หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย
ตอนที่ 32 — บทที่ 32
แม่จี้กับจี้เยว่กลับมาถึงหมู่บ้าน ตอนนั้นทั้งหมู่บ้านชาวประมงแทบระเบิดเป็นหม้อเดือดไปแล้ว
ชาวบ้านต่างพากันถือชามข้าว นั่งล้อมอยู่หน้าบ้านแต่ละหลัง พร้อมปล่อยจินตนาการกันเต็มที่ เดากันไปต่างๆ นานาว่า จี้หนิงมีความสามารถอะไร ถึงทำให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานกิจการพลเรือนมาถึงบ้านเพื่อช่วยจัดการเรื่องหย่าให้เธอด้วยตัวเอง
บางคนถึงขั้นเดาว่า เพราะจี้หนิงสวยจนได้ชื่อว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของหมู่บ้านชาวประมง เลยไปเกี่ยวดองกับลูกชายของผู้ใหญ่ระดับสูงเข้า อีกฝ่ายถึงได้ช่วยเธอหย่า
พอเห็นแม่จี้กับจี้เยว่เดินผ่านมา ก็มีคนรีบดึงตัวไว้ถามทันที
“จินเหอ บ้านเธอไปใช้เส้นสายใครกันแน่? ทำไมคนจากสำนักงานกิจการพลเรือนถึงมาช่วยจี้หนิงหย่าถึงบ้าน?”
“จินเหอ บ้านเธอไปรู้จักผู้ใหญ่คนไหนเข้า?”
“จินเหอ หรือว่าจี้หนิงจะไปได้คู่ใหม่ที่มีอำนาจมากกว่าเดิมแล้ว?”
……
ตอนแรกแม่จี้ยังงงกับคำถาม พอฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ ถึงได้ขมวดคิ้ว
“บ้านฉันจะไปรู้จักคนใหญ่คนโตที่ไหนกัน? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องมันเป็นมายังไง”
จี้เยว่รีบพูดเสริม
“ทุกคนอย่าเข้าใจผิดนะ พี่สาวฉันไม่มีทางหย่ากับพี่เขยหรอก”
แม่ลูกพูดทิ้งไว้แค่นั้น ก่อนรีบเดินจากมาอย่างรวดเร็ว
จี้หนิงหย่ากับจางเจียเย่าไม่ได้เด็ดขาด!
เงินหนึ่งร้อยหยวน พวกเธอใช้ไปแล้วตั้งสิบหยวน จะเอาเงินที่ไหนไปคืนจางเจียเย่า?
พอแม่จี้กับจี้เยว่กลับมาถึง ก็เห็นว่าไม่มีเรือจอดอยู่ข้างเพิงบ้านชาวเรือของตัวเอง จึงรู้ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน
ทั้งสองเดินตามหาอยู่พักใหญ่ กว่าจะเจอที่บ้านพักชั่วคราวหมายเลขยี่สิบ
ตอนนั้นจี้หนิง พ่อจี้ และจี้หัง เพิ่งกินของว่างกันเสร็จ
สิ่งที่พวกเขากินคือขนมมะพร้าวกรอบที่จี้หนิงซื้อมาเมื่อครั้งก่อน
ตัวขนมมีกลิ่นมะพร้าวอ่อนๆ พอกัดลงไปก็กรอบร่วน หวานกำลังดีไม่เลี่ยน
เมื่อครู่จี้หังกินอย่างเสียดาย….. จนแทบไม่อยากกลืนลงคอ ปล่อยให้ขนมค่อยๆ ละลายในปากทีละนิด
หนึ่งกล่องมีทั้งหมดยี่สิบชิ้น แต่ละคนได้คนละหกชิ้น จี้หนิงแบ่งให้จี้หังเพิ่มอีกสองชิ้น เพราะเขายังอยู่ในวัยกำลังโต หิวง่าย
นอกจากนี้จี้หนิงยังซื้อไข่ต้มสุกมาอีกสี่ฟอง โดยอ้างว่าแอบขอซื้อมาจากชาวบ้าน
ทั้งสามกินกันจนอิ่มท้อง แล้วเริ่มช่วยกันกำจัดวัชพืชบนพื้นรอบบ้าน
พื้นดินแถวนั้นปนทราย พวกวัชพืชจึงถอนออกง่าย
พ่อจี้พูดอย่างอารมณ์ดี “ที่ดินผืนนี้กว้างจริงๆ ปลูกอะไรได้ตั้งเยอะ”
จี้หนิงเห็นแม่จี้กับจี้เยว่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน จึงพูดขึ้นพอดี
“อืม ตอนนี้ที่ดินตรงนี้เป็นชื่อของพวกเราแล้ว ต่อให้ยังไม่ล้อมรั้วทั้งหมดก็ไม่ต้องกลัว”
พ่อจี้ยังไม่เห็นว่าภรรยากลับมาแล้ว จึงพูดชมลูกสาวตามความเคยชิน
“ยังเป็นหนิงหนิงที่หัวไว คิดวิธีแบ่งที่ดินมาใส่ชื่อพวกลูกได้ แบบนี้บ้านเราถึงจะมีที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างถูกต้อง”
แม่จี้กับจี้เยว่เพิ่งเดินมาถึง ก็ได้ยินเข้าพอดี
แม่จี้รีบถามทันที “หมายความว่ายังไง? อะไรคือแบ่งที่ดินใส่ชื่อพวกเขา?”
จี้หนิงก็มีที่ดินด้วยเหรอ? นี่มันกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว!
พ่อแม่ยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง แต่จี้หนิงกลับมีที่ดิน!?
จี้หังรีบพูด “แม่ หัวหน้ากองการผลิตบอกแล้วว่าที่รกร้างตรงนี้ให้บ้านเราใช้ประโยชน์ได้ แล้วก็ลงชื่อไว้เป็นของบ้านเราแล้ว แม่อย่าเสียงดังสิ ห้ามให้คนอื่นรู้”
เขาจงใจไม่พูดว่า ที่ดินถูกแบ่งใส่ชื่อพี่สาวกับเขา
ของเขายังพอว่า แต่ถ้าแม่รู้ว่าที่ดินอยู่ในชื่อจี้หนิง มีหวังต้องไม่พอใจแน่
แม่จี้กลับไม่เชื่อ “เมื่อกี้พ่อแกไม่ได้พูดแบบนั้น อย่าคิดจะหลอกฉัน!”
พ่อจี้ไม่คิดว่าภรรยาจะกลับมาพอดี จึงได้แต่รีบอธิบาย
“หนึ่งครอบครัวไม่มีสิทธิ์ได้ที่ดินมากขนาดนี้ จี้หนิงเลยใช้เหตุผลว่า หลังหย่าแล้วจะตั้งบ้านแยกเอง ถึงจะสามารถเอาที่ดินว่างพวกนี้มาใส่ชื่อบ้านเราได้ โดยแยกลงทะเบียนเป็นสองครัวเรือน
เธออย่าเอาไปพูดข้างนอกเด็ดขาด ไม่งั้นถ้าคนอื่นรู้แล้วเอาไปโวยวาย ที่ดินพวกนี้อาจถูกยึดคืนหมด ยังไงก็เป็นคนบ้านเดียวกัน จะอยู่ชื่อใคร มันก็เป็นที่ดินของบ้านเราเหมือนกัน”
แต่จี้เยว่ไม่คิดแบบนั้น
“แล้วทำไมต้องเป็นชื่อพี่กับจี้หัง? ฉันก็ต้องแต่งงานเหมือนกัน ทำไมไม่มีที่ดินเป็นชื่อฉันบ้าง? พวกพ่อแอบแบ่งที่ดินกันตอนฉันกับแม่ไม่อยู่ชัดๆ!”
จี้หังได้ยินก็โมโหทันที
“ที่ดินผืนนี้พี่ใหญ่เป็นคนเรียกร้องมาได้ ที่บ้านเราได้ขึ้นฝั่งก็เป็นเพราะพี่ใหญ่ดิ้นรนจนได้มาเหมือนกัน จะมีที่ดินเป็นชื่อพี่เขาสักแปลงแล้วมันยังไง? ถ้าเธอมีปัญญาก็ไปหามาเองสิ!”
เขายิ่งพูดยิ่งเดือด
“ทั้งวันเอาแต่ขี้เกียจ กินแล้วก็นอน ไม่ทำอะไรสักอย่าง พอมีผลประโยชน์ก็รีบแย่งชิง ทำไมต้องใส่ชื่อเธอด้วยล่ะ? เธอเคยทำอะไรให้บ้านเราบ้าง?”
จี้เยว่รีบหันไปหาแม่จี้
“แม่! ฉันไม่มีที่ดิน แบบนี้ไม่ยุติธรรม! ฉันเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อหรือเปล่าเนี่ย!”
พ่อจี้หน้าดำทันที
“เอ้า ทะเลาะกันเข้าไป! ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา สุดท้ายก็ไม่ได้ที่ดินกันสักคน!”
แม่จี้ส่งสายตาปลอบใจลูกสาวคนเล็กทันที ราวกับบอกว่าไม่ต้องห่วง ยังไงของในบ้านก็ไม่มีทางขาดส่วนของเธอ
แม่จี้เองก็รู้ว่าอะไรสำคัญ ตอนนี้จะโวยวายไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นถ้าคนอื่นรู้ เรื่องคงจบด้วยการเสียที่ดินทั้งหมด แบบนั้นขาดทุนยิ่งกว่าเดิม
ต่อให้ที่ดินอยู่ในชื่อจี้หนิง มันก็ยังถือว่าเป็นของบ้านตัวเองอยู่ดี ช้าเร็วเธอก็ต้องทวงคืนมาให้ลูกสาวคนเล็กอยู่ดี
คนอย่างจี้หนิง ไม่สมควรมีที่ดินด้วยซ้ำ!
จี้เยว่เห็นสายตาแม่ ก็วางใจทันที แม่ไม่มีทางปล่อยให้เธอเสียเปรียบแน่
แม่จี้เดินเข้าไปดูบ้านแพไม้ไผ่ด้านใน ก่อนถามพ่อจี้
“บ้านหลังนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ตาแก่ตั้งใจจะดัดแปลงยังไงล่ะ? ถ้าเหลือพื้นที่ไว้ทำห้องโถง ก็คงกั้นห้องได้แค่สองห้องใช่ไหม?”
บ้านยังไงก็ต้องมีห้องโถงไว้ให้คนในบ้านใช้งานร่วมกัน ปกติก็มีคนในหมู่บ้านแวะมาหาอยู่เรื่อยๆ จะไม่มีที่รับแขกเลยไม่ได้
พอจี้เยว่ได้ยินว่ากั้นได้แค่สองห้อง ก็รีบพูดขึ้นทันที
“พ่อ ในเมื่อที่ดินไม่มีชื่อฉัน แบบนี้ไม่ยุติธรรม! งั้นฉันขอห้องของตัวเอง ไม่อยู่ห้องเดียวกับจี้หนิงนะ พ่อต้องสร้างห้องแยกให้ฉันด้วย!”
เงินหนึ่งร้อยหยวนที่ได้มาจากจางเจียเย่า ตอนนี้ยังเหลืออีกเก้าสิบหยวน
แม่บอกว่าเงินเท่านี้พอสร้างกระท่อมไม้เล็กๆ ให้เธออยู่ได้แล้ว
เธอไม่อยากนอนกับจี้หนิงแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่รู้ว่าพ่อต้องไม่ยอมแน่ แต่ตอนนี้ถือว่าได้ข้ออ้างพอดี
ในเมื่อที่ดินไม่มีชื่อเธอ งั้นเอาเงินเก้าสิบหยวนไปสร้างห้องให้เธอหนึ่งห้อง ก็ถือว่ายุติธรรมแล้ว
แม้ก่อนหน้านี้จะตกลงกันแล้วว่า จี้หังจะอยู่บ้านแพไม้ไผ่กับพ่อแม่ แต่พอได้ยินจี้เยว่พูดแบบนั้น เขาก็โมโหขึ้นมาทันที
“ขอห้องแยกคนละห้อง? จะเอาเงินที่ไหนมาสร้าง? ถ้าอยากได้ห้องแยก ก็ออกเงินเองสิ!”
จี้เยว่เชิดหน้า
“ออกเองก็ออกเองสิ! ถ้าฉันออกเงินเอง บ้านที่สร้างเสร็จก็ต้องเป็นของฉัน!”
พูดจบ เธอก็หันไปมองจี้หนิง
“ในเมื่อพี่ใหญ่เก่งขนาดนี้ ถึงขั้นเอาที่ดินมาได้เอง งั้นก็คงมีปัญญาสร้างบ้านเองเหมือนกันสินะ!”
แม่จี้เองก็อยากบีบให้จี้หนิงหย่าไม่สำเร็จ และยอมคืนที่ดินออกมาเอง จึงรีบพูดตามทันที
“ลูกสาวฉันเก่งจะตาย! แม่แท้ๆ ยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองเลย แต่ลูกสาวกลับมีแล้ว งั้นก็ให้เธอสร้างบ้านอยู่บนที่ดินของตัวเองไปเลยสิ!”
“ตั้งบ้านแยก อยู่เองคนเดียวไปเลย! ก็ในเมื่อใช้ข้ออ้างนี้ถึงได้ที่ดินมา ถ้ายังกลับมาอยู่กับพวกเราอีก แบบนั้นจะยังนับเป็นสองครัวเรือนได้ยังไง? ถ้าวันไหนทางกองการผลิตใช้เรื่องนี้มายึดที่ดินคืนขึ้นมาจะทำยังไง?”
พอพ่อจี้ได้ยินก็พยักหน้า
“ได้ งั้นหนิงหนิงก็แยกไปอยู่อีกหลัง สร้างบนที่ของตัวเอง”
“หนิงหนิง พ่อจะสร้างให้ เงินสองร้อยหยวนของพ่อ เอามาสร้างบ้านให้ลูกก่อน เรื่องนี้ตัดสินแบบนี้แหละ!”
จี้หังรีบตอบทันที “ดีเลย!”
แม่จี้อึ้งไปทั้งคน
เดี๋ยวก่อน!
เงินตาแก่ไม่ใช่ว่าหมดไปแล้วเหรอ? ไปเอาเงินสองร้อยหยวนมาจากไหน?
ถ้ามีสองร้อยของเขา บวกกับเงินหนึ่งร้อยในมือเธอ ก็รวมเป็นสามร้อยหยวนแล้วนะ!
เงินขนาดนั้นสร้างบ้านอิฐดินดิบ ที่ก่อฐานด้วยหินได้แล้ว!
แม่จี้รีบค้านทันที
“ไม่ได้! ใช้เงินตาแก่ไม่ได้! ถ้าเอาเงินทั้งหมดไปสร้างบ้านให้เธอ แล้วคนทั้งบ้านจะอยู่กันยังไง? บ้านแพไม้ไผ่นี่ก็อยู่ได้อีกไม่นาน พอหน้าหนาวลมก็พัดลอดเข้ามาได้!”
พ่อจี้ตอบกลับทันที
“ก็เธอเป็นคนบอกให้หนิงหนิงแยกไปสร้างบ้านเอง ถ้าไม่มีเงินจะสร้างยังไง? ฉันเป็นพ่อ ก็ต้องช่วยลูกก่อนสิ!”
จี้หนิงเองก็รู้ว่าจุดประสงค์เรื่องแยกครัวเรือนสำเร็จแล้ว เธอไม่อยากใช้เงินของพ่อจี้สร้างบ้าน เพราะกลัวอนาคตแม่จี้จะเอามาทวงบุญคุณไม่จบไม่สิ้น
“พ่อ ไม่ต้องหรอก ฉันมีเงิน ฉันสร้างเองได้”
พ่อจี้ชะงัก
“ลูกเอาเงินมาจากไหน?”
แม่จี้เองก็มองเธอเขม็งเหมือนกัน