากก็ดีแล้ว! นี่มันโยนหินใส่เท้าตัวเองชัดๆ!

เธอกัดฟันมองจี้หนิงอย่างเคียดแค้น “พอแล้ว ฉันสาบานไปแล้ว ทีนี้ถึงตาเธอ!”

จี้หนิงยกมือขึ้นสู่ฟ้า ก่อนพูดอย่างจริงจัง “ฉันขอสาบาน ถ้าฉันแต่งเข้าบ้านจาง ฉันจะกตัญญูต่อพ่อแม่สามีเหมือนชิวเจาตี้… ถ้าทำไม่ได้ ก็ขอให้ถูกฟ้าผ่า…”

เธอพูดทวนคำสาบานของชิวเจาตี้แทบทุกคำ ไม่ว่ายังไง เธอก็ไม่ได้คิดจะแต่งเข้าบ้านจางอยู่แล้ว ดังนั้น ถึงจะสาบานยังไงก็ไม่รู้สึกกดดันแม้แต่นิดเดียว

ชิวเจาตี้แทบกระอัก

เดี๋ยวนะ!

เธอสาบานก็สาบานไปสิ จะลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยทำไม?!

ยิ่งฟังก็ยิ่งอึดอัดราวกับกลืนแมลงวัน นังผู้หญิงคนนี้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงชัดๆ!

“เธอยังไม่ได้คุกเข่า! ทำใหม่อีกครั้ง แล้วห้ามลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วย!”

จี้หนิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “อ้อ จริงด้วย ฉันลืมอีกแล้ว” เธอทำหน้าครุ่นคิด “เมื่อกี้พี่สะใภ้ใหญ่คุกเข่าหรือเปล่านะ? ฉันจำไม่ได้แล้ว ไม่งั้นพี่ช่วยคุกเข่าสาธิตอีกรอบดีไหม?”

ชิวเจาตี้แทบสำลัก ยังจะให้เธอทำอีก?!

ไม่มีทาง!

จางเจียเย่ารีบโบกมือทันที “พอแล้วๆ ไม่ต้องแล้ว แบบนี้ก็ใช้ได้แล้ว!” พูดจบก็หันไปหาแม่ทันที “แม่ หนิงหนิงสาบานแล้ว ซองแดงล่ะ?”

แม่จางถลึงตาใส่ลูกชาย “จะรีบไปไหน? ยังไม่จบ!”

เธอเหลือบมองจี้หนิงอย่างระแวง นังนี่มันเจ้าเล่ห์เกินไป ถ้าให้คุกเข่าอีกครั้ง เดี๋ยวได้ไหว้หลุมศพให้พวกเธออีกรอบแน่ แค่คิด แม่จางก็ยังรู้สึกขนลุกอยู่เลย

ช่างเถอะ ต่อไปยังมีวิธีจัดการนังนี่อีกเยอะ!

เธอหันไปสั่งลูกสาวทันที “เสี่ยวลี่ เอากฎบ้านออกมา ให้พี่สะใภ้แกลงชื่อซะ”

จางเจียลี่รีบหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งกับตลับหมึกออกมา ก่อนยิ้มสะใจใส่จี้หนิง “พี่สะใภ้ ลงชื่อแล้วก็ประทับลายนิ้วมือเลย!”

จี้หนิงรับกระดาษมา ต่อให้ยังไม่ได้อ่าน เธอก็รู้ว่าข้างในเขียนอะไรไว้บ้าง กฎบ้านพวกนี้จางเจียลี่เป็นคนเขียนเอง แถมยังสะกดผิดเต็มไปหมด เนื้อหาก็น่าขำสิ้นดี

แน่นอนว่า ชาติที่แล้วจี้หนิงไม่เคยเรียนหนังสือ อ่านหนังสือไม่ออกสักคำ แต่หลังตาย วิญญาณของเธอล่องลอยมาหลายสิบปี ช่วงหนึ่งยังเคยวนเวียนอยู่ตามโรงเรียนหลายแห่งนานกว่าสิบปี ตอนนี้เธอไม่เพียงแต่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น เธอยังมีความรู้มากกว่านั้นเยอะ

จี้หนิงก้มมองกระดาษในมือ ช่วงต้นยังเป็นกฎเดิมๆ อย่างเรื่องกตัญญูต่อพ่อแม่สามี ส่งเงินทั้งหมดเข้าบ้านอะไรพวกนั้น

ที่คนบ้านจางบังคับให้เธอสาบานก่อน ก็เพราะพวกเขางมงาย เชื่อคำสาบานมากกว่ากระดาษแผ่นหนึ่ง ส่วนการเขียน “กฎบ้าน” ให้เธอลงชื่อเป็นความคิดของจางเจียลี่

ดังนั้นในกฎบ้านแผ่นนี้ จึงเพิ่มรายละเอียดเรื่องงานบ้านที่เธอต้องทำในแต่ละวันเอาไว้เต็มเหยียด…