เรียนคุณชาย โปรดปราบปีศาจ
ตอนที่ 58 — ตอนที่ 58 เคล็ดกระบี่วิถียันต์
“?”
ฉู่เหลียงมองเหวินอวี้หลง สีหน้าเคร่งเครียด
เหวินอวี้หลงมองฉู่เหลียง เหงื่อตกเม็ดโต
บรรยากาศชะงักงันไปชั่วครู่ เหวินอวี้หลงถึงค่อยพูดอ้อมแอ้มว่า “ศิษย์พี่ ข้ารับรองว่าข้าหลอมมันขึ้นมาเพื่อดึงอานุภาพของของวิเศษออกมาให้ได้มากที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จากการหลอมของข้าย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าผู้อื่นอย่างแน่นอน! ดังนั้นในระหว่างขั้นตอนจึงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงไม่ได้... หากท่านต้องการความปลอดภัย จะเปลี่ยนคนก็ได้นะขอรับ...”
“เจ็ดสิบเหรียญกระบี่ ข้าจะให้เจ้าหลอมงานนี้” ฉู่เหลียงกล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
รูปแบบการรับจ้างหลอมอาวุธเช่นนี้ นอกเหนือจากช่วยอำนวยความสะดวกให้กับศิษย์ที่ต้องการหลอมอาวุธแล้ว ในความเป็นจริงยังมีจุดประสงค์สำคัญในการเปิดโอกาสให้เหล่าศิษย์ที่มีพรสวรรค์ด้านการหลอมอาวุธได้ฝึกฝนฝีมือ
อย่างเหวินอวี้หลงที่อายุน้อยแถมยังมีประวัติความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับยังได้รับอนุญาตให้ออกมารับงาน... หากเจ้าสำนักสู่ซานไม่ใช่ปู่ของเขา เช่นนั้นก็คงเป็นเพราะผู้อาวุโสแห่งหอถ่ายทอดกระบี่โปรดปรานศิษย์ผู้นี้มาก
เชื่อว่าเขาคงมีดีอยู่บ้าง
แม้ใบไม้เขียวคู่กายชิ้นนี้จะค่อนข้างล้ำค่า แต่สำหรับฉู่เหลียงแล้วมันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก เขาจึงไม่ถือสาที่จะนำมันมาลองเสี่ยงดู
ทว่า ต้องลดราคาลงหน่อย
เขารู้ว่าในค่าตอบแทนการหลอมอาวุธนี้ มีส่วนหนึ่งที่ต้องถูกหักเข้าหอถ่ายทอดกระบี่ ซึ่งส่วนนี้ศิษย์ไม่อาจตัดสินใจได้ แต่ยังมีอีกส่วนที่เป็นค่าเหนื่อยของศิษย์ ซึ่งส่วนนี้นี่แหละที่สามารถบีบคั้นได้
ต้องกดราคาสักหน่อยแล้ว
หากสำเร็จก็จ่ายเพียงเจ็ดสิบเหรียญกระบี่ หากล้มเหลวก็ยังได้เงินคืน เช่นนั้นความเสี่ยงนี้ก็พอจะรับไหว
เหวินอวี้หลงไม่ได้ปิดบังสีหน้าของตน ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในทันที “ศิษย์พี่ฉู่ ค่าตอบแทนส่วนตัวที่ข้าได้ก็แค่สามสิบเหรียญเองนะขอรับ...”
มีดของฉู่เหลียงเล่มนี้เรียกได้ว่าฟันฉับลงบนเส้นเลือดใหญ่อย่างแม่นยำ
ฉู่เหลียงไม่พูดอะไร เพียงแค่มองเขาเงียบๆ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เหวินอวี้หลงก็พยักหน้า “ก็ได้ๆ ข้ารับงานนี้ ท่านวางใจได้ ข้าต้องทุ่มเทสุดกำลังแน่นอน”
ดูออกเลยว่าเขาคงไม่ได้รับงานมาพักใหญ่แล้ว จึงยังคงโหยหาโอกาสในการหลอมอาวุธอยู่มาก
ฉู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ “เช่นนั้นก็ฝากฝังศิษย์น้องเหวินแล้ว”
หลังจากทิ้งใบไม้เขียวคู่กายไว้และจ่ายเหรียญกระบี่ เขาก็ลุกขึ้นจากไป
แม้จะถูกหักคอไปเล็กน้อย ทว่าราคานี้ก็แทบจะสูบเงินเก็บของเขาไปจนหมดเกลี้ยง โอสถรวมปราณของตุ๊กตาหัวโตก็ถูกผลาญไปจนเกือบหมด ความกดดันเรื่องการหาเงินก็ถาโถมเข้ามาในทันที
“เฮ้อ...”
เมื่อเดินออกจากหอถ่ายทอดกระบี่ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวอีกครั้ง
ยอดวีรบุรุษผู้กวัดแกว่งทวนพลิกฟ้าคว่ำสมุทร ก็ยังหนีไม่พ้นคำว่า หิว เหน็บหนาว และยากจน มีเงินเป็นยอดชาย ไร้เงินก็กลายเป็นชายไร้ค่า
เมื่อไหร่จะบรรลุอิสรภาพทางเหรียญกระบี่ได้เสียทีนะ?
เมื่อกลับมาถึงยอดเขากระบี่เงิน ก็เห็นนกกระเรียนกระดาษตัวน้อยอยู่บนโต๊ะ เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นจดหมายตอบกลับจากเจียงเยวี่ยไป๋ ซึ่งยังคงมีเพียงไม่กี่คำง่ายๆ
“วันนี้ยามเฉิน* ที่เก่า”
……
“ศิษย์พี่เจียง ไม่ได้พบกันหลายวัน คิดถึงยิ่งนัก”
ภายในถ้ำม่านน้ำตกบนยอดเขาเป่าถ่า ฉู่เหลียงได้พบกับเจียงเยวี่ยไป๋อีกครั้ง
นางสวมชุดกระโปรงยาวแขนกว้างสีเรียบ เกล้าผมขึ้นสูง ปอยผมดำขลับดุจเมฆหมอก คิ้วและดวงตายังคงงดงามจนทำให้ผู้คนตกตะลึงได้ทุกครั้งที่พบเห็น
เมื่อเทียบกับการพบกันสองครั้งก่อนหน้านี้ นางถือว่าผ่อนคลายต่อหน้าฉู่เหลียงมากขึ้น นางแค่นเสียงเบาๆ ก่อนกล่าว “หึ ข้าดูออกแค่ว่าเจ้าอยากเรียนญาณเทพทัศนะจริงๆ”
“นั่นก็เพื่อจะได้ก้าวตามรอยเท้าของบรรดาศิษย์พี่ให้ทันไม่ใช่หรือขอรับ” ฉู่เหลียงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เอาล่ะ” เจียงเยวี่ยไป๋ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นเล็กน้อย “วันนี้ข้าเตรียมจะสอนวิชาที่ค่อนข้างยากให้เจ้า เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
“ขอรับ” ฉู่เหลียงพยักหน้า
อันที่จริง หลังจากสอนเคล็ดกระบี่ร้อยเล่มให้ฉู่เหลียงไปเมื่อคราวก่อน เทพธิดาเจียงก็เกิดความสงสัยในตัวเองขึ้นมาพักหนึ่ง
พรสวรรค์อันสูงส่งของฉู่เหลียง ย่อมเป็นเรื่องดีในใจนาง อย่างไรเสียนางก็เป็นคนค้นพบผู้มีพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นให้กับสำนักสู่ซาน ทว่าพรสวรรค์ของเขานั้นสูงเกินไป จนทำให้นางแอบหวั่นใจอยู่บ้าง
เมื่อก่อนนางมักคิดมาตลอดว่าตนเองมีพรสวรรค์ระดับสูงสุด แม้จะไม่ถึงกับหยิ่งผยอง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะทะนงตัวและคิดว่าตนไม่ด้อยไปกว่ายอดอัจฉริยะคนใดในรุ่นเดียวกัน
แต่หลังจากได้เห็นฉู่เหลียงเรียนรู้เคล็ดกระบี่ร้อยเล่มได้สำเร็จภายในสองครั้ง นางก็เกิดความเคลือบแคลงขึ้นมากะทันหัน เมื่อเทียบกับตัวเองที่ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวัน ช่างดูธรรมดาสามัญเกินไปแล้ว...
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว ความมั่นใจถือเป็นเรื่องที่สำคัญ หากมองในแง่ร้ายก็อาจส่งผลกระทบต่อจิตวิถีได้
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เจียงเยวี่ยไป๋ก็รู้สึกว่าจิตวิถีของนางจะสั่นคลอนไม่ได้
เหตุที่ฉู่เหลียงสามารถฝึกฝนได้อย่างง่ายดายเพียงนี้ อาจเป็นเพราะเขาเริ่มเรียนเคล็ดกระบี่ร้อยเล่มช้ากว่าคนอื่น หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเขาเหมาะสมกับญาณเทพทัศนะประเภทนี้มาตั้งแต่ต้น
ดังนั้นครั้งนี้ นางจึงเตรียมจะสอนวิชาญาณเทพทัศนะที่แสนยากให้ฉู่เหลียง เพื่อทดสอบความสามารถที่แท้จริงของเขา
“เคล็ดกระบี่วิถียันต์หรือขอรับ?”
เมื่อฉู่เหลียงได้ยินชื่อนี้ ก็ชะงักไปเล็กน้อย
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยได้ยิน แต่เป็นเพราะวิชานี้มีชื่อเสียงโด่งดังเกินไปต่างหาก
วิชาญาณเทพทัศนะอย่างเคล็ดกระบี่ร้อยเล่ม ไม่ใช่วิชาผูกขาดของสำนักสู่ซาน ผู้บำเพ็ญกระบี่นอกรีตภายนอกก็อาจจะฝึกเป็น แต่วิชาเคล็ดกระบี่วิถียันต์นั้น ถูกคิดค้นขึ้นโดยบรรพชนของสำนักสู่ซาน เป็นสุดยอดวิชาขนานแท้ของสู่ซาน
ในสำนักสู่ซาน มันถือเป็นวิชาบังคับสำหรับศิษย์ขอบเขตแก่นทองคำ ทว่าโดยทั่วไปแล้วต้องเป็นศิษย์ขอบเขตเบญจธาตุถึงจะสามารถเชี่ยวชาญได้อย่างถ่องแท้
ส่วนศิษย์ในสามขอบเขตแรกนั้น ไม่ต้องคิดจะเรียนวิชานี้เลย เพราะยังเร็วเกินไป เรียนไปก็ไม่มีทางสำเร็จ
ศิษย์พี่เจียงประเมินเขาไว้สูงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เจียงเยวี่ยไป๋เห็นสีหน้าประหลาดใจของเขา จึงแย้มยิ้มบางๆ “เป็นอย่างไร? มั่นใจว่าจะเรียนได้ไหม?”
“มีศิษย์พี่เจียงคอยสอน ข้าย่อมต้องมั่นใจอยู่แล้วขอรับ” ฉู่เหลียงจดจำเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ไว้เสมอ
“แม้ใครๆ ต่างบอกว่าเคล็ดกระบี่วิถียันต์นั้นล้ำลึกและยากแก่การเรียนรู้ แต่มันก็ต่างจากวิชาเซียน ไม่จำเป็นต้องตระหนักรู้ถึงกฎเกณฑ์แห่งมรรคาใดๆ ทั้งยังไม่ต้องมีระดับการฝึกฝนที่สูงส่ง ดังนั้นขอบเขตเจตจำนงเทวะก็น่าจะสามารถทำความเข้าใจได้” เจียงเยวี่ยไป๋อธิบาย
ขณะเดียวกันนางก็ลอบเสริมในใจว่า ในทางทฤษฎีนะ
ฉู่เหลียงทำได้เพียงพยักหน้ารับ
จากนั้นชั้นเรียนเล็กๆ ของอาจารย์เจียงก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
หลักการของวิชาญาณเทพทัศนะเคล็ดกระบี่วิถียันต์ หากจะอธิบายก็ไม่ถือว่าเข้าใจยากนัก
กล่าวคือ ก่อนที่จะใช้วิชาควบคุมกระบี่ จะต้องใช้กระบี่วาดเป็นยันต์ สื่อสารกับวิญญาณกลางอากาศ เมื่อปลดปล่อยกระบี่บินออกไป กระบี่เหล่านั้นก็จะแฝงไปด้วยพลังดั้งเดิมของยันต์ เมื่อปราณกระบี่และยันต์หลอมรวมเข้าด้วยกัน พลังสังหารก็จะรุนแรงยิ่งนัก
ยิ่งไปกว่านั้น หากมีความแข็งแกร่งมากพอ เคล็ดกระบี่หนึ่งกระบวนท่าก็สามารถแฝงยันต์ได้หลายร้อยหลายพันแผ่น กลายเป็นสิบยันต์กระบี่ ร้อยยันต์กระบี่ ว่ากันว่าในอดีตเคยมีผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีกระบี่ของสำนักสู่ซาน นำวิชาหมื่นกระบี่มาผสานเข้ากับเคล็ดกระบี่วิถียันต์ ใช้ออกด้วยกระบวนท่าเดียวก็สร้างวิชาแสนยันต์กระบี่ได้
ปราณกระบี่กดดันฟ้าดิน สั่นสะเทือนเก้าแคว้น มีอานุภาพไร้เทียมทานระดับทำลายขุนเขาและพลิกสมุทรได้
เคล็ดกระบี่วิถียันต์ที่ฝึกฝนไปจนถึงระดับนั้น เมื่อเทียบกับวิชาเซียนแล้วก็ไม่ด้อยไปกว่ากันแม้แต่น้อย
เมื่อฉู่เหลียงได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปรารถนา
ทว่าคำถามต่อมาของเจียงเยวี่ยไป๋ ก็ทำให้เขาต้องดึงความปรารถนานั้นกลับมา “เจ้าวาดอาคมยันต์เป็นหรือไม่?”
“เอ่อ...”
ฉู่เหลียงทำได้เพียงส่ายหน้า
เมื่อเห็นท่าทางงุนงงของเขา เจียงเยวี่ยไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจลึกๆ
ในตอนนั้น นางเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตแก่นทองคำก็เริ่มฝึกเคล็ดกระบี่วิถียันต์ อีกทั้งยังคุ้นเคยกับขั้นตอนการเขียนยันต์เป็นอย่างดี จึงใช้เวลาเพียงสิบสองวันก็เชี่ยวชาญเคล็ดกระบี่วิถียันต์ ซึ่งนับเป็นสถิติที่เร็วที่สุดในยุคปัจจุบันของสำนักสู่ซาน
แต่ท่าทางของฉู่เหลียงในตอนนี้เหมือนคนเพิ่งเริ่มต้น การจะเรียนรู้ให้สำเร็จภายในสิบสองวันจึงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน... เวลาเพียงเท่านี้แค่เรียนวิธีเขียนยันต์ก็ยังยากเลย
ดูเหมือนว่าครั้งนี้นางจะต้องชนะแน่แล้ว
ทว่าเมื่อนางตระหนักได้ว่าตนเองกำลังดีใจกับความคิดนี้ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมากะทันหัน
เอ๊ะ?
ทำไมนางถึงต้องใส่ใจเรื่องนี้ขนาดนั้นด้วย?
ทั้งที่เขาเป็นแค่ศิษย์น้องระดับขอบเขตเจตจำนงเทวะขั้นกลาง การที่นางเอาชนะเขาก็ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้วนี่นา!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็เตือนตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง
ฉู่เหลียงมองดูแววตาของเจียงเยวี่ยไป๋ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ จึงยื่นกระบอกชาเกสรผึ้งให้ “ศิษย์พี่เจียงอธิบายจนเหนื่อยแล้ว ดื่มน้ำสักหน่อยเถิด นี่เป็นเครื่องดื่มที่ข้าซื้อมาจากตีนเขา รสชาติดีมากเลยนะขอรับ”
“หืม?” เจียงเยวี่ยไป๋รับชาเกสรผึ้งมาลองจิบคำหนึ่ง ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “รสชาติดีมากจริงๆ ด้วย!”
เมื่อเห็นท่าทางดีใจของนาง ฉู่เหลียงก็นึกถึงคำวิจารณ์ของท่านอาจารย์ก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าเครื่องดื่มหวานๆ แบบนี้มักจะเป็นที่โปรดปรานของสตรี
ในหัวของเขาพลันเกิดความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมา
“หากศิษย์พี่เจียงชอบ วันหลังข้าจะนำมาให้ท่านดื่มบ่อยๆ เพียงแต่...” เขาเอ่ยถาม “ท่านช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่ขอรับ?”
───
หมายเหตุ
- ยามเฉิน (07.00 น. - 08.59 น.)
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-4268acca/58
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย