หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย
ตอนที่ 6 — บทที่ 6
ที่ไกลออกไป ความมืดของราตรีหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนทะเล ภายใต้แสงจันทร์ มองเห็นเพียงเกลียวคลื่นสาดซัดเข้าหาฝั่งเป็นระลอก ส่งเสียงซ่าๆ ไม่ขาดสาย
จี้หนิงมองดูเกลียวคลื่นเหล่านั้น ก่อนถามในใจ
【ถงเป่า สิ่งมีชีวิตทางทะเลแบบไหนระบบก็รับหมดเลยเหรอ? แล้วน้ำทะเลล่ะ เอาไหม? ในน้ำทะเลก็มีจุลินทรีย์ตั้งเยอะนี่นะ!】
ระบบเรียกเธอว่า “โฮสต์ที่รัก” จี้หนิงจึงรู้สึกว่า จริงๆ แล้วระบบต่างหากที่เป็นเด็กน้อยแสนน่ารักของเธอ เป็นเด็กน้อยเรียกทรัพย์ที่ช่วยหาเงินให้ไม่หยุด ดังนั้นเธอจึงเรียกระบบว่า “ถงเป่า”
ระบบเป่าเปาตอบด้วยน้ำเสียงสดใส
【โฮสต์ที่รัก น้ำทะเลกับจุลินทรีย์ในทะเลก็รับเหมือนกันนะ!】
เย้! จี้หนิงแทบจะเผลอส่งเสียงร้องออกมาดังๆ
จุลินทรีย์ในน้ำทะเลแค่หยดเดียว ก็มีเป็นระดับหลายร้อยล้านตัวแล้ว!
อย่างนั้นเธอก็มีโอกาสรวยข้ามคืนสิ?!
ทะเลจ๋า ฉันมาแล้ว!
จี้หนิงรีบวิ่งไปที่ชายหาด ก้มตัวลง ก่อนจุ่มสองมือลงไปในน้ำทะเลแล้วกอบขึ้นมา
【ถงเป่า เก็บได้เท่าไรก็เก็บเลยนะ ขอแค่ไม่สูบน้ำทะเลไปจนหมดก็พอ เก็บไปสักนิดหน่อยก็พอแล้ว】
ระบบเป่าเปาตอบทันที
【ไม่หรอกค่ะ ฉันเก็บน้ำทะเลแค่หนึ่งลูกบาศก์เมตรเท่านั้น】
พอได้ยินแบบนั้น จี้หนิงก็โล่งใจขึ้นมา
แสงสีฟ้าเริ่มไหลวนอยู่ในฝ่ามือของเธอ
ติ๊ง!
เสียงนุ่มนิ่มน่ารักของระบบเป่าเปาดังขึ้นอีกครั้ง
【รวบรวมน้ำทะเลชายฝั่งปริมาตรหนึ่งลูกบาศก์เมตรสำเร็จ ระดับมลพิษทางทะเลระดับ C ตรวจพบจุลินทรีย์ประมาณ 1.5×10¹¹ ตัว หรือประมาณ 150,000 ล้านตัว เทียบเท่ากับ 2.5 เท่าของจำนวนดาวฤกษ์ทั้งหมดในกาแล็กซีทางช้างเผือก รางวัล: เหรียญทอง 15,000 เหรียญ เงินจีน 150 หยวน และของรางวัลสุ่มพิเศษ — ห้องแช่แข็งมิติขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตรหนึ่งห้อง】
เสียงเหรียญทองร่วงกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นอีกครั้ง
เหรียญทอง +1 เหรียญทอง +2 เหรียญทอง +500 เหรียญทอง +5000...
สุดท้ายตัวเลขก็หยุดอยู่ที่ 15,000 เหรียญ
ในมือของจี้หนิงเองก็มีธนบัตรใบละสิบหยวนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งปึก
รวมกับหนึ่งหยวนก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอมีเงินทั้งหมด 151 หยวนแล้ว ถ้าคิดรวมเหรียญทองทั้งหมดแล้วเอาไปแลกเป็นเงิน เธอจะมีถึง 402 หยวน!
ชาติที่แล้ว เธอไม่เคยมีเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน เงินเก็บมากที่สุดในชีวิต ยังมีแค่หนึ่งหยวนห้าเหมาสามเฟินเท่านั้น
ตอนนี้จี้หนิงรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเด็กที่รวยที่สุดในหมู่บ้านแล้ว
แน่นอน ตอนนี้อาจยังไม่ใช่ แต่อนาคต... มีหวังแน่นอน!
ระบบเป่าเปาพูดอย่างตื่นเต้น
【ยินดีด้วยนะคะโฮสต์ที่รัก! คุณได้รับ “ห้องแช่แข็งมิติ” ด้วยนะ ของรางวัลชิ้นนี้หาได้ยากมากเลยนะคะ มีโอกาสได้รับแค่หนึ่งในหมื่นเท่านั้น!】
จี้หนิงมองดูห้องแช่แข็งมิติขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตร ฟังดูเหมือนจะใหญ่ แต่จริงๆ ก็แค่กล่องขนาดค่อนข้างใหญ่ขึ้นมาหน่อยเท่านั้น
แต่ในยุคที่แม้แต่ตู้เย็นยังไม่ใช่ของที่มีเงินแล้วจะซื้อได้ง่ายๆ ห้องแช่แข็งหนึ่งห้องหมายความว่าอะไรน่ะเหรอ?
หมายความว่า ต่อไปเธอจะสามารถแอบเก็บปลาไว้กินเองได้ โดยไม่ต้องทนหิว
หมายความว่า เธอสามารถแอบเอาปลาไปขายตลาดมืดได้โดยไม่ต้องกลัวปลาเน่า
หมายความว่า อีกสองปีข้างหน้า เธอยังสามารถทำไอศกรีมแท่งขายเพื่อหาเงินได้อีก!
พูดสั้นๆ ก็คือ — ห้องแช่แข็งมิตินี่คือเครื่องพิมพ์เงินชัดๆ!
มันสร้างเงินได้!
ฮ่าๆๆ… รวยแล้ว!
จี้หนิงนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามอีกครั้ง
【ถงเป่า ห้องแช่แข็งมิตินี่ นอกจากใช้แช่ของแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกไหม?】
ระบบเป่าเปาตอบอย่างกระตือรือร้น
【มีสิคะ! ห้องแช่แข็งนี้มีระบบแช่แข็งและละลายน้ำแข็งความเร็วสูง สามารถแช่แข็งหรือคลายความเย็นได้ภายใน 0.01 วินาที อีกทั้งยังมีระบบทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออัตโนมัติด้วยนะ ต่อไปยังอัปเกรดได้อีก ยิ่งอัปเกรดพื้นที่ก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น แถมยังแบ่งเก็บของเป็นสัดส่วนได้ด้วย ส่วนความสามารถอื่นๆ ตอนนี้ยังเปิดใช้ได้ไม่หมดค่ะ แต่ห้องแช่แข็งแบบนี้ ทั้งจักรวาลแจกออกมาเป็นรางวัลแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นนะคะ โฮสต์ที่รักโชคดีมากเลย!】
จี้หนิงเองก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากจริงๆ
แต่สิ่งที่โชคดีที่สุด ก็คือการได้พบกับระบบ… และได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
ระบบเป่าเปาที่อ่านความคิดเธอออก : (* ̄︶ ̄)
จี้หนิงถามต่อ
【แล้วต้องทำยังไง มันถึงจะอัปเกรดได้ล่ะ?】
ระบบเป่าเปาตอบเสียงใส
【สุ่มเอาค่ะ~ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน】
เอาเถอะ! จะอัปเกรดได้หรือไม่ก็ช่างมัน แค่มีพื้นที่มิติหนึ่งลูกบาศก์เมตร เธอก็พอใจมากแล้ว
จี้หนิงนึกอะไรขึ้นมาอีกอย่าง
【แล้วฉันเอาเงินใส่เข้าไปในห้องแช่แข็งได้ไหม?】
ยังไงมันก็มีระบบทำความสะอาดกับฆ่าเชื้ออยู่แล้ว อีกอย่างเงินที่ระบบให้มาเป็นรางวัลก็ใหม่เอี่ยมสะอาดมาก
ระบบเป่าเปาตอบทันที
【ได้ค่ะ ถ้าเอาเข้าไป ระบบจะช่วยแพ็กใส่ถุงถนอมอาหารให้อัตโนมัติ】
【แล้วกล้องถ่ายรูปล่ะ?】
【…ก็น่าจะได้มั้ง】
จี้หนิงรีบเก็บเงิน เบ็ดตกปลา และเอ็นตกปลาเข้าไปในห้องแช่แข็งมิติทันที จากนั้นก็รีบวิ่งกลับขึ้นฝั่งไปเก็บกล้องถ่ายรูปเข้าไปด้วย
ส่วนรองเท้า… ช่างมันเถอะ
พอเก็บกล้องถ่ายรูปเรียบร้อย เธอก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
ในเมื่อไม่มีเรือ จี้หนิงจึงว่ายน้ำกลับไปเหมือนปลาตัวหนึ่ง ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วในทะเลยามค่ำคืน
เธอว่ายอยู่กว่าสิบนาที ถึงจะกลับมาถึงใต้บ้านเพิงไม้ แล้วปีนบันไดไม้ขึ้นไป
ภายในบ้านมืดสลัว คนทั้งบ้านนอนกันอยู่บนพื้นกระดานไม้โดยตรง
บ้านหลังนี้สร้างจากไม้ ใช้ไม้แผ่นกระดานเรือปูเป็นพื้น ใช้ไม้ไผ่เป็นหลังคาและฝาผนัง ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ที่นอนก็แค่ปูฟูกลงบนพื้น ทุกคนนั่งกับนอนกันบนพื้นโดยตรง
ตอนที่จี้หนิงผลักประตูเข้าไป แม่จี้กำลังป้อนน้ำให้พ่อจี้ดื่ม ส่วนจี้หังกำลังลูบหลังพ่อเบาๆ ส่วนจี้เยว่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องกั้นด้านใน
ประตูไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทันทีที่ถูกผลักเปิด ทำเอาทั้งสามคนสะดุ้ง
แต่พออาศัยแสงจันทร์มองเห็นว่าเป็นจี้หนิง คนทั้งบ้านก็พากันตกใจ
จี้หังเห็นพี่สาว ก็ทั้งดีใจทั้งประหลาดใจ “พี่ใหญ่?”
พ่อจี้เองก็ตกใจ “หนิงหนิง? ทำไมลูกกลับมาแล้วล่ะ!”
เขาคิดว่าลูกสาวคงเป็นห่วงตัวเอง เลยแอบกลับมา จึงรีบพูดขึ้น
“รีบกลับไปเร็ว พ่อไม่เป็นไรหรอก ลูกคนนี้นี่ คืนเข้าหอแท้ๆ จะกลับมาบ้านได้ยังไงกัน?”
พูดจบ เขาก็พยายามลุกขึ้น จะไล่เธอกลับไป เพราะกลัวจะเป็นลางไม่ดี
จี้เยว่ที่อยู่ในห้องกั้นได้ยินดังนั้นก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งพรวด ก่อนเดินออกมา
จี้หนิงมองพ่อกับน้องชายที่ยังมีชีวิตอยู่ ดวงตาก็แดงขึ้นทันที
เธอเดินเข้าไป ก่อนคุกเข่าลงตรงหน้าพ่อจี้
“พ่อ… ฉันไม่แต่งแล้ว”
พ่อจี้ได้ยินน้ำเสียงสะอื้นของลูกสาวก็ร้อนใจทันที
“บ้านจางรังแกลูกหรือ? แค่กๆ…”
พอรีบร้อน เขาก็เริ่มไออย่างหนัก จนพูดต่อแทบไม่ไหว ไอจนหยุดไม่ได้
จี้หังรีบช่วยลูบหลังให้
จี้เยว่หน้าถอดสีทันที ก่อนหลุดพูดออกมา
“ถ้าพี่ไม่แต่ง แล้วครอบครัวเราจะขึ้นฝั่งยังไง?”
บ้านเพิงไม้นี่ทั้งเก่าทั้งผุเต็มที อีกไม่นานพอฤดูไต้ฝุ่นมา เกรงว่ามันคงถูกพัดพังทั้งหลัง…
ตอนนี้พ่อป่วยหนักจนออกทะเลไม่ได้ หาแต้มงานไม่ได้ ส่วนน้องชายก็ยังเด็ก แม่ไม่ยอมให้ออกทะเลด้วยซ้ำ ที่บ้านแทบไม่มีอะไรกินแล้ว จะเอาอะไรไปหวังเรื่องขึ้นฝั่งสร้างบ้านลงหลักปักฐาน
คนทั้งบ้านต่างฝากความหวังเรื่องการขึ้นฝั่งไว้กับการแต่งงานครั้งนี้ หวังว่าพอจี้หนิงแต่งเข้าบ้านจางแล้ว อีกฝ่ายจะช่วยให้ครอบครัวพวกเธอได้ขึ้นฝั่งไปตั้งรกรากเสียที นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตอนนั้นไม่เรียกร้องค่าสินสอด
จี้หนิงเหลือบมองน้องสาว “ต่อให้ฉันแต่งไป พวกเขาก็ไม่มีทางช่วยบ้านเราให้ขึ้นฝั่งได้หรอก ฉันจะหาวิธีอื่นเอง”
จี้เยว่หลุดหัวเราะเยาะ “พี่จะมีวิธีอะไรได้? ถ้าพี่มี ครอบครัวเราคงได้ขึ้นฝั่งไปตั้งนานแล้ว!”
พ่อจี้ตวาดทันที “หุบปาก! แค่กๆ…”
จี้เยว่หน้าบึ้ง ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องกั้นด้านในทันที
พ่อก็เข้าข้างแต่จี้หนิงอยู่เรื่อย!
แม่จี้มองลูกสาวคนเล็กแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
พ่อจี้คว้ามือจี้หนิงไว้ ก่อนถามอย่างร้อนใจ
“หนิงหนิง…เกิดอะไรขึ้น? แค่กๆ… พวกเขา…แค่กๆ… ตีลูกหรือเปล่า? แค่กๆ… ได้รับบาดเจ็บไหม?”
ในบ้านมืดเกินไป มองอะไรแทบไม่เห็นเลย
จี้หนิงมองพ่อที่ไอจนแทบขาดใจ พูดแทบไม่เป็นประโยค ขณะช่วยลูบหลังให้เบาๆ ก็พูดปลอบไปด้วย
“พ่อ อย่าเพิ่งตกใจ พวกเขารังแกฉันไม่ได้หรอก ไม่มีใครตีฉันด้วย แล้วฉันก็ไม่ได้บาดเจ็บ พ่อค่อยๆ ฟังฉันนะ”
พอได้ยินว่าลูกสาวไม่เป็นอะไร พ่อจี้ถึงค่อยโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง จากนั้นก็เพิ่งสังเกตว่าเสื้อผ้าของเธอเปียกไปหมด
“พ่อไม่รีบ…แค่ก…ลูกค่อยๆ พูดก็ได้ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน…แค่กๆ…เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“ค่ะ”
จี้หนิงเองก็อยากให้พ่อมีเวลาทำใจบ้าง จึงลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
น้ำทะเลมีแต่เกลือ เธอจึงต้องเช็ดตัวสักหน่อยด้วย
จี้หนิงตักน้ำจืดใส่กะละมังเล็กๆ แค่นิดเดียว พอให้ชุบผ้าขนหนูเช็ดตัวได้เท่านั้น
พวกเขาอาศัยอยู่กลางทะเล น้ำจืดมีจำกัด จึงใช้ได้แค่เช็ดตัวเท่านั้น
ปกติเวลาอาบน้ำ จี้หนิงจะใช้น้ำทะเลที่กรองแล้วล้างตัวก่อน จากนั้นค่อยใช้น้ำจืดเช็ดซ้ำอีกที เธอทำแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว
ตอนนั้นเอง แม่จี้ก็เดินเข้ามาในห้อง
“เดี๋ยวแกไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระอะไรกับพ่อแกทั้งนั้น แค่บอกว่ากลับมาเพราะเป็นห่วงอาการป่วยของเขาถึงได้กลับมาดู พูดเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านจางไปซะ”
น้ำเสียงนั้นเด็ดขาด ไม่เปิดช่องให้ต่อรองแม้แต่น้อย