หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย
ตอนที่ 4 — บทที่ 4
1. ตื่นตีห้ามาทำอาหารเช้า ทำความสะอาดบ้าน ให้อาหารหมูกับไก่ เทกระโถนน้ำลายกับถังปัสสาวะ เปลี่ยนกางเกงให้ย่าที่เปื้อนของเสียแล้วซักให้สะอาด แล้วไปรดน้ำผัก
1. 2. เจ็ดโมงออกไปทำงานหาแต้มงาน 2. 3. สิบเอ็ดโมงครึ่งกลับมาทำอาหาร เปลี่ยนกางเกงให้ย่า กินข้าวเสร็จล้างจาน 3. 4. บ่ายโมงออกไปทำงานหาแต้มงาน 4. 5. หกโมงเย็นกลับมาทำอาหาร ซักเสื้อผ้าของทั้งบ้าน ล้างเท้าให้พ่อแม่สามี ดูแลย่า ทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย ถึงจะอาบน้ำเข้านอนได้ 5. 6. ช่วงฤดูทำนาต้องขยันลงแปลงนาไปทำงาน
จางเจียลี่เรียนหนังสือได้แค่สองสามปีก็เลิกแล้ว กฎบ้านที่เขียนออกมาจึงทั้งสะกดผิด ทั้งใช้คำผิด ตัวหนังสือก็ยังน่าเกลียดอีกต่างหาก จี้หนิงต้องทั้งเดาทั้งอ่านถึงจะพอเข้าใจ เพราะแม้แต่พินอินยังเขียนผิด
จางเจียลี่เพิ่งนึกขึ้นได้ จึงหัวเราะเยาะ “อ้อ ลืมไปเลย พี่สะใภ้ไม่เคยเรียนหนังสือนี่นะ คงอ่านไม่ออกสักตัว งั้นฉันอ่านให้ฟังก็แล้วกัน!”
จางเจียเย่าเองก็ไม่รู้ว่า บนกระดาษมีกฎบ้านอะไรบ้าง เขารู้หนังสือน้อยกว่าจางเจียลี่เสียอีก เลยอยากฟังเหมือนกัน
จางเจียลี่จึงเริ่มอ่านกฎบ้านอีกรอบ “กฎบ้านตระกูลจาง สะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านจะต้องกตัญญูต่อพ่อแม่สามี…”
พออ่านจบ แม่จางก็พูดขึ้น “ฟังเข้าใจแล้วใช่ไหม? ถ้าเข้าใจก็ลงชื่อซะ แล้วต้องท่องจำเอาไว้ด้วย!”
กฎบ้านแบบนี้ช่างน่าขันสิ้นดี
ชาติที่แล้วจี้หนิงอ่านไม่ออกเหมือนกัน จางเจียลี่เป็นคนอ่านให้ฟัง ตอนนั้นเธอปฏิเสธจะลงชื่อ เพราะงานมากขนาดนี้ คนคนเดียวไม่มีทางทำหมดได้
แต่พวกเขากลับบอกว่า ไม่ได้ให้เธอทำคนเดียว เพียงแค่ “กฎบ้าน” ถูกเขียนไว้แบบนี้เท่านั้น
เพื่อจะได้ขึ้นฝั่งมาตั้งรกรากเร็วขึ้น สุดท้ายเธอก็ยอมลงชื่อ
หลังจากลงชื่อบนกระดาษแผ่นนั้น งานบ้านทั้งหมดก็กลายเป็นของเธอเพียงคนเดียว
ขอแค่เธอไม่เชื่อฟัง หรือทำอะไรไม่ครบตามกฎบ้าน พวกเขาก็จะหยิบกระดาษแผ่นนี้ขึ้นมาพูดกดดันเธอ
ทุกวันเธอต้องทำงานตั้งแต่เช้ามืดจนดึกดื่น กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็แทบไม่มีเวลาได้นอน วันหนึ่งนอนได้แค่ราวห้าชั่วโมงเท่านั้น และช่วงที่ถูกใช้งานหนักๆ เวลานอนยิ่งน้อยกว่านั้นอีก
แต่ครั้งนี้ จี้หนิงไม่แม้แต่จะถามอะไร เธอกดลายนิ้วมือลงไปทันทีโดยไม่ลังเล
“ฉันเขียนหนังสือไม่เป็น งั้นใช้ลายนิ้วมือแทนก็แล้วกัน!”
แชะ!
จางเจียลี่รีบยกกล้องขึ้นถ่ายภาพตอนจี้หนิงกดลายนิ้วมือเก็บไว้อีกครั้ง
ของพวกนี้ ต่อไปจะกลายเป็นอาวุธใช้กดหัวจี้หนิงเวลาที่เธอไม่เชื่อฟัง
พ่อจางกับแม่จางพอใจมากที่เห็นจี้หนิงว่าง่ายขนาดนี้
ชิวเจาตี้เองก็พอใจเหมือนกัน จี้หนิงทั้งสาบาน ทั้งลงชื่อกฎบ้านแล้ว ต่อไปยังจะกล้าไม่ทำงานอีกหรือ?
หลังประทับลายนิ้วมือเสร็จ จี้หนิงก็หันไปมองจางเจียเย่า
จางเจียเย่าจึงรีบพูดทันที “แม่ คราวนี้ได้แล้วใช่ไหม? แล้วซองแดงล่ะ?”
ยิ่งลูกชายรีบร้อน แม่จางก็ยิ่งหงุดหงิด เธอเก็บกฎบ้านเข้าที่ ก่อนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “จะรีบอะไรนักหนา? ยังไม่จบ!”
จากนั้นเธอก็มองจี้หนิง “ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป เธอต้องล้างเท้าให้ฉันกับพ่อ ล้างเสร็จก็ไปกวาดลานบ้านให้สะอาด แล้วค่อยไปนอน พรุ่งนี้เช้าก็จำไว้ด้วยว่าต้องตื่นมาทำอาหาร ซักผ้า เอาเป็นว่าทำตามกฎบ้านนั่นให้ครบก็พอ”
พูดจบ แม่จางก็หันไปสั่งลูกสะใภ้ใหญ่ “เจาตี้ ไปยกน้ำล้างเท้าเข้ามา”
จี้หนิงกลับพูดขึ้น “ฉันไปเองดีกว่า ในเมื่อเป็นฉันที่ต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ จะรบกวนพี่สะใภ้ใหญ่อีกทำไม”
พ่อจางกับแม่จางยิ่งฟังยิ่งพอใจในตัวเธอ
แม่จางยังไม่ลืมกำชับ “น้ำอย่าเย็นเกินไป แล้วก็อย่าร้อนเกิน เอาแค่อุ่นมือก็พอ!”
“ได้เลย”
จางเจียเย่าเองก็รู้สึกว่าภรรยาของตัวเองช่างรู้ความเหลือเกิน ถึงขั้นดีกว่าพี่สะใภ้ใหญ่เสียอีก เดี๋ยวคืนนี้เขาต้องเอาใจเธอให้ดีหน่อย ถือเป็นการชดเชย
“ภรรยา ฉันช่วยเธอ!”
“ได้สิ”
ทั้งสองจึงเดินไปทางห้องครัวด้วยกัน
จี้หนิงหยิบกะละมังไม้ออกมา ตักน้ำร้อนจากหม้อเหล็กใบใหญ่มาเล็กน้อย แล้วผสมน้ำเย็นลงไป ก่อนจะเติมน้ำร้อนใส่ถังอีกใบ จากนั้นจึงหันไปบอกจางเจียเย่า
“นายช่วยยกถังน้ำร้อนใบนี้เข้าไปด้วยนะ เดี๋ยวถ้าน้ำล้างเท้าเย็นแล้วจะได้เติม”
“ได้!”
จางเจียเย่ารู้สึกว่าภรรยาตัวเองช่างเอาใจใส่จริงๆ เขาจึงรีบยกถังน้ำร้อนเดินตามเธอกลับเข้าไปในห้อง แล้ววางไว้ข้างๆ
พ่อจางกลัวว่าจี้หนิงจะเล่นลูกไม้ จึงหันไปพูดกับแม่จาง “ลองดูอุณหภูมิน้ำก่อน”
แม่จางยื่นมือลงไปแตะ ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ “ใช้ได้ อุณหภูมิกำลังดี”
จี้หนิงคิดในใจ 'แน่นอนว่าต้องพอดีอยู่แล้ว'
ชาติที่แล้วเธอล้างเท้าให้พวกเขาทุกคืน จนจำได้ขึ้นใจว่าน้ำอุณหภูมิแบบไหนถึงเหมาะที่สุด
ตอนนั้นเพื่อให้ครอบครัวตัวเองได้ขึ้นฝั่งมาตั้งรกรากเร็วๆ เธออดทนกับทุกอย่างมาตลอด
จี้หนิงยกกะละมังไปวางตรงหน้าพ่อจาง “พ่อ ล้างเท้าค่ะ”
พ่อจางทำหน้าเคร่ง ก่อนถอดรองเท้าออกกับพื้น ทันใดนั้น กลิ่นเหม็นรุนแรงก็พุ่งขึ้นมาจนแทบแสบจมูก!
แม้จี้หนิงจะกลั้นหายใจเตรียมไว้แล้ว เธอก็ยังอดถอยหลังไปหนึ่งก้าวไม่ได้
คนทั้งห้องต่างพากันยกมือปิดจมูก
พอเห็นท่าทีรังเกียจของเธอ สีหน้าพ่อจางก็หม่นลงทันที 'กล้ารังเกียจเขาอย่างนั้นหรือ?'
เขาจงใจยื่นเท้าเหม็นๆ เข้ามาใกล้หน้าจี้หนิง “ล้างสิ!”
เท้าดำมอมแมมคู่นั้นเกือบจะจ่อเข้าหน้าเธออยู่แล้ว ถ้าเธอหลบไม่ทันละก็…
พอเห็นสีหน้าอดกลั้นของจี้หนิง พ่อจางก็รู้สึกสะใจขึ้นมา เขาหย่อนเท้าลงในกะละมัง ก่อนสั่งเสียงเข้ม
“ล้างให้สะอาดหน่อย!”
รังเกียจแล้วไง? สุดท้ายเธอก็ยังต้องมาล้างเท้าให้เขาอยู่ดี
แม่จางปิดจมูกพลางออกคำสั่ง “จะหลบอะไร? รีบช่วยพ่อแกพับขากางเกงขึ้นสิ แล้วจำไว้ด้วยว่าต้องล้างซอกนิ้วเท้าให้สะอาดทุกซอก!”
เท้าของพ่อจางเหม็นมาก ทั้งซอกนิ้วและฝ่าเท้ามีคราบดำเกาะหนา เล็บเท้าทั้งสิบก็ทั้งดำทั้งเปื่อย ดูท่าจะเป็นเชื้อราที่เล็บ
ปกติเขาทั้งขี้เกียจล้างเท้า ทั้งไม่ชอบอาบน้ำ แม้แต่แม่จางยังรังเกียจจนแทบทนไม่ไหว
จี้หนิงก้มหน้า กลั้นหายใจไว้ ก่อนเอื้อมมือไปพับขากางเกงให้เขา
จางเจียเย่าเห็นภาพนั้นแล้วก็รู้สึกสงสารเธออยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คิดจะห้ามอะไร เพราะเขาเองก็อยากให้ต่อไปจี้หนิงล้างเท้าให้เขาทุกคืนเหมือนกัน
ส่วนชิวเจาตี้ พอเห็นจี้หนิงยอมก้มหัวต่ำต้อยแบบนั้น เธอก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านจางมา เธอไม่เคยล้างเท้าให้พ่อแม่สามีเลยสักครั้ง
แต่เธอไม่เหมือนจี้หนิง บ้านเธอมีที่ดิน มีพี่ชายหลายคนช่วยทำงาน พ่อก็ไม่ได้ป่วยจนต้องพึ่งบ้านจางเรื่องค่าหมอ แถมครอบครัวเธอก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยคนบ้านจางช่วยพูดเรื่องขึ้นฝั่งให้
พี่ชายของเธอหาแต้มงานได้มากที่สุดในหมู่บ้าน เธอจึงมีความมั่นใจพอ คนบ้านจางไม่กล้ารังแกเธอมากนัก
วันนี้ยังมีผ้าอ้อมลูกชายที่ยังไม่ได้ซักเลย เดี๋ยวเอาออกมาให้เธอซักด้วยดีกว่า
นี่แหละเรียกว่า “เคารพพี่สะใภ้”!
จางเจียลี่ยกกล้องขึ้น ก่อนกดชัตเตอร์ดังแชะอย่างตื่นเต้น ถ่ายภาพฉากตรงหน้าเก็บไว้
เดี๋ยวเธอจะเอาผ้าซับระดูที่เพิ่งเปลี่ยนออกมาให้จี้หนิงช่วยซักด้วย นี่ถึงจะเรียกว่า “เอ็นดูน้องสามี” ฮ่าๆ…
แสงแฟลชสว่างวาบ พร้อมกับเสียง "แชะ" ดังขึ้น
จู่ๆ จี้หนิงที่กำลังก้มถือกะละมังอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นทันที ก่อนสาดน้ำในกะละมังใส่หน้าพ่อจางเต็มแรง!
"อ๊า..."
อยากล้างเท้าใช่ไหม? งั้นล้างหน้าด้วยเลยสิ! เธอจะช่วยพวกเขาล้างทั้งหน้า! แถมอาบน้ำให้พวกมันทั้งบ้านเลยแล้วกัน!
น้ำในกะละมังมีไม่มาก หลังสาดใส่พ่อจางจนเต็มหน้าแล้ว ที่เหลือก็ถูกสาดใส่แม่จางเต็มๆ อีกคน
สาดน้ำหมดกะละมังแล้ว จี้หนิงก็เหวี่ยงกะละมังไม้ใส่โทรทัศน์ทันที ก่อนคว้าถังน้ำร้อนขึ้นมา แล้วตักสาดใส่ทุกคนไม่หยุด!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป ไม่มีใครทันตั้งตัวเลยสักคน!
คนในห้องถูกน้ำร้อนลวกจนร้องโหยหวนกันระงม เสียงดังราวกับหมูถูกเชือด
จางเจียลี่โดนลวกจนกระโดดโหยงๆ รีบโยนกล้องทิ้งทันที “อ๊าย! ร้อนจะตายอยู่แล้ว! จี้หนิง เธอบ้าไปแล้วหรือไง?!”
แม่จางปาดน้ำบนหน้า ก่อนกรีดเสียงลั่น “คิดจะกบฏหรือไง! เจียเย่า รีบจับเธอไว้!”
พ่อจางเปียกโชกไปทั้งตัว แถมยังเผลอกลืนน้ำล้างเท้าตัวเองเข้าไปอึกหนึ่ง จนแทบอาเจียนออกมา “นี่มันจะปีนเกลียวแล้ว! จับเธอไว้! ฉันจะตีเธอให้ตาย! คนแบบนี้ไม่สั่งสอนไม่ได้แล้ว!”
……
จี้หนิงไม่คิดปล่อยใครไว้สักคน
ชาติที่แล้ว เธอเองก็จำไม่ได้แล้วว่าโดนแม่จางสาดน้ำล้างเท้าใส่มากี่ครั้ง!
แค่น้ำล้างเท้ามันจะเทียบอะไรได้?
แม้แต่ผ้าซับประจำเดือนของจางเจียลี่ ที่อีกฝ่ายโยนใส่หน้าแล้วบังคับให้เธอซัก ก็ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง
ชิวเจาตี้เองก็ชอบโยนกางเกงเปื้อนอึเปื้อนฉี่ของลูกชาย กับของย่าแก่ๆ บ้านจางใส่ตัวเธอ แถมยังด่าเธออีกว่าไม่ยอมช่วยเปลี่ยนให้
ตอนนี้เธอแค่สาดน้ำร้อนกลับไป เอาดอกเบี้ยนิดหน่อยเท่านั้นเอง!
น้ำในถังเป็นน้ำที่ต้มจากเตาถ่าน ถึงยังไม่เดือดพล่าน แต่ก็ร้อนจนลวกผิวได้
ชิวเจาตี้ถูกลวกจนรีบสะบัดเสื้อผ้า “เจียเย่า จับเธอไว้สิ! กดหัวลงถังน้ำให้ตายไปเลย! กล้ากบฏขนาดนี้!”
จางเจียเย่าเองก็ตกตะลึงจนตั้งตัวแทบไม่ทัน เขารีบพุ่งเข้าใส่จี้หนิง “หนิงหนิง เธอทำอะไร?! หยุดสาดได้แล้ว!”
จี้หนิงแรงเยอะมาก เธอยกถังน้ำที่เหลืออยู่ครึ่งถังสาดใส่จางเจียเย่าจนหมด ก่อนขว้างถังไม้ใส่เขาตามไปอีก!
จางเจียเย่าหลบทัน แต่ไหล่ก็ยังโดนกระแทกเข้าเต็มๆ เจ็บจนแทบรู้สึกว่ากระดูกแตก
ถังไม้กระเด็นไปกระแทกวิทยุบนตู้จนตกลงพื้น แตกกระจายทันที
จี้หนิงคว้ากระติกน้ำร้อนแบบเก่าสองใบที่อยู่บนตู้ แล้วขว้างใส่จางเจียเย่าอีก!
คนบ้านจางพากันแตกตื่น รีบหลบกันวุ่นวาย
กระติกน้ำร้อนตกลงพื้น!
ปัง!
ปัง!
เสียงดังสนั่นราวกับระเบิด!
คนบ้านจางตกใจจนแทบวิญญาณหลุด ต่างพากันกุมหัววิ่งหนีกระเจิง
จี้หนิงคว้ากระดาษ “กฎบ้าน” บนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นก็ก้มเก็บกล้องที่ตกอยู่บนพื้นมาคล้องคอ ก่อนเดินออกไป พร้อมเตะวิทยุที่แตกอยู่บนพื้นกระเด็นอัดกำแพงอีกที
เพล้ง!
วิทยุแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ
พอเดินผ่านโทรทัศน์ เธอก็ผลักเต็มแรงด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม!
โครม!
โทรทัศน์ตกลงพื้นแตกกระจาย แผงวงจรด้านในกระเด็นออกมาหมด
ในห้องไม่มีของมีค่าอะไรเหลือให้ทุบแล้ว จี้หนิงจึงวิ่งออกไปข้างนอก แล้วเห็นจักรยานคานใหญ่ (คานตรงกลางสูง) จอดอยู่ตรงมุมกำแพง
เธอยกมันขึ้นทั้งคัน ก่อนเดินเข้าไปในครัว แล้วฟาดลงใส่เตาอย่างแรง!
โครม!
หม้อเหล็กใบใหญ่ทะลุทันที!
เตาพังถล่ม!
แม้แต่คานเหล็กของจักรยานยังหักเป็นสองท่อน
จากนั้นเธอก็เหยียบล้อเต็มแรง จนล้อบิดเบี้ยวเสียรูป
พอกลับเข้าไปในห้องหอ เธอก็เริ่มทุบทำลายอีกรอบ!
โครม!
เพล้ง!
ปัง!
……
ปุยนุ่นจากที่นอนปลิวว่อนเต็มห้อง
ในบ้าน จางเจียเย่าที่กุมไหล่อยู่ได้ยินเสียงดัง รีบวิ่งออกมาดู แล้วก็เห็นจี้หนิงกำลังพังห้องหออย่างบ้าคลั่ง
“พอได้แล้ว! เธอเป็นบ้าอะไรไป?!”
จี้หนิงเตะกะละมังเคลือบที่บุบอยู่ข้างเท้าลอยใส่เขาทันที!
จางเจียเย่าตกใจจนรีบหลบ
จี้หนิงตบมือสองทีอย่างพอใจ
จากนั้นก็วิ่งหนีทันที!
ต่อจากนี้ก็รอให้คนบ้านจางเอาคืน แล้วเธอจะได้อาศัยโอกาสนี้หย่าเสียเลย
ตอนนี้จี้หนิงอยากกลับไปหาพ่อกับน้องชายใจจะขาด
จางเจียเย่ารีบวิ่งตาม “จี้หนิง!”
แม่จางวิ่งตามออกมา แล้วตะโกนเรียกลูกชายไว้ “หยุดนะ! ถ้ามันอยากไปก็ปล่อยมันไป! พรุ่งนี้ค่อยจัดการมัน!”
จี้หนิงตอนคลุ้มคลั่งน่ากลัวเกินไป เธอกลัวลูกชายจะโดนทำร้ายไปด้วย
เอาไว้พรุ่งนี้ รออีกฝ่ายสงบลงก่อน แล้วค่อยพาคนไปจัดการ!
จางเจียเย่าร้อนใจจริงๆ แล้ว “แม่! วันนี้เป็นคืนแต่งงานของฉันกับหนิงหนิงนะ แม่ทำเธอหนีไปแล้ว!”
ครั้งนี้เขาเริ่มโทษแม่จริงๆ แล้ว
ทั้งบังคับคุกเข่า ทั้งให้สาบาน ยังจะให้ล้างเท้าพ่อเขาอีก
ใครจะไม่รู้ว่าเท้าพ่อเขาเหม็นขนาดไหน?
ภรรยาเขาโดนบีบจนสติแตกแล้วหนีไปเลย!
เพิ่งแต่งเข้าบ้านแท้ๆ ก็ถูกกดหัว ถูกเหยียดหยามขนาดนี้ ใครจะทนไหว?
ที่สำคัญ พวกเขายังไม่ได้เข้าหอกันเลย!
เธอยังไม่ใช่คนของเขาแท้ๆ แต่แม่กลับไล่คนหนีไปแล้ว!
เขาก็บอกแล้วแท้ๆ ว่าให้รออีกวัน
ขอแค่จี้หนิงกลายเป็นผู้หญิงของเขาก่อน เธอจะหนีไปไหนได้อีก?
ถ้าเป็นคนของเขาแล้ว เธอก็คงไม่กล้าคลุ้มคลั่งแบบนี้หรอก!