เรียนคุณชาย โปรดปราบปีศาจ
ตอนที่ 2 — ตอนที่ 2 ยอดเขากระบี่เงิน
สู่ซาน ยอดเขากระบี่เงิน
ฉู่เหลียงลืมตาขึ้น นัยน์ตาทอประกายเจิดจ้า
เขาปรายตามองเวลาด้านนอก ยังถือว่าเช้าตรู่นัก ดวงตะวันสีเพลิงเพิ่งโผล่พ้นเหลี่ยมเขา แสงอรุโณทัยสาดส่องย้อมผืนฟ้าไปกว่าครึ่ง
มาอยู่ที่โลกใบนี้ได้ครึ่งปีแล้ว ข้าคงจะชินกับการตื่นเช้าไปเสียแล้วสิ
ไม่ผิด เขาไม่ใช่คนของโลกใบนี้มาตั้งแต่แรก ทว่าเป็นเพียงเด็กนักเรียนที่เพิ่งสอบเกาเข่า[1]เสร็จหมาดๆ วันก่อนเพิ่งรู้ผลว่าตัวเองสอบได้คะแนนสูงเป็นอันดับสามของมณฑล พอรุ่งขึ้นเพิ่งก้าวออกจากบ้านก็ถูกคนเมาขับรถชนจนลอยละลิ่วขึ้นฟ้า
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในโลกอันพิลึกพิลั่นใบนี้เสียแล้ว
ที่บอกว่าพิลึกพิลั่น นั่นก็เพราะที่นี่มีทั้งปีศาจอาละวาด ภยันตรายก่อตัวดั่งมังกรผงาดงูผยอง[2] พลังของภูตผีเทพเซียนเทียมฟ้า ส่วนชีวิตของปุถุชนคนธรรมดานั้นกลับไร้ค่าราวกับผักหญ้า โชคดีที่ยังมีบรรดาสำนักเซียนต่างๆ ซึ่งมีเก้าสวรรค์สิบปฐพีเป็นผู้นำคอยสะกดข่มเอาไว้ ถึงได้รักษาความสงบสุขของโลกมนุษย์ไว้ได้
ผู้บำเพ็ญเพียรของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ผู้ฝึกยุทธสามารถใช้กายเนื้อผ่าเขาทำลายหิน บัณฑิตสามารถใช้กลิ่นอายแห่งปัญญาต้านทานกองทัพนับหมื่น ปรมาจารย์เต๋าสามารถเรียกพายุเรียกฝน พระเถระชั้นผู้ใหญ่แห่งพุทธศาสนาก็เคยใช้นิ้วเดียวสยบมังกร...
ร่างเดิมของฉู่เหลียง ก็คือเด็กกำพร้าที่ครอบครัวถูกปีศาจสังหารจนหมดสิ้น มีเพียงเขาที่รอดชีวิตมาได้เพราะผู้เป็นอาจารย์ช่วยเหลือไว้ อีกทั้งเห็นว่าเขามีคุณสมบัติในการบำเพ็ญเพียร จึงพาตัวกลับมาที่ยอดเขาด้วย
ดังนั้นร่างเดิมจึงเคียดแค้นพวกภูตผีปีศาจเป็นพิเศษ เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะฝึกฝน 'ญาณเทพทัศนะ' ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด จะได้ลงเขาไปปราบปีศาจ แต่เพราะความใจร้อนจนเกินไปนี่เอง ทำให้จิตเต๋าไม่มั่นคง ซ้ำร้ายตอนที่ทะลวงระดับก็เกิดธาตุไฟแตกซ่านจนดวงจิตแตกดับไป
ได้แต่ทอดถอนใจ ว่าชีวิตคนเราช่างไม่แน่นอนเสียจริง
หลังจากดวงวิญญาณของฉู่เหลียงจุติลงบนโลกใบนี้ ความรู้สึกแรกในใจของเขาคือความหวาดกลัว ในฐานะเด็กหนุ่มที่เติบโตมาในยุคสงบสุข โลกที่มีปีศาจเพ่นพ่านเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกหวาดระแวงเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความทรงจำที่เขาสืบทอดมา ยังมีภาพโศกนาฏกรรมตอนที่พ่อแม่และญาติพี่น้องของร่างเดิมถูกปีศาจฆ่าตาย มันกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง
ทว่า เขาก็คิดตกอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัว ล้วนเกิดจากการมีพลังทำลายล้างไม่เพียงพอ
คนที่อ่อนแอจำต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวไปตลอดทั้งวัน หากต้องการสลัดความหวาดระแวงนี้ทิ้งไปอย่างเด็ดขาด วิธีเดียวก็คือต้องแข็งแกร่งขึ้น และการที่เขามีคุณสมบัติในการบำเพ็ญเพียร ทั้งยังจุติลงมาในสำนักเซียนชั้นแนวหน้าอย่างสำนักสู่ซาน ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีไม่น้อยเลย
ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ หลังจากข้ามภพมา เขายังพบว่าภายในดวงจิตของตนเองมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
นั่นคือการปรากฏขึ้นของหอคอยแห่งนั้น
ทุกครั้งที่เขาทำสมาธิเพ่งจิต ในหัวจะปรากฏหอคอยยักษ์สีขาวขึ้นมาหลังหนึ่ง และหลังจากสังหารปีศาจแล้ว มันยังมอบของวิเศษให้เป็นรางวัล สิ่งนี้ไม่มีอยู่ในความทรงจำของร่างเดิม ดูเหมือนว่ามันจะติดตัวเขามาด้วย หรือบางทีนี่อาจจะเป็นนิ้วทองคำ[3]ในตำนาน?
เริ่มแรกฉู่เหลียงไม่กล้าไปหาปีศาจตัวใหญ่ เขาจึงไปตามหมู่บ้านและตำบลรอบๆ สำนักสู่ซาน เพื่อหาสถานที่อย่างป่าช้าหรือสุสาน แล้วสังหารพวกปีศาจโคมไฟ
สิ่งชั่วร้ายอย่างปีศาจโคมไฟ ก็คือความอาฆาตแค้นของคนตายที่ไปสิงอยู่ในโคมไฟ แล้วกลายสภาพเป็นลูกไฟผี มันจะล่องลอยไปพุ่งชนคนเป็นในยามค่ำคืน เมื่อชนเข้าหนึ่งครั้ง ตัวปีศาจโคมไฟก็จะแตกซ่านสลายไปทันที ส่วนคนที่ถูกชนก็จะล้มป่วยไปสักระยะหนึ่ง เมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว อาจกล่าวได้ว่ามันไร้ซึ่งพลังรบโดยสิ้นเชิง
มันอ่อนแอเสียจนน่ารักน่าเอ็นดู
รางวัลจากการหลอมรวมปีศาจโคมไฟหนึ่งตัว คือ 'โอสถรวบปราณ' หนึ่งเม็ดที่ช่วยเสริมการบำเพ็ญเพียร ถึงแม้มันจะไม่ได้ล้ำค่าอะไร แต่น้ำซึมบ่อทราย หากมีปริมาณมากพอก็ยังทำให้ความเร็วในการฝึกฝนของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาบังเอิญไปเจอปีศาจรูปปั้นหินที่ทั้งร่างใหญ่เทอะทะและมีพลังป้องกันแข็งแกร่งกำลังก่อเหตุทำร้ายคน หลังจากผ่านการต่อสู้อันยาวนาน ในที่สุดฉู่เหลียงก็สามารถสยบมันลงได้สำเร็จ
นั่นเป็นครั้งแรกที่หอคอยขาวมอบของวิเศษให้เป็นรางวัล มันก็คือก้อนอิฐที่ทำให้ปีศาจแมงมุมเผยร่างจริงนั่นเอง
【อิฐวิเศษส่องปีศาจ】:ใช้ก้อนอิฐนี้ฟาดลงที่ศีรษะคน หากคนผู้นั้นเป็นปีศาจจำแลงกายมา ก็จะเผยร่างที่แท้จริงออกมาทันที หากไม่ใช่ปีศาจจำแลงกายมา ก็จะรู้สึกเจ็บปวด และมีโอกาสทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ แยกแยะจริงเท็จได้ในทันที
สำหรับของวิเศษชิ้นนี้ ฉู่เหลียงประเมินว่ามันใช้งานได้จริงเป็นอย่างมาก
โอสถ ของวิเศษ เคล็ดวิชาญาณเทพทัศนะ... สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งในโลกบำเพ็ญเซียน ต่อให้เป็นศิษย์สำนักสู่ซาน ก็ยังต้องทำภารกิจของสำนักให้สำเร็จเสียก่อน ถึงจะนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรและของวิเศษได้
ทว่าฉู่เหลียงเพียงแค่ปราบปีศาจก็สามารถได้รับมาแล้ว และยิ่งระดับความแข็งแกร่งของปีศาจที่เขาสังหารเพิ่มขึ้น ระดับของวิเศษที่ได้รับก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย พลังรบของตัวเขาก็ย่อมจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
ดังนั้นตอนนี้ฉู่เหลียงจึงตกอยู่ในวงจรตรรกะที่ว่า 'เพราะกลัวปีศาจ จึงต้องฆ่าปีศาจ' ซึ่งหากมองจากมุมหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาได้ทำให้ความปรารถนาส่วนหนึ่งของร่างเดิมเป็นจริงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
───
เขาสวมเสื้อผ้า รวบผม และตักน้ำมาล้างหน้าบ้วนปากอย่างเชื่องช้า หลังจากนั้นก็ถือว่าเป็นการตื่นนอนอย่างเป็นทางการเสียที
เมื่อผลักประตูเดินออกจากกระท่อมไม้ ทอดสายตามองออกไปเห็นท้องฟ้าโปร่งเมฆบางตา ตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิในเดือนสี่ สายลมพัดพาเอากลิ่นหอมของมวลหมู่ไม้มาด้วย เขาเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่นกส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วและดอกไม้ส่งกลิ่นหอม อ้อมเนินเขาไปครึ่งซีก จนมาถึงหน้าเรือนหลังหนึ่งบนยอดเขา
เขามาหาอาจารย์ของตนนั่นเอง
ประตูใหญ่ของเรือนเปิดอ้าซ่า ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้าไป ก็เห็นร่างอรชรทรวดทรงองค์เอวน่ามองร่างหนึ่งนอนแผ่หราอยู่อย่างไม่สำรวมอยู่หน้าแท่นบูชา
สตรีผู้นี้ปล่อยผมยาวสยาย เส้นผมบดบังพวงแก้มไปกว่าครึ่ง ซีกหน้าที่โผล่พ้นออกมานั้นขาวเนียนดุจหยก โครงหน้างดงามราวกับถูกแต่งแต้มด้วยพู่กัน ซับสีระเรื่อ ลำคอระหงประณีตราวกับเครื่องเคลือบชั้นดี
นางสวมเสื้อคลุมคอเปิดสีดำสนิท ถึงแม้จะนอนอยู่ก็ยังมองเห็นหน้าอกที่อวบอิ่มราวจันทร์เพ็ญ กระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แผ่นหยกที่เปล่งประกายสีแดงจางๆ แผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงไปในร่องอก ชวนให้รู้สึกสะดุดตายิ่งนัก ช่วงเอวของนางถูกรัดไว้แน่นด้วยริบบิ้นผ้าไหม สะโพกผายออกเล็กน้อย เรียวขายาวทั้งสองข้างพาดทิ้งไว้ด้านนอก เผยให้เห็นผิวขาวเนียนน่าสัมผัส
ข้างมือของนางยังมีน้ำเต้าสุราใบเขื่องห้อยอยู่ เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ยังได้ยินเสียงกรนเบาๆ เรียกได้ว่าไร้ซึ่งกิริยามารยาทโดยสิ้นเชิง
แม้จะหลับสนิท แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของฉู่เหลียง หญิงสาวก็รู้สึกตัวและเบิกตาตื่นขึ้นมาทันที
“ท่านอาจารย์” ฉู่เหลียงเรียกเบาๆ อยู่ที่หน้าประตู
ไม่ผิด หญิงสาวผู้นี้ก็คืออาจารย์ของฉู่เหลียง เจ้าของยอดเขากระบี่เงิน หนึ่งในสามสิบหกยอดเขาแห่งสำนักสู่ซาน... ตี้หนวี่เฟิ่ง
“อ๊ะ ฟ้าสางแล้วหรือนี่” ตี้หนวี่เฟิ่งพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เผยให้เห็นหัวไหล่ครึ่งซีก สภาพดูราวกับสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมอย่างไรอย่างนั้น
นางไม่คิดจะจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่กลับยกมือขึ้นเกาผมเสียก่อน นัยน์ตาสะลึมสะลือมองมาที่ฉู่เหลียง “เจ้ามาทำไม”
ยังคงอยู่ในอาการมึนงง
“เอ่อ...” ฉู่เหลียงช้อนตามองพร้อมกล่าว “เป็นท่านอาจารย์ส่งนกกระเรียนกระดาษสื่อสารมา บอกให้ศิษย์กลับมาแล้วให้มาหาท่านไม่ใช่หรือขอรับ”
“มีเรื่องเช่นนั้นด้วยหรือ” หญิงเมาค้างเกาหัวแกรกๆ ทันใดนั้นก็ร้องอ้อขึ้นมา “ข้านึกออกแล้ว!”
ตอนนี้นางถึงเพิ่งจะดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอยู่สองที แล้วลุกขึ้นยืน ตอนที่นอนอยู่ยังไม่เท่าไหร่ พอคล้อยลุกขึ้นยืน กลับเผยให้เห็นรูปร่างที่สูงโปร่งและส่วนโค้งเว้าอันน่าทึ่ง
“เมื่อวานท่านเจ้าสำนักเรียกบรรดาเจ้ายอดเขาไปหารือกันมิใช่หรือ บอกว่าจะเริ่มเตรียมการงานชุมนุมยอดเขาสู่ซานที่สิบปีจะมีหนหนึ่งแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ ก็คืองานที่ศิษย์ของทุกยอดเขาจะมาเข้าร่วมเพื่อคัดเลือกศิษย์เอกอย่างไรเล่า”
“ศิษย์ทราบขอรับ”
“ผลก็คือข้าดันไปทะเลาะกับตาเฒ่าหวังเสวียนหลิงนั่นน่ะสิ ข้าทนดูท่าทางอวดดีของตาแก่นั่นไม่ได้ เอาแต่ป่าวประกาศว่าตำแหน่งศิษย์เอกจะต้องตกเป็นของยอดเขากระบี่หยกของมันอย่างแน่นอน... ถุย!” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ตี้หนวี่เฟิ่งก็ยังโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอยู่สองที “แน่นอนว่าข้าต้องเถียงกลับไป ทะเลาะกันไปสองสามประโยค ก็เลยท้าพนันกันเสียนี่”
“หากศิษย์ของยอดเขากระบี่หยกชิงตำแหน่งศิษย์เอกไปได้ ข้าก็จะมอบหยกโลหิตวิญญาณหงสาให้เขา แต่หากศิษย์ยอดเขากระบี่เงินของเราสามารถคว้าตำแหน่งศิษย์เอกมาได้ เขาก็ต้องสละตำแหน่งผู้นำบรรดายอดเขาให้ข้า”
ขณะที่พูด ตี้หนวี่เฟิ่งก็เหลือบมองฉู่เหลียง “ที่ข้าเรียกเจ้ามาก็แค่อยากจะถาม ว่าเจ้าคิดว่ายอดเขากระบี่เงินของเรา ควรจะส่งใครไปเข้าร่วมงานชุมนุมยอดเขาสู่ซานดี”
“...” ฉู่เหลียงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ท่านอาจารย์ ยอดเขากระบี่เงินของเรา... ไม่ได้มีศิษย์แค่คนเดียวหรอกหรือขอรับ...”
“ดี!” ตี้หนวี่เฟิ่งตบมือฉาด “ที่เจ้าสามารถเสนอตัวรับหน้าที่นี้ด้วยตัวเองได้ อาจารย์รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง!”
───
หมายเหตุ
[1] เกาเข่า (高考) การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของประเทศจีน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความยากและการแข่งขันที่สูงมาก
[2] มังกรผงาดงูผยอง (龙蛇起陆) สำนวนจีน หมายถึงยุคสมัยที่เกิดความโกลาหลวุ่นวาย หรือมีผู้กล้าและคนพาลปรากฏตัวขึ้นมากมาย
[3] นิ้วทองคำ (金手指) คำแสลงในนิยายออนไลน์ของจีน หมายถึง ตัวช่วยพิเศษ พรสวรรค์ หรือไอเทมโกงที่ตัวเอกได้รับหลังจากทะลุมิติหรือเกิดใหม่
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-4268acca/2
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย