เรียนคุณชาย โปรดปราบปีศาจ
ตอนที่ 36 — ตอนที่ 0036 เจียงเยวี่ยไป๋
“ข้าชื่อฉู่เหลียง เป็นศิษย์ยอดเขากระบี่เงิน...”
ฉู่เหลียงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจแนะนำตัวก่อน
“ข้าชื่อเจียง... เจียงเยวี่ยไป๋” หญิงสาวตอบกลับ พลางถลึงตาใส่ลูกไป๋เจ๋อด้วยความโมโห “ข้าแค่มาพักที่นี่เป็นครั้งคราว เดิมทีมันตกลงว่าจะช่วยเฝ้าทางให้ข้า ใครจะไปรู้ว่าวันนี้มันจะพาเจ้าเข้ามาได้ยังไง... แถมยังเป็นตอนที่ข้ากำลังกินข้าวอยู่พอดี...”
แล้วก็เลยถูกเห็นสภาพตอนกำลังซู้ดเส้นหมี่อย่างเอาเป็นเอาตายเข้าจนได้
ฉู่เหลียงมองเทพธิดาเจียงตรงหน้าที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อแซ่ที่แท้จริง แล้วก็รู้สึกขำขันขึ้นมาเล็กน้อย
อย่างน้อยท่านก็ควรตั้งชื่อปลอมให้มันใกล้เคียงความจริงน้อยกว่านี้หน่อยเถอะ
ลูกไป๋เจ๋อดูเหมือนจะรู้ตัวว่าทำผิด มันมองซ้ายมองขวา ก่อนจะยกกีบเท้าขึ้นแล้วหันหลังวิ่งเตลิดกลับไปทางเดิมทันที
ชิ่งหนีไปซะแล้ว
“เอ๊ะ?” ฉู่เหลียงยกมือขึ้นร้องเรียก
เจ้าหนีไปได้ไวดีนี่ แต่ช่วยพาข้าออกไปด้วยสิ...
“ในเมื่อสัตว์เทพไป๋เจ๋อยอมรับเจ้า ข้าก็เชื่อว่าเจ้าคงเป็นคนมีจิตใจดีมีเมตตา หวังว่าเรื่องที่เจ้าเห็นข้าในวันนี้ เจ้าจะไม่เอาไปบอกใครได้หรือไม่?” เจียงเยวี่ยไป๋เอ่ยขอร้อง
“ย่อมได้ขอรับ” ฉู่เหลียงรีบรับคำทันที
ขืนออกไปพูดว่ามาที่นี่แล้วจะได้บังเอิญเจอเทพธิดาเจียง เกรงว่าพวกผู้ที่หลงใหลคลั่งไคล้นางคงแห่กันมาจนล้นถ้ำม่านน้ำตกแน่ๆ
เจียงเยวี่ยไป๋เห็นเขามีใบหน้าเป็นมิตร แถมยังดูสุภาพเรียบร้อย จึงรู้สึกประทับใจไม่เลว นางคลี่ยิ้มบางๆ “เช่นนั้นก็ขอบใจเจ้ามาก”
ฉู่เหลียงกำลังคิดจะกล่าวตามมารยาทสักหน่อยแล้วค่อยขอตัวลากลับ ทว่าจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังตูมมาจากข้างนอก
ตู้ม—
“หืม?” เจียงเยวี่ยไป๋ตวัดสายตามอง แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบในพริบตา “เจ้าหลบไปก่อน ระวังตัวด้วย”
สิ้นเสียง ร่างของนางก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ ชายเสื้อพลิ้วไหว ทั่วทั้งร่างราวกับกระบี่คมกริบที่หลุดจากฝัก แผ่กลิ่นอายดุดันจนมิอาจต้านทานได้
พลังปราณที่ปะทุขึ้นในชั่วพริบตานั้น ใกล้เคียงกับผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุด แม้จะไม่อาจคาดเดาระดับบำเพ็ญเพียรที่แน่ชัดได้ แต่ฉู่เหลียงประเมินว่า หากเป็นทูตคุมวิญญาณที่เคยทำให้เขาต้องลำบากก่อนหน้านี้ นางคงสามารถสังหารได้ภายในสามกระบวนท่าเท่านั้น!
ฉู่เหลียงมองแผ่นหลังของนาง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้... ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
ครืนนน—
จากนั้นเสียงคำรามกึกก้องก็มาถึงปากถ้ำ พร้อมกับแรงระเบิดที่ทำให้เศษหินปลิวว่อน ท่ามกลางฝุ่นควัน ร่างสีเงินของลูกไป๋เจ๋อกระเด็นถอยหลังลอยละลิ่วเข้ามา ก่อนจะร่วงกระแทกพื้น
ปัง!
“โฮก!” มันพลิกตัวกระโดดขึ้นมาด้วยความเกรี้ยวกราด ทั่วร่างของสัตว์เทพที่กำลังโกรธเกรี้ยวเปล่งประกายแสงหลากสี เสียงร้องของมันกลายเป็นเสียงคำรามต่ำลึก แตกต่างจากเสียงร้องออดอ้อนเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
คราวนี้สีหน้าของฉู่เหลียงจึงเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา
ลูกสัตว์เทพไป๋เจ๋อมีพละกำลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตที่ห้าเป็นอย่างน้อย แม้ในด้านญาณเทพทัศนะและของวิเศษอาจจะเทียบกับผู้ฝึกตนไม่ได้ ทว่าในด้านความเร็วและพละกำลังนั้นย่อมแข็งแกร่งกว่าอย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสายเลือดอันทรงพลังและญาณเทพทัศนะพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดเลย
พูดง่ายๆ ก็คือ สัตว์อสูรทั่วไปในระดับเดียวกันมักจะอ่อนแอกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกัน แต่สัตว์เทพในระดับเดียวกันมักจะแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกัน
นั่นเป็นเพียงการกล่าวโดยรวมเท่านั้น สถานการณ์จริงนั้นซับซ้อนกว่ามาก แม้กระทั่งโชคก็ยังเป็นปัจจัยชี้วัดที่สำคัญได้
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนขอบเขตที่สามอย่างฉู่เหลียง พละกำลังของลูกไป๋เจ๋อย่อมแข็งแกร่งกว่าชนิดบดขยี้ได้อย่างไร้ข้อกังขา
ทว่าตอนนี้ สัตว์เทพขอบเขตที่ห้าตัวนี้ กลับถูกอัดจนลงไปกลิ้งคลุกฝุ่นอยู่กับพื้น
ตู้มมม ปัง—
ถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง
ในที่สุด หัวสีดำขนาดมหึมาก็มุดเข้ามาจากปากถ้ำ มันคือหัวของกิ้งก่าขนาดยักษ์ที่มีเขาสีเนื้อหน้าตาอัปลักษณ์งอกอยู่!
สัตว์ยักษ์ตัวนี้มีขนาดใหญ่โตเกินไป เมื่อมันเข้ามาในถ้ำม่านน้ำตก มันก็พุ่งชนสะเปะสะปะ ฝืนเบิกทางตรงปากถ้ำให้กว้างขึ้นอีกเกือบครึ่ง จึงพอจะมุดเข้ามาได้จนสุด
ตอนนี้เมื่อมันเข้ามาในถ้ำที่กว้างขวางขึ้น มันก็เริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
โดยเฉพาะเมื่อเห็นเจียงเยวี่ยไป๋ที่ลอยอยู่กลางอากาศเบื้องหน้า ดวงตาทั้งสองข้างของกิ้งก่ายักษ์ก็ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองแดง รูม่านตาขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความตะกละตะกลามและบ้าคลั่ง!
“โฮก—” กิ้งก่ายักษ์คำรามลั่น สิ่งที่แผ่กระจายออกมาพร้อมกับคลื่นเสียงก็คือเปลวเพลิงสีดำที่พ่นพวยออกจากปากของมัน
เปลวเพลิงสีดำที่พวยพุ่งแผ่ซ่านไปทั่วทั้งถ้ำ ราวกับเกลียวคลื่นที่ม้วนตัวเข้าถาโถมใส่เจียงเยวี่ยไป๋
ลูกไป๋เจ๋อฮึดสู้ ร่างของมันกลายเป็นลำแสงสีขาว พุ่งเข้าชนกิ้งก่ายักษ์ ทว่าเกล็ดของกิ้งก่ายักษ์นั้นหนาและแข็งแกร่งยิ่งนัก การพุ่งชนราวกับสายฟ้าแลบของมันกลับแลกมาได้เพียงเสียงดังตึงทึบๆ เท่านั้น!
เจียงเยวี่ยไป๋ตวาดเบาๆ สองมือประสานมุทรา แสงสว่างจ้าปะทุขึ้นรอบกาย ประกายกระบี่นับไม่ถ้วนพวยพุ่งขึ้นมา ก่อตัวเป็นกำแพงที่คล้ายกับฐานบัว ป้องกันเปลวเพลิงสีดำรอบด้านเอาไว้จนหมดสิ้น เสียงปราณกระบี่ปะทะกันดังกังวานไม่ขาดสาย
ฉู่เหลียงยืนดูอยู่ตรงมุมหนึ่ง กิ้งก่ายักษ์ตัวนั้นดูเหมือนจะไม่เห็นเขาเลย และไม่ได้มองว่าเขาเป็นเป้าหมายในการโจมตีด้วย
จากสถานการณ์ในตอนนี้ กิ้งก่ายักษ์ตัวนี้น่าจะเป็นสัตว์อสูรโตเต็มวัยที่ใกล้จะถึงขอบเขตที่หกแล้ว ในขณะที่ลูกสัตว์เทพขอบเขตที่ห้าเมื่ออยู่ต่อหน้ามันยังดูอ่อนด้อยเกินไป
ส่วนเจียงเยวี่ยไป๋ที่อยู่ช่วงปลายขอบเขตที่สี่ แม้จะยังไม่ได้แสดงพลังบำเพ็ญเพียรทั้งหมดออกมา แต่คิดว่าคงไม่เพียงพอที่จะรับมือกับกิ้งก่ายักษ์ตัวนี้ได้
หากจะรวมชายหนุ่มหน้าตาดีขอบเขตที่สามระดับกลางอย่างเขาเข้าไปอีกคน... เอ้อ ก็คงไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่
สถานการณ์วิกฤตอย่างมาก
ฉู่เหลียงมองซ้ายมองขวา เพื่อหาโอกาสหลบหนี
เหตุการณ์สัตว์อสูรลอบทำร้ายคนบนภูเขาสู่ซานเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ขอเพียงมีผู้อาวุโสในสำนักมาพบเข้า ย่อมสามารถจัดการกับกิ้งก่ายักษ์ตัวนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าถ้ำแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ตอนนี้กลับถูกกิ้งก่ายักษ์ปิดตายไว้ การที่เขาจะออกไปแจ้งข่าวจึงเป็นเรื่องยากยิ่ง
“โฮก!”
เปลวเพลิงสีดำลุกโชนทำให้อุณหภูมิภายในถ้ำพุ่งสูงปรี๊ด เสียงเศษหินแตกปะทุดังเปรี๊ยะปร๊ะ กิ้งก่ายักษ์คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวอีกครั้ง ร่างทั้งร่างของมันพุ่งพรวดออกมา การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ!
รูปร่างที่ดูเทอะทะเป็นเพียงสิ่งที่หลอกตาศัตรูเท่านั้น
ฟุ่บ—
กิ้งก่ายักษ์กระโจนขึ้นกลางอากาศ อ้าปากกว้าง ท่าทางของมันดูร้อนรนราวกับอยากจะกลืนกินเจียงเยวี่ยไป๋เข้าไปในคำเดียว!
ทว่าหญิงสาวที่ลอยอยู่กลางอากาศกลับไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย นางเปลี่ยนการประสานมุทรา ประกายกระบี่นับไม่ถ้วนรอบกายหลอมรวมเป็นหนึ่งในพริบตา กลายเป็นแสงกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า ปลายนิ้วของนางตวัดขึ้น แสงกระบี่ก็พุ่งหายเข้าไปในปากของกิ้งก่ายักษ์ทันที
ฉึก—
พอกิ้งก่ายักษ์กลืนแสงกระบี่เข้าไป และกำลังจะกลืนร่างของเจียงเยวี่ยไป๋ตามเข้าไปด้วย ร่างของนางก็วูบไหว ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศห่างออกไปสิบจั้งด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ถอยร่นในชั่วพริบตา
ฉู่เหลียงที่อยู่ด้านข้างจำได้ในทันที
วิชาเซียน วิชาย่นระยะทาง!
สิ่งที่อยู่จุดสูงสุดในหมู่ญาณเทพทัศนะก็คือวิชาเซียนต่างๆ ที่เล่าขานกันว่าสืบทอดมาจากแดนเซียน มักจะฝึกฝนให้เชี่ยวชาญได้ยากยิ่ง แต่ก็มีอานุภาพร้ายกาจอย่างยิ่งเช่นกัน
สำหรับสำนักเซียนแล้ว ยิ่งครอบครองวิชาเซียนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งมากเท่านั้น
และวิชาย่นระยะทาง ก็คือหนึ่งในวิชาเซียนที่สำนักสู่ซานมีอยู่
แต่สำนักที่มีวิชาเซียนนั้นมีไม่มาก คนที่สามารถฝึกวิชาเซียนสำเร็จได้ตั้งแต่ขอบเขตแก่นทองคำ ยิ่งมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย พูดได้คำเดียวว่า หญิงสาวตรงหน้านี้ไม่เพียงแต่จะมีรูปโฉมงดงามล่มเมือง แต่ยังเป็นอัจฉริยะด้านการฝึกบำเพ็ญเพียรที่เก่งกาจหาตัวจับยากอย่างแท้จริง!
แม้ระดับบำเพ็ญเพียรของนางจะยังต่ำ ทำให้ไม่สามารถใช้วิชาญาณเทพทัศนะนี้เป็นวงกว้างได้ แต่เพียงแค่การเคลื่อนย้ายระยะสั้นๆ ครั้งเดียว ก็เพียงพอที่จะช่วยให้นางเอาชีวิตรอดมาได้อย่างง่ายดาย นี่แหละคือเสน่ห์ของวิชาเซียน
ปัง—
กิ้งก่ายักษ์ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง การกระโจนครั้งนี้คว้าน้ำโดยสมบูรณ์ เห็นได้ชัดว่ามันเองก็โกรธจัดเช่นกัน เปลวเพลิงในดวงตาของมันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น
ส่วนลูกไป๋เจ๋อในตอนนี้ก็ยังไม่ยอมแพ้ ร่างของมันกลายเป็นลำแสงสีขาว พุ่งเข้าขวิดด้วยเขาอีกครั้ง
ตึง!
เกล็ดของกิ้งก่ายักษ์ตัวนี้แข็งแกร่งเกินไป ความจริงแล้วมันชนะทางรูปแบบการโจมตีของลูกไป๋เจ๋อเข้าพอดี
แต่มันยังเด็กเกินไป ญาณเทพทัศนะพรสวรรค์ที่ใช้เป็นยังมีไม่มากนัก จึงทำอะไรไม่ได้เลย เห็นเพียงมันพุ่งชนใส่ร่างของกิ้งก่ายักษ์ กิ้งก่ายักษ์เพียงแค่สั่นสะท้านเล็กน้อย จากนั้นก็ตวัดหางขนาดใหญ่ ฟาดลูกไป๋เจ๋อกระเด็นออกไปอีกครั้ง
แล้วมันก็ตวัดสายตาจ้องมองไปที่เจียงเยวี่ยไป๋
ส่วนหญิงสาวที่เอาหลังพิงกำแพงหินในตอนนี้ แววตาของนางเย็นเยียบ นางตวัดนิ้วประสานมุทราขึ้นเบาๆ ปากก็เอ่ยพึมพำ “เคล็ดกระบี่สวรรค์”
ฟิ้ว—
จู่ๆ ก็มีกลุ่มแสงสีขาวสว่างจ้าเปล่งประกายออกมาจากปากของกิ้งก่ายักษ์ สีหน้าของมันก็ดูเจ็บปวดขึ้นมาในพริบตา แสงสีขาวนั้นกลายเป็นลำแสงหลากสีเมื่อมันอ้าปากกว้างขึ้น...
ที่แท้ก็เป็นกระบี่บินที่มันเพิ่งกลืนเข้าไปเมื่อครู่ บัดนี้มันได้กลายเป็นแสงกระบี่ขนาดมหึมา ฟันทะลวงออกมาอีกครั้ง!
ทรงพลังและยิ่งใหญ่!
เคล็ดกระบี่สวรรค์!
นี่ก็เป็นหนึ่งในเคล็ดกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักสู่ซานเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดญาณเทพทัศนะที่มีระดับเป็นรองเพียงวิชาเซียนเท่านั้น แต่เจียงเยวี่ยไป๋กลับหยิบมาใช้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรง
หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ นางก็คงไม่มีทางใช้ระดับบำเพ็ญเพียรขอบเขตที่สี่ ต่อกรกับสัตว์อสูรขอบเขตที่ห้าขั้นสูงสุดได้หรอก
ฉู่เหลียงมองนางใช้วิชาญาณเทพทัศนะระดับสูงออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะประหลาดใจในความแข็งแกร่งของนางแล้ว ก็ยังอดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้
นางมีญาณเทพทัศนะตั้งมากมาย ทำไมข้าถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย?
เอ๊ะ?
ทำไมข้าถึงใช้คำว่าอีกล่ะ?
ครืนนน ฉูดดด—
อานุภาพของเคล็ดกระบี่สวรรค์นั้นไร้เทียมทาน กระบี่เล่มนี้ทะลวงออกจากท้องของกิ้งก่ายักษ์ นำพาเอาเลือดสีดำสนิทสาดกระเซ็นออกมาเป็นวงกว้าง ราวกับลาวาหลอมละลาย หยดลงตรงไหนก็เกิดเสียงฉ่าของการเผาไหม้
“โฮก!” กิ้งก่ายักษ์ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดไปหนึ่งตลบ ทว่ากระบี่ที่ทะลวงจากข้างในออกมานี้กลับยังไม่สามารถสังหารมันได้ ซ้ำยังไปกระตุ้นความดุร้ายของมันให้ปะทุขึ้นมาอีก!
เปลวเลือดสาดกระเซ็น มันไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ยังคงพุ่งเข้าชนเจียงเยวี่ยไป๋อย่างบ้าคลั่ง...
ตู้ม!
กิ้งก่ายักษ์พุ่งหัวชนเข้ากับกำแพงหินอย่างจัง
ร่างของเจียงเยวี่ยไป๋พริบตาเดียวก็ไปปรากฏขึ้นที่ห่างออกไปกว่าสิบจั้งอีกครั้ง ทว่าตอนที่ทิ้งตัวลงพื้นในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าฝีเท้าของนางซวนเซไปเล็กน้อย
วิชาเซียนผลาญพลังปราณแท้ไปอย่างมหาศาล การที่นางสามารถใช้ติดต่อกันได้ถึงสองครั้งก็นับว่าเก่งกาจแล้ว แต่วิธีนี้ย่อมไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก
ทว่ากิ้งก่ายักษ์นั้นมีขนาดตัวใหญ่โต แถมยังเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว หากไม่ใช้วิชาเซียนแล้วจะหลบหลีกได้อย่างไร?
แต่ว่า...
ฉู่เหลียงที่คอยสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างมาตลอดพบว่า การที่กิ้งก่ายักษ์พุ่งชนอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ ทำให้ปากถ้ำเปิดโล่งแล้ว
เขารีบตะโกนขึ้นมาทันที “ศิษย์พี่เจียง หนีออกทางปากถ้ำเร็ว!”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวทะยานไปทางนั้นเช่นกัน
ปากถ้ำเปิดโล่งแล้ว มีหรือที่เจียงเยวี่ยไป๋จะไม่เห็น? ทว่าตอนนี้นางถูกกิ้งก่ายักษ์พัวพันอยู่ จะปลีกตัวหนีไปได้อย่างไร?
นางทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ พลางร้องตอบกลับมา “เจ้าหนีไปก่อน!”
เพียงชั่วประโยคเดียว กิ้งก่ายักษ์ก็หันกลับมา พุ่งเข้าใส่นางอีกครั้ง สัตว์อสูรระดับนี้เมื่อระเบิดพลังออกมา ย่อมทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน คนที่ขวัญอ่อนหน่อยอาจจะไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะวิ่งหนี ดีไม่ดีอาจจะตกใจจนตับดีแตกตายอยู่ตรงนั้นเลยก็ได้
การโจมตีด้วยเคล็ดกระบี่สวรรค์เมื่อครู่สร้างบาดแผลฉกรรจ์เจียนตายให้มันแล้ว ไม่รู้ทำไมตอนนี้มันถึงยิ่งคลุ้มคลั่ง ราวกับว่าการได้กินเจียงเยวี่ยไป๋จะช่วยชีวิตมันเอาไว้ได้อย่างนั้นแหละ
แต่เจียงเยวี่ยไป๋ก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าตอนนี้นางดูเหมือนจะไม่สามารถใช้วิชาย่นระยะทางติดต่อกันเป็นครั้งที่สามได้แล้ว นางจึงตวัดนิ้วขวาขึ้น กระบี่ยาวเปลี่ยนเป็นภาพเงากระบี่นับพันในพริบตา ก่อตัวเป็นโล่รูปร่างคล้ายดอกไม้ ขวางทางกิ้งก่ายักษ์เอาไว้
เพล้ง! แต่ภาพเงากระบี่นับไม่ถ้วนเหล่านั้นกลับแตกสลายทันทีที่ถูกกระแทก แรงพุ่งชนของกิ้งก่ายักษ์ไม่อาจหยุดยั้งได้เลย!
“ไอ้สัตว์เดรัจฉาน!” ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง เสียงตวาดก้องของฉู่เหลียงก็ดังมาจากด้านข้าง
เขาไม่ได้ทอดทิ้งเจียงเยวี่ยไป๋แล้วหนีเอาตัวรอดไปก่อนคนเดียว แต่กลับตวัดมือโยนลูกทองแดงสามลูกออกไป
นั่นก็คืออสนีบาตทมิฬเสวียนซาที่ริบมาจากทูตคุมวิญญาณคนนั้นก่อนหน้านี้นั่นเอง
เมื่อมาคิดดูตอนนี้ สิ่งของติดตัวเขาที่พอจะสร้างความเสียหายให้กับสัตว์อสูรขอบเขตที่ห้าขั้นสูงสุดได้ ก็น่าจะมีเพียงแค่อสนีบาตทมิฬเสวียนซานี้เท่านั้น
ทูตคุมวิญญาณเป็นถึงผู้ฝึกตนขอบเขตที่สี่ ของวิเศษคุ้มภัยที่เขาเก็บไว้ย่อมมีอานุภาพมากพอที่จะส่งผลต่อขอบเขตที่ห้าได้ ทว่ากิ้งก่ายักษ์ตัวนี้มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งเกินไป ยากจะบอกได้ว่ามันจะส่งผลได้มากน้อยเพียงใด ฉู่เหลียงจึงตัดสินใจปาออกไปทั้งสามลูกรวดเลย
ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ เขาได้เข้าใจหลักการข้อหนึ่งอย่างลึกซึ้งแล้ว... หากอยากจะเล่นสายใช้ไอเทม ก็ต้องห้ามเสียดายเงิน
ถ้าไม่รู้ว่าควรจะปาไปกี่ลูกดี เช่นนั้นก็ปามันไปให้หมด รับรองว่าไม่มีทางพลาดแน่นอน
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
ความสนใจทั้งหมดของกิ้งก่ายักษ์พุ่งเป้าไปที่เจียงเยวี่ยไป๋ อสนีบาตทมิฬเสวียนซาที่เขาขว้างออกไปจึงตกกระทบลงกลางหัวของกิ้งก่ายักษ์อย่างจัง จากนั้นลำแสงสีดำสามสายก็ระเบิดขึ้นบนหัวของมันพร้อมกัน
เสียงระเบิดดังกึกก้องมาพร้อมกับเสียงโหยหวนราวกับภูตผีจากขุมนรก ร่างของกิ้งก่ายักษ์สะบัดขึ้นด้านบนอย่างแรง มันชะงักค้างอยู่กลางอากาศและแน่นิ่งไปเนิ่นนาน
เมื่อแสงสีดำจางหายไปจนหมด กิ้งก่ายักษ์กลับยังคงรักษาท่าทางนั้นเอาไว้ เปลวเพลิงสีแดงก่ำในรูม่านตาขนาดใหญ่ของมันดับมอดลง เหลือเพียงความโกรธแค้นและความหวาดกลัวที่ไร้จุดสิ้นสุด
ฉู่เหลียงชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเห็นเงาสีทองสายหนึ่งลอยออกจากร่างของกิ้งก่ายักษ์ เข้ามาในร่างกายของเขา
ให้ตายเถอะ ของสิ่งนี้มีอานุภาพร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ถึงกับระเบิดกิ้งก่ายักษ์จนตายคาที่ไปเลยเนี่ยนะ?
เดิมทีเขาเพียงแค่คิดจะถ่วงเวลาไว้สักหน่อย เพื่อสร้างโอกาสให้เจียงเยวี่ยไป๋ได้หนีไปเท่านั้น
คิดไม่ถึงเลย
ว่าจะมีผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึงแบบนี้ด้วย?
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-4268acca/36
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย