หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย
ตอนที่ 5 — บทที่ 5
“หนีไปก็ช่างมัน! กล้าก่อเรื่องขนาดนี้ ผู้หญิงปากจัดแบบนั้น บ้านเราไม่เอาแล้ว! ไม่ต้องการมัน! ของที่พังไปทั้งหมด ให้มันชดใช้คืนมาสิบเท่า!”
แม่จางเปียกไปทั้งตัว ผิวที่ถูกน้ำร้อนลวกแดงเถือกยังแสบร้อนจนปวดไปหมด
พรุ่งนี้เธอต้องจัดการนังนั่นให้เข็ด! ตอนนี้รีบรักษาแผลก่อนเถอะ!
แผลน้ำร้อนลวกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อ๊าย เจ็บจะตายอยู่แล้ว!
เวลานั้น คนบ้านจางทุกคนต่างวิ่งออกมาจากบ้านกันหมดแล้ว
แขนของจางเจียลี่ถูกน้ำร้อนลวกจนแดงไปทั้งแถบ ส่วนตามตัวก็คงโดนเหมือนกัน เจ็บจนแทบทนไม่ไหว เธอพูดอย่างโมโห
“ยัยนี่มันประสาทชัดๆ! แม่พูดถูก คนอย่างจี้หนิงยังคิดอยากแต่งเข้าบ้านเรา ฝันไปเถอะ! ฉันไม่ยอมเด็ดขาด! แค่ให้ล้างเท้าพ่อแค่นี้ก็คลั่งแล้ว ต่อไปถ้าให้ทำกับข้าวให้คนทั้งบ้านกิน จะไม่แอบใส่ยาฆ่าแมลงลงไปหรือไง?”
พ่อจางยังพะอืดพะอมไม่หาย เพราะเผลอดื่มน้ำล้างเท้าตัวเองเข้าไปอึกหนึ่ง พอฟังลูกสาวพูดก็ยิ่งรู้สึกมีเหตุผล
“ผู้หญิงแบบนี้เอาไว้ไม่ได้! หย่า! พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกคนในหมู่บ้านว่างานแต่งนี้ไม่นับ แล้วให้ลุงใหญ่จับตัวมันไปอบรมสั่งสอน!”
สาวชาวประมงคนนั้นทั้งร้ายกาจทั้งใจดำ เขากลัวจริงๆ ว่าวันหลังอีกฝ่ายจะแอบใส่ยาเบื่อหนูลงในอาหาร
ก็จริงอย่างที่ว่า ของที่ได้มาฟรีๆ มักไม่มีของดี! ผู้หญิงที่ยอมแต่งเข้าบ้านโดยไม่เอาค่าสินสอด จะดีสักแค่ไหนกันเชียว?
ของฟรีไม่มีของดีจริงๆ!
แต่จางเจียเย่าไม่ยอมเด็ดขาด
จี้หนิงเป็นผู้หญิงที่เขาอุตส่าห์ใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะได้แต่งงานด้วย เป็ดที่ต้มสุกแล้วอยู่ตรงหน้า เขายังไม่ได้ชิมสักคำ จะปล่อยให้บินหนีไปได้ยังไง?
“ไม่ได้! งานเลี้ยงก็จัดแล้ว ทะเบียนสมรสก็จดแล้ว จี้หนิงคือภรรยาของฉัน ยังไงฉันก็ไม่หย่า วันนี้ถึงเธอจะพังของก็ช่างเถอะ แต่รอให้เธอเป็นผู้หญิงของฉันก่อน หลังจากนั้นพวกแม่จะจัดการเธอยังไงก็ได้ แต่ห้ามหย่า!”
จี้หนิงทั้งขาวทั้งสวย เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสวยกว่าเธออีกแล้ว เขาไม่เอาผู้หญิงดำๆ คนอื่นหรอกนะ!
ชิวเจาตี้เองก็โดนน้ำร้อนลวกจนเจ็บแสบ เกลียดจี้หนิงจนแทบอยากกัดให้ตาย แต่ถ้าไม่เอาจี้หนิงไว้ งานบ้านทั้งหมดก็ต้องกลับมาตกที่เธอคนเดียวอีกไม่ใช่หรือ?
อีกอย่าง ถ้าไม่เอาจี้หนิง จางเจียเย่าก็ต้องแต่งงานใหม่ แล้วจะมีผู้หญิงคนไหนยอมแต่งโดยไม่เอาค่าสินสอดแบบนี้อีก?
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจะแต่งใหม่ก็ต้องจัดงานเลี้ยงอีก เสียเงินอีก!
ชิวเจาตี้จึงรีบพูด “น้องรองพูดถูก งานแต่งก็จัดไปแล้ว เงินค่าโต๊ะก็เสียไปตั้งเท่าไร ตอนนี้เธอเป็นสะใภ้บ้านจางแล้ว จะพูดหย่าก็หย่าได้ยังไง? พรุ่งนี้ก็แค่สั่งสอนเธอสักหน่อย ให้ลุงใหญ่จับทั้งครอบครัวเธอไปอบรมสักรอบ รอจนกว่าเธอจะร้องไห้ขอความเมตตา ต่อไปก็ยังอยู่ในกำมือพวกเราเหมือนเดิม จะใช้ให้ทำอะไรก็ต้องทำ!”
จางเจียเย่าแทบโมโหตาย
พี่สะใภ้ใหญ่ยังคิดจะจัดการภรรยาเขาตั้งแต่พรุ่งนี้เลยหรือ? นี่อยากให้เขาไม่ได้เข้าหอหรือไง?!
รออีกหน่อยไม่ได้หรือไง!
“ฉันจะไปรับหนิงหนิงกลับมา คืนนี้พวกคุณอย่าเพิ่งบังคับให้เธอล้างเท้าให้พ่อแม่เลย พี่สะใภ้ใหญ่ยังไม่เคยทำเลยไม่ใช่หรือ? อย่างน้อยก็รอให้เธอเป็นภรรยาฉันจริงๆ ก่อนสิ จะรีบอะไรนักหนา!”
พูดจบ จางเจียเย่าก็รีบวิ่งออกไป แต่แม่จางคว้าแขนเขาไว้ทันที พลางพูดอย่างผิดหวังในตัวลูกชาย
“ห้ามไป! พวกแกจดทะเบียนกันแล้ว ยังกลัวมันหนีอีกหรือไง? คนจะหนียังไงบ้านมันก็หนีไม่ได้หรอก! คอยดูเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกลุงใหญ่ เดี๋ยวมันก็วิ่งกลับมาขอร้องให้ได้เป็นเมียแกเอง!”
ถ้าลากคนบ้ากลับมาแล้วมันเผาบ้านขึ้นมาจะทำยังไง?
ตอนนั้นเองแม่จางถึงเพิ่งเห็นว่าครัวถูกทุบพังจนแทบไม่เหลือสภาพ เธอร้องโหยหวนทันที
“ตายแล้ว! ตาแก่ รีบมาดูเร็ว!”
คนบ้านจางพอมองเห็นสภาพในครัวก็แทบหายใจไม่ออก
ตอนแรกแค่เห็นโทรทัศน์กับวิทยุพังก็ปวดใจแทบแย่แล้ว แต่พอเห็นว่าจักรยานก็หักเป็นสองท่อน เครื่องปรุง หม้อชามทุกอย่างในครัวแตกกระจายหมด ก็แทบหัวใจวาย
พ่อจางกุมหน้าอกแน่น “ให้มันชดใช้ของใหม่ทั้งหมด! แล้วต้องชดใช้อีกห้าร้อยหยวน! ขาดแม้แต่เฟินเดียวก็ไม่ได้!”
ชิวเจาตี้รีบเสริม “ห้าร้อยยังน้อยไป! ไม่ชดใช้คืนสิบเท่าไม่ได้เด็ดขาด!”
พ่อจางทั้งเจ็บทั้งเสียดายจนแทบหายใจไม่ออก
ผู้หญิงทั้งดุทั้งผลาญเงินแบบนี้ จะเอามาทำไม?!
แม่จางก็ปวดใจจนสีหน้าแทบแตก “แจ้งตำรวจ! จับมันเข้าคุกไปเลย!”
จางเจียเย่าร้องทันที “แจ้งตำรวจไม่ได้! ให้บ้านเธอชดใช้ก็พอ แล้วให้ลุงใหญ่สั่งสอนเธอสักหน่อยก็พอ ห้ามแจ้งตำรวจ!”
“ใช่ๆ ไม่ต้องแจ้งตำรวจ ให้เธอชดใช้ก็พอ!” ชิวเจาตี้รีบเห็นด้วย “ถ้าเข้าคุกไปแล้ว เธออาจไม่ยอมชดใช้ก็ได้ ยังไงก็ต้องติดคุกอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาคืนพวกเรา?”
ผิวของพ่อจางเริ่มปวดแสบปวดร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว “ไปเด็ดว่านหางจระเข้มาให้ฉันทาหน่อย! เจ็บจะตายอยู่แล้ว!”
จางเจียเย่าเองก็โดนน้ำร้อนสาดไปครึ่งถัง เจ็บจนแทบบ้า พอเปิดแขนเสื้อขึ้นดู เห็นตุ่มพองขึ้นมาเต็มแขน ความโกรธที่มีต่อจี้หนิงก็เริ่มผุดขึ้นมาเช่นกัน
เขาไม่คิดเลยว่าจี้หนิงจะใจร้ายได้ขนาดนี้
รอเธอกลับมาเถอะ รอให้เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขาก่อน เขาจะจัดการเธอให้ดู!
แม่เขาพูดถูก ถึงยังไงก็แต่งงานกันแล้ว งานเลี้ยงก็จัดไปแล้ว เธอจะหนีออกจากเงื้อมมือเขาได้จริงหรือ?
ถ้าเธอเป็นของเขาแล้ว ก็ไม่มีทางกล้าคลุ้มคลั่งแบบนี้อีก!
คนทั้งบ้านรีบไปเด็ดว่านหางจระเข้มาทาแผลกันวุ่นวาย
- .....
ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว ปี 78 หมู่บ้านยังไม่มีไฟถนน แต่รอบด้านก็ไม่ได้มืดมากนัก เพราะคืนนี้พระจันทร์สว่างจนมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัด
จี้หนิงวิ่งกลับมาถึงชายทะเลอย่างชำนาญ ก่อนหาที่แห้งๆ ซ่อนกล้องเอาไว้
ในกล้องยังมีรูปเด็ดๆ ที่จางเจียลี่ถ่ายเก็บไว้ตั้งหลายรูป พรุ่งนี้เธอจะเอาไปล้างที่ตัวอำเภอ
ชาติที่แล้วจางเจียลี่ใช้รูปพวกนั้นข่มขู่เธอ
แต่ชาตินี้ ถึงตาเธอเอาคืนบ้างแล้ว!
หลังซ่อนกล้องเรียบร้อย จี้หนิงก็ถอดรองเท้า แล้วเอาไปซ่อนไว้อีกที่ จากนั้นจึงเดินลงชายหาดตรงๆ
ไกลออกไปกลางทะเล มีบ้านไม้หลังเล็กๆ หลายหลังตั้งอยู่ นั่นคือ “บ้านชาวเรือ” หรือที่เรียกกันว่า “บ้านเพิงไม้”
บ้านแบบนี้คือที่อยู่อาศัยของชาวประมงในยุคเจ็ดสิบแปดสิบ ก่อนที่พวกเขาจะได้ขึ้นฝั่งมาตั้งรกราก ภายหลังเมื่อชาวประมงทยอยย้ายขึ้นฝั่ง บ้านลักษณะนี้จึงแทบไม่เหลือให้เห็นแล้วในยุคปัจจุบัน
บ้านเพิงไม้ถูกสร้างอยู่ริมทะเล ลักษณะคล้ายเรือนยกใต้ถุนสูง ด้านล่างมีเสาไม้หลายต้นค้ำเอาไว้ ตัวบ้านสร้างจากไม้กระดานที่ทาน้ำมันไม้เพื่อกันผุและกันแมลง หลังคาทำจากไม้ไผ่สานโค้งเป็นครึ่งวงกลม บางหลังก็ไม่ได้เป็นทรงโค้ง
เวลาน้ำขึ้น ระดับน้ำทะเลแทบจะท่วมถึงเสาด้านล่าง ดังนั้นบ้านจึงต้องสร้างให้สูง ต้องปีนบันไดขึ้นไป และใต้บันไดก็มักจะมีเรือจอดอยู่หนึ่งลำ ซึ่งเป็นทั้งเครื่องมือทำมาหากินและพาหนะของชาวประมงไปพร้อมกัน
เวลานี้คนส่วนใหญ่เข้านอนกันหมดแล้ว ไม่มีเรือให้ใช้ จี้หนิงจึงทำได้แค่ว่ายน้ำกลับไป
หลังหมดช่วงพลังระเบิดชั่วคราว จี้หนิงเดินเหยียบผืนทรายเปียกชื้นตรงไปทางทะเล ไม่นานก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่เบาสบายเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว
เดินไปได้สักพัก เธอก็เห็นหอยสังข์ทะเลตัวหนึ่ง ด้วยความเคยชินจึงก้มลงเก็บขึ้นมา
ทันใดนั้น ในหัวก็ดัง “ติ๊ง” ขึ้นมา
เสียงเด็กผู้หญิงอายุน้อย ที่ฟังดูตื่นเต้นดังขึ้นในหัวของเธอ
【ติ๊ง! ระบบตรวจพบสิ่งมีชีวิตทางทะเล โฮสต์ที่รักต้องการทำการแลกเปลี่ยนไหมคะ?! หลังแลกเปลี่ยนจะได้รับทั้งรางวัลและเหรียญทอง ของรางวัลจัดเต็มเลยนะ!】
ก่อนที่จี้หนิงจะได้เกิดใหม่ เธอรู้อยู่แล้วว่านี่คือ ‘ระบบรวบรวมสิ่งมีชีวิตทางทะเล’
ได้ยินว่ามันเป็นเทคโนโลยีล้ำยุคที่มนุษย์ในอีกหลายร้อยปีข้างหน้าสร้างขึ้น เพื่อรวบรวมสิ่งมีชีวิตในทะเลจากแต่ละยุคของโลก เพราะมนุษย์ได้ย้ายไปสร้างดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยในอวกาศแล้ว
ส่วนเหตุผลที่ต้องรวบรวมสิ่งมีชีวิตทางทะเล ก็เพื่อสร้างระบบนิเวศทางทะเลขึ้นใหม่บนดาวดวงนั้น ให้เหมือนโลกเดิมมากที่สุด
จี้หนิงพูดในใจเบาๆ
【แลกเปลี่ยน】
แสงสีฟ้าสายหนึ่งกวาดผ่านหอยสังข์ในมือเธอ ก่อนที่มันจะหายวับไปทันที
เสียงเด็กหญิงดังขึ้นอีกครั้ง
【แลกเปลี่ยนหอยสังข์สำเร็จ! จัดอยู่ในไฟลัมมอลลัสกา เป็นของล้ำค่าในหมู่สัตว์เปลือก ได้รับรางวัลหนึ่งร้อยเหรียญทอง เงินจีนหนึ่งหยวน และสุ่มของรางวัลพิเศษเป็นตะขอตกปลาหนึ่งอันกับเอ็นตกปลาหนึ่งม้วนค่ะ!】
จู่ๆ ในมือของจี้หนิงก็มีเงินหนึ่งหยวนเพิ่มขึ้นมา
พร้อมกันนั้น เธอยังได้ยินเสียงเหรียญทองร่วงกรุ๊งกริ๊ง และตรงหน้าก็ปรากฏภาพเหรียญทองกองหนึ่งหล่นลงมา พร้อมตัวเลข “100”
จี้หนิงมองเงินหนึ่งหยวนในมือ ก่อนก้มมองตะขอตกปลากับเอ็นตกปลาอีกที “……”
แค่หอยสังข์ตัวเดียว ได้เงินตั้งหนึ่งหยวนเลย?
เงินนี่จะปลอมหรือเปล่า?
สมัยนี้ ต่อให้ขายหอยสังข์ทั้งกิโลก็ยังขายไม่ได้หนึ่งหยวนเลย
เธอรีบขยำธนบัตรในมือไปมา แล้วยกขึ้นส่องกับแสงจันทร์สว่างๆ
ตรวจดูซ้ำแล้วซ้ำอีก!
ของจริง!
เงินหนึ่งหยวนนี้เป็นของจริง!
จี้หนิงตื่นเต้นจนหัวใจแทบกระโดดออกมา
เงินนี่หาง่ายเกินไปแล้วไหม?!
แถมยังมี “ของรางวัลสุ่ม” อีกด้วย ปกติของสุ่มแบบนี้มักมีของดีซ่อนอยู่เสมอ
จี้หนิงถามในใจ
【น้องสาว ของรางวัลสุ่มมีอะไรบ้างเหรอ?】
ระบบตอบทันที
【มีเยอะมากเลยล่ะ! มีทั้งของจากโลกที่โฮสต์อยู่ แล้วก็ของจากโลกคู่ขนานด้วยนะ】
จี้หนิงชะงัก
【ของจากโลกคู่ขนาน?】
【ใช่! อย่างเช่น ห้องแช่แข็งในมิติ ทะเลขนาดเล็กในมิติ ที่ดินเพาะปลูกในมิติ เทคโนโลยีดำน้ำลึกแบบจำกัดเวลา เครื่องรางโชคดีแบบจำกัดเวลา อะไรทำนองนั้น ทั้งหมดนี้เป็นของจากโลกคู่ขนาน】
【ส่วนพวกอวน เบ็ดตกปลา ชุดดำน้ำ เรือประมง พวกนี้จะเป็นของในโลกของโฮสต์เอง ของรางวัลสุ่มที่สุ่มได้นั้นจะเป็นสิ่งของจากทุกโลก มีโอกาสได้ทุกอย่างเลยล่ะ!】
“……”
ระบบนี่… จะพูดว่าเทพก็ยังน้อยไป!
จี้หนิงพยายามกดความตื่นเต้นในใจไว้ ก่อนถามต่อ
【เด็กดี แล้วเหรียญทองใช้ทำอะไรได้บ้าง?】
เสียงเด็กหญิงดังขึ้นอีกครั้ง
【โฮสต์ที่รัก ระบบนี้มีร้านค้าในตัวด้วยนะ เหรียญทองสามารถแลกเป็นเงินจีนที่โฮสต์ใช้ได้ อัตราแลกเปลี่ยนคือหนึ่งร้อยเหรียญต่อหนึ่งหยวน หรือจะใช้ซื้อของในร้านค้าก็ได้ค่ะ】
จากนั้น ตรงหน้าของจี้หนิงก็มีหน้าต่างร้านค้าปรากฏขึ้น
ข้างในมีสินค้าหลากหลาย ทั้งแว่นว่ายน้ำยุค 70 ชุดว่ายน้ำ ชุดดำน้ำ หน้ากากดำน้ำ เซ็ตดำน้ำ อุปกรณ์ตกปลา อวน เบ็ดตกปลาแบบต่างๆ
เพียงแต่…แพงอยู่พอสมควร
แว่นว่ายน้ำอันหนึ่งต้องใช้ห้าร้อยเหรียญทอง ส่วนชุดดำน้ำทั้งเซ็ตสูงถึงห้าหมื่นเหรียญทอง
สินค้าในร้านยังถูกแบ่งเป็นหลายหมวด เช่น อาหาร ยา ของใช้ประจำวัน เทคโนโลยี และอื่นๆ
ภายในแต่ละหมวดยังแยกตามยุคสมัยอีก ตั้งแต่สินค้ายุค 70 ยุค 80 ไปจนถึงสินค้ายุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีหมวด “เทคโนโลยีล้ำยุค” ด้วย
เพียงแต่สินค้าหลายอย่างเป็นสีเทา ยังไม่สามารถซื้อได้ ต้องปลดล็อกก่อน ยกเว้นของก่อนยุค 70
จี้หนิงลองไล่ดูคร่าวๆ แล้วพบว่า ของที่ถูกที่สุดก็ยังต้องใช้หนึ่งร้อยเหรียญทอง
ตัวอย่างเช่น น้ำดื่มหนึ่งขวดราคา 100 เหรียญ ยาแก้หวัดหนึ่งเม็ดก็ 100 เหรียญ แม้แต่ผ้าอนามัยหนึ่งห่อก็ยังราคา 100 เหรียญทองเหมือนกัน
ดีมาก
จี้หนิงรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้ผูกติดกับระบบธรรมดา แต่กำลังถือ “ขุมทรัพย์” เอาไว้ต่างหาก
เอาแค่ผ้าอนามัยก็พอแล้ว ของแบบนั้นในยุคนี้ ไม่ใช่ว่าอยากซื้อก็ซื้อได้ง่ายๆ
หอยสังข์ตัวเดียวขายได้หนึ่งหยวน แถมยังได้อีกหนึ่งร้อยเหรียญทอง
แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือของรางวัลสุ่มพวกนั้น!
เธอเป็นชาวประมง ไม่มีที่ดินทำกิน ถ้าเกิดสุ่มได้ “พื้นที่เพาะปลูกในมิติ” ขึ้นมาล่ะก็…
คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม! ได้กำไรมหาศาล!
จี้หนิงจึงไม่รีบกลับบ้านแล้ว
ตอนนี้เธอต้องหาเงินก่อน พรุ่งนี้จะได้มีเงินเอารูปไปล้างที่ร้านถ่ายรูป
เดิมทีเธอยังกังวลเรื่องค่าล้างรูปอยู่เลย ถึงขั้นคิดว่าจะรีบตื่นแต่เช้าไปตกปลา แล้วแอบเอาไปขายตลาดมืด
แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้ว
จี้หนิงมองทะเลมืดมิดตรงหน้า จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว…