หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย
ตอนที่ 8 — บทที่ 8
เช้าตรู่วันนี้ คนบ้านจางก็รีบมาที่ลานที่ทำการหน่วยประมงทันที เพื่อป่าวประกาศ 'วีรกรรม' อันร้ายกาจของจี้หนิงเมื่อคืนให้ทั่วหมู่บ้านรู้
วันนี้ถ้าไม่สั่งสอนบ้านสกุลจี้ให้เข็ดหลาบ พวกเขาก็ไม่ใช่คนแซ่จางแล้ว!
แม่จาง จางเจียลี่ และชิวเจาตี้ ต่างพากันถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนที่ถูกน้ำร้อนลวกจนหนังลอก
ผิวของผู้หญิงบอบบางกว่า ตรงที่โดนลวกเป็นรอยพุพองน้ำใสๆ เมื่อคืน พอแตกแล้วจึงลอกออก ส่วนพวกผู้ชายผิวหยาบหนังหนากลับไม่ได้เป็นอะไรมาก เมื่อคืนทาว่านหางจระเข้ไปก็แทบยุบหมดแล้ว ถึงอยากจะแสดงบาดแผลให้คนดู ก็แสดงไม่ได้
แม่จางแหกปากเสียงแหลม
“เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย! ทุกคนมาดูนี่เร็ว!”
เวลานี้ชาวบ้านจำนวนมากกำลังมาเข้าแถวรับงาน พอได้ยินเสียงโวยวายก็หันมองกันทันที
เมื่อเห็นแขนของพวกเธอถูกลวกจนหนังลอก ทุกคนก็เริ่มตื่นตัวเรื่องซุบซิบนินทาชาวบ้านทันที ต่างพากันถามเซ็งแซ่
“โอ้โห นี่รอยโดนน้ำร้อนลวกเหรอ? ไปทำยังไงถึงโดนลวกแบบนี้? ดูสิ หนังลอกเลย!”
“ทำไมโดนลวกพร้อมกันทั้งสามคนล่ะ? ดูเหมือนตั้งใจทำเลยนะ! ไปทำอะไรกันมา?”
“หนังลอกขนาดนี้ ไม่ระวังกันเลยหรือไง?”
ชิวเจาตี้รีบพูดแทรก
“ไม่ระวังอะไรกันล่ะ! มีคนบ้าเอาน้ำร้อนมาสาดพวกเรา!”
ชาวบ้านต่างตกใจทันที พากันพูดว่า
“ไม่จริงมั้ง ใครเป็นคนสาด ทำเกินไปแล้วนะ!”
“อันธพาลมาจากไหนกัน เอาน้ำร้อนมาสาดคน ใจคอโหดร้ายเกินไปแล้ว!”
“ใครกัน! ใครมันใจร้ายขนาดนี้ หัวหน้าหน่วย คนเลวๆ แบบนี้ต้องเรียกมาอบรมสั่งสอนสักหน่อยแล้ว!”
“นั่นสิ ชั่วร้ายน่ารังเกียจจริงๆ!”
.....
ก่อนหน้านี้ลุงใหญ่บ้านจางกำชับเอาไว้แล้ว ว่าต้องทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านไม่พอใจให้ได้ ต้องปลุกอารมณ์ให้ทุกคนร่วมกันโกรธแค้นจี้หนิง เพื่อให้ทุกคนมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน
แม่จางจึงแกล้งทำเป็นปาดน้ำตา
“อันธพาลที่ไหนกัน? ก็เมียที่เจียเย่าเพิ่งแต่งเข้าบ้านเมื่อวานน่ะสิ! เวรกรรมแท้ๆ ดันแต่งแม่เสือเข้าบ้านมา เมื่อคืนจู่ๆ ก็คลุ้มคลั่ง เอาน้ำร้อนสาดคนทั้งบ้าน แล้วยังทุบทำลายข้าวของจนพังหมดก่อนหนีไปอีก! ทั้งบ้านพังเละเลย!”
พอพูดถึงบ้านที่พังเละ แม่จางก็แทบอยากร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ
ของมีค่าที่บ้านพังเกือบหมด!
จี้หนิงไม่ทุบโต๊ะ ไม่ทุบเก้าอี้ แต่เลือกทุบแต่ของแพงๆ อย่างโทรทัศน์ วิทยุ จักรยาน พวกของหาซื้อได้ยากทั้งนั้น!
เมื่อคืนเธอแทบนอนไม่หลับเพราะเสียดายของ!
ชาวบ้านได้ยินแล้วก็ยิ่งตกตะลึง ไฟแห่งการซุบซิบนินทาลุกลามเป็นวงกว้างในพริบตา
“เมียเจียเย่าทำเหรอ? ไม่จริงมั้ง? ทำไมจู่ๆ เธอถึงอาละวาดเอาน้ำร้อนมาสาดพวกเธอได้ล่ะ”
“เป็นไปไม่ได้หรอก! เมื่อคืนไม่ใช่คืนเข้าหอของพวกเขาหรือ? พวกเขาไม่เข้าหอกัน แต่กลับจะเอาน้ำร้อนมาสาดพวกเธอทำไม?”
“ปกติเมียเจียเย่าดูเรียบร้อยจะตาย ไม่น่าใช่คนอารมณ์ร้ายเลยนะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“พวกเธอไปทำอะไรเธอก่อนหรือเปล่า? ปกติเห็นนิสัยดีออก”
“ใช่ๆ เวลาไปถักอวนด้วยกัน เธอพูดจานิ่มนวลอ่อนโยน แถมยังอารมณ์ดีตลอดเลยนะ”
……
หลายคนเริ่มหันไปมองจางเจียเย่าอย่างมีนัยยะ หรือว่า… เขาจะมีปัญหาเรื่องบนเตียง?
จี้หนิงเลยรู้สึกว่าถูกหลอก ถึงได้อาละวาดไม่อยากอยู่กินด้วยแล้ว?
จางเจียเย่าเห็นพวกผู้หญิงมองต่ำลงไปแถวช่วงล่างของเขา สีหน้าก็มืดทะมึนทันที!
จางเจียลี่รีบพูดอย่างร้อนรน เพราะทนฟังคนชมจี้หนิงไม่ได้
“ทั้งหมดนั่นมันแกล้งทำ! จริงๆ นิสัยเธอร้ายจะตาย! เมื่อคืนแม่ฉันแค่เห็นเธอตักน้ำร้อนในครัว ก็เลยพูดลอยๆ ให้ช่วยยกน้ำร้อนไปให้พ่อแม่ฉันแช่เท้า ใครจะรู้ว่าเธอคิดว่าแม่ฉันจะใช้ให้ล้างเท้า พอยกน้ำเข้าไปก็คลั่งทันที สาดใส่ทุกคนแบบไม่ทันตั้งตัว พวกเราเลยโดนลวกกันหมด!”
ยังไงตอนนั้นก็มีแต่คนในบ้าน พวกเธอจะพูดยังไงก็ได้ทั้งนั้น
ชิวเจาตี้รีบเสริม
“ใช่เลย! ตอนนั้นเธอน่ากลัวมาก ตะโกนเหมือนแม่เสือร้ายเลยว่า ‘จะล้างเท้าใช่ไหม? เอาหน้าล้างด้วยดีไหมล่ะ! เดี๋ยวฉันอาบน้ำให้ทั้งตัวเลย!’ ……”
ชิวเจาตี้เติมสีตีไข่เสียเห็นภาพ ราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริงแบบจัดเต็ม
แม่จางรีบตอกย้ำ
“ทุกคนลองคิดดูสิ บ้านไหนแต่งลูกสะใภ้มาแล้วใช้ช่วยงานนิดหน่อยไม่ได้บ้าง? ฉันแค่ให้ช่วยยกน้ำร้อนถังเดียว เธอก็เอาน้ำร้อนสาดคนทั้งบ้าน แถมยังทุบข้าวของพังอีก! ถ้าวันหลังฉันใช้ให้ทำกับข้าว เธอจะไม่แอบใส่ยาเบื่อหนูลงไปเลยหรือไง?!”
จางเจียลี่รีบพยักหน้าแรงๆ
“เมื่อคืนตอนเห็นสายตาเธอ ฉันยังรู้สึกเลยว่าเธออยากฆ่าพวกเราทั้งบ้าน! ไม่รู้คิดว่าเรามีแค้นฝังลึกอะไรกันนักหนา! นอกจากสาดน้ำร้อน เธอยังทุบข้าวของหมดทั้งบ้าน โทรทัศน์กับวิทยุนั่นก็ด้วย…”
ยิ่งพูดไป จางเจียลี่ก็ยิ่งโมโห ใส่อารมณ์จนน้ำลายแทบกระเด็น
“จริงเหรอ? แค่ให้ช่วยยกน้ำร้อนยังไม่ได้เลย? ถึงขั้นสาดน้ำร้อนใส่คนกับทุบบ้านเนี่ยนะ? ทำเกินไปแล้ว! โทรทัศน์กับวิทยุนั่นแพงจะตาย! นี่มันเสียของเปล่าๆ!”
ชิวเจาตี้รีบพูด “เรื่องจริงนะ! พวกเราจะโกหกไปทำไม? จะให้พวกเราลวกตัวเองแล้วทุบบ้านตัวเองเพื่อหลอกคนเล่นหรือไง? ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูบ้านพวกเราได้!”
จางเจียลี่รีบเสริม “ใช่ พวกเธอไปดูที่บ้านเราก็รู้เองนั่นแหละ ของที่ถูกทุบพังยังกองอยู่ที่นั่นเลย!”
“เวรกรรม! กำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ถ้าลูกสะใภ้ที่บ้านฉันแต่งเข้ามากล้าทำแบบนี้ล่ะก็ ฉันจะตบให้ตายคามือเลย!”
“ทำเกินไปแล้ว! ทำเกินไปแล้วจริงๆ นังหนูจี้หนิงทำไมถึงได้ทำเกินกว่าเหตุขนาดนี้นะ”
“อารมณ์ร้ายเกินไป ไม่ควรแต่งกับผู้หญิงแบบนี้เลย!”
……
เห็นว่าบรรยากาศเริ่มคล้อยตาม แม่จางก็ส่งสายตาให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่สนิทกัน อีกฝ่ายจึงรีบช่วยโหมกระแสทันที
“ผู้หญิงแบบนี้ไม่รู้จักแม้แต่ความกตัญญูขั้นพื้นฐาน ต้องถูกเรียกมาสั่งสอนบ้างแล้ว! ไม่อย่างนั้นต่อไปลูกสะใภ้บ้านอื่นเอาอย่างกันหมดจะทำยังไง? วันหน้าผู้ชายที่แต่งเมียเข้ามายังจะกล้าใช้ให้ทำงานอีกเหรอ?”
“ใช่แล้ว สมควรถูกจับตัวมาอบรมสั่งสอนสักหน่อย! จะปล่อยให้เกิดค่านิยมผิดๆ แบบนี้ไม่ได้นะ!”
“ใช่! ต้องจับมาสั่งสอน!”
……
ยุคนี้แรงงานหนึ่งคนมีความสำคัญต่อทั้งครอบครัวมากแค่ไหน?
แค่ถูกใช้ให้ทำงานนิดหน่อยก็อาละวาด แบบนี้ชาวบ้านยอมรับไม่ได้จริงๆ
แต่งลูกสะใภ้เข้ามาแล้วไม่ทำงาน หรือว่าแต่งเข้ามาเพื่อกราบไหว้เป็นบรรพบุรุษไว้บนหิ้ง?
อีกอย่าง คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็แซ่จางเหมือนกัน ไหว้บรรพบุรุษคนเดียวกัน ล้วนเป็นญาติห่างๆ กันทั้งนั้น แน่นอนว่าต้องเข้าข้างคนบ้านจางอยู่แล้ว
จี้หังได้ยินคนบ้านจางใส่ร้ายพี่สาวตัวเองขนาดนี้ ก็โกรธจนเตรียมจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่อง
พ่อจี้ก็โกรธมากเหมือนกัน นี่มันคนเลวชิงฟ้องก่อนชัดๆ! แต่เขาไม่ลืมคำพูดของลูกสาว จึงรีบคว้าตัวลูกชายเอาไว้
“อย่าเข้าไป ลืมที่พี่แกพูดแล้วเหรอ ปล่อยให้พวกเขาพูดไป ยิ่งพูดก็ยิ่งถ่วงเวลาให้พี่แกอีกหน่อย แค่กๆ...”
พูดจบ พ่อจี้ก็ไอหนักอีกครั้ง
เขาเป็นแบบนี้เสมอ ขอแค่เริ่มไอขึ้นมา ก็มักจะหยุดยาก
เสียงไอของพ่อจี้ดึงความสนใจของชาวบ้านทันที มีคนเห็นพวกเขาแล้วรีบตะโกน
“เจียเย่า! พ่อตาแกมาแล้ว!”
ผู้หญิงที่ช่วยปลุกกระแสเมื่อครู่รีบตะโกนตามทันที
“จับพวกเขามาสั่งสอนก่อนเลย!”
คนอื่นๆ รีบผสมโรง
“ใช่! ต้องสั่งสอน!”
……
ชั่วพริบตา ผู้คนทั้งหมดก็พากันล้อมครอบครัวจี้ทั้งสามไว้
แม่จี้หน้าซีดจนแทบไร้สีเลือด รีบหลบไปยืนหลังพ่อจี้
แม่จางมองพวกเขาอย่างได้ใจ
วันนี้ถ้าไม่ทำให้จี้หนิงคุกเข่าขอโทษ เธอก็จะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอีกฝ่ายแทน!
จางเจียลี่กับชิวเจาตี้ต่างตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
ส่วนจางเจียเย่ากลับกำลังมองหาจี้หนิง
พ่อจี้ทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจอะไรเลย ก่อนถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
ตอนนั้นเอง จางซิงเยี่ย ลุงใหญ่บ้านจางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“จี้หนิงล่ะ?”