พี่สาวคนโตแห่งบ้านชาวนามีมิติวิเศษ
ตอนที่ 142 — ตอนที่ 142 เจ้าซื้อไหวหรือ
“ยี่สิบจิน” กู้หยุนตงกล่าวย้ำอีกครั้ง นางไม่เข้าใจเลยว่าคนพวกนี้ทำสีหน้าเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร
คิ้วของหลงจู๊ขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม “แม่นาง เจ้ามาก่อกวนกระมัง ยี่สิบจินเชียวหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าต้องใช้เงินกี่ตำลึง?”
“เท่าไรหรือ?”
“น้ำตาลทรายขาวหนึ่งตำลึงยี่สิบห้าอีแปะ!!” หลงจู๊แค่นยิ้มเยาะ “เจ้าซื้อไหวหรือ? แค่อ้าปากทีก็จะเอาถึงยี่สิบจิน”
กู้หยุนตงรู้อยู่แล้วว่าน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายแดงล้วนมีราคาแพงลิ่ว นางเคยซื้อน้ำตาลมอลต์* ริมทางให้เด็กสองคนกินเป็นของว่าง น้ำตาลมอลต์นั้นมีราคาถูกกว่าเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่เมืองเซวียนเหอ นางไปร้านขายของชำเพื่อซื้อน้ำมัน เกลือ ข้าวสาร และแป้ง แต่กลับลืมซื้อน้ำตาลทรายขาวไปเสียสนิท
พอกลับถึงบ้านป้าเคอและตรวจนับข้าวของจึงนึกขึ้นได้ ตอนนั้นคิดจะออกไปซื้อ ทว่าป้าเคอบอกว่าน้ำตาลราคาแพง อีกทั้งอย่างไรก็ใช้ไม่มาก ในบ้านยังมีเหลืออยู่ ให้ใช้น้ำตาลในบ้านก็พอ
กู้หยุนตงจึงมิได้ปฏิเสธ ทว่าน้ำตาลทรายขาวที่ป้าเคอนำออกมานั้น ที่จริงไม่อาจนับว่าเป็นน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ได้เลย เพียงแค่ดูขาวสว่างกว่าน้ำตาลทรายดำขึ้นมาหน่อยเท่านั้น ทว่านางเพียงแค่นำมาใช้เป็นเครื่องปรุงตอนทำกับข้าว ทำแค่หมูตุ๋นน้ำแดงเท่านั้น อย่างอื่นแทบไม่ได้แตะต้องเลย
ต่อมาพอย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านหย่งฝู นางก็มิได้นึกถึงเรื่องซื้อน้ำตาลอีกเลย ที่สำคัญคือไม่สะดวก เข้าตำบลและตัวอำเภอตั้งหลายครั้งก็ลืมไปเสียหมด ดังนั้นยามจำเป็นต้องใช้น้ำตาล จึงได้แต่แอบหยิบออกมาจากมิติวิเศษในเวลาที่ต่งซื่อไม่ทันสังเกต
ยังนับว่าดีที่ต่งซื่อไม่รู้ว่าตอนนางเดินทางมาจากเมืองเซวียนเหอนั้นพกพาอะไรติดตัวมาบ้าง และมิได้มีความช่างสังเกตเฉียบไวเหมือนป้าเคอ
วันนี้ตั้งใจเดินทางมาซื้อโดยเฉพาะ ไม่นึกเลยว่าการจะซื้อน้ำตาลทรายขาวสักยี่สิบจินจะยากเย็นถึงเพียงนี้
อีกทั้ง… ยังแพงหูฉี่ขนาดนี้ด้วย
ทว่าพอได้ยินหลงจู๊เอ่ยจาบจ้วงเช่นนั้น กู้หยุนตงก็ชักมีน้ำโหขึ้นมา “ข้าจะซื้อไหวหรือไม่เกี่ยวอันใดกับท่าน ในร้านของชำพวกท่านมีของหรือไม่เล่า? หากไม่มี ข้าจะได้ไปซื้อที่อื่น”
หลงจู๊แค่นเสียงฮึ สั่งให้เด็กรับใช้ในร้านไปเอาของที่คลังสินค้าด้านหลัง ส่วนตัวเองเดินไปยังโต๊ะคิดเงิน ดีดลูกคิดเสียงดังเผาะแผะ “หนึ่งตำลึงยี่สิบห้าอีแปะ ยี่สิบจินคิดเป็นแปดตำลึงเงิน** แม่นาง เงินของเจ้าพกมาพอหรือไม่?”
“พอ”
กู้หยุนตงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ทว่าลูกค้าคนอื่นๆ ที่เดิมอยู่ในร้านกลับพากันมองนางพลางซุบซิบนินทาไม่ขาดสาย
“แม่นางผู้นี้ช่างพูดจาใหญ่โตยิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าจะซื้อน้ำตาลทรายขาวถึงยี่สิบจิน ช่างใจกล้าหน้าใหญ่เสียจริง”
“มิใช่แสร้งทำเป็นวางท่าหรอกนะ เจ้าดูเสื้อผ้าที่นางสวมใส่สิ มองปราดเดียวก็รู้ว่ามาจากบ้านนอก บนตัวมีสักแปดอีแปะก็บุญหัวแล้ว ยังจะมาแปดตำลึงเงินอันใดกัน”
“คอยดูเถอะว่าอีกประเดี๋ยวนางจะพูดแก้เก้อยังไง”
ดังนั้น ลูกค้าหลายคนที่ซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงยังไม่ยอมจากไป ต่างพากันยืนรอดูท่าทีของกู้หยุนตง
เส้าชิงหยวนยืนรออยู่หน้าประตูมิได้เดินเข้ามาข้างใน จึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น เพียงแต่เห็นกู้หยุนตงเข้าไปเนิ่นนานแล้วยังไม่ออกมา จึงชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างใน ครั้นเห็นนางสบายดีมิได้มีภัยอันใด จึงหันศีรษะกลับไปยืนรอตามเดิม
ทางด้านนั้นเด็กในร้านรีบยกถุงน้ำตาลทรายขาวใบใหญ่ออกมาวางโครมตรงหน้ากู้หยุนตง วางท่าทางยโสโอหัง “เอ้า อยู่ตรงนี้หมดแล้ว จะให้ขึ้นตาชั่งดูหรือไม่เล่า?”
กู้หยุนตงเปิดปากถุงแล้วก้มลงมอง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นซับซ้อนขึ้นมาทันที
นี่… ก็นับเป็นน้ำตาลทรายขาวด้วยหรือ?
“หลงจู๊ ข้าต้องการน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ประเภทที่ขาวจั๊วะ ขาวสะอาดราวกับก้อนเมฆบนฟ้าโน่น แต่อันนี้มันออกจะดำคล้ำเกินไปกระมัง?”
หลงจู๊ปรี่ออกมาจากหลังโต๊ะคิดเงินทันควัน คว้าหมับรวบปากถุงน้ำตาลแล้วดึงไปเก็บไว้ข้างหลังตนเอง “พูดจาเพ้อเจ้ออันใด ยังจะเอาน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อะไรอีก บอกให้เจ้ารู้นะ นี่เป็นของที่ดีที่สุดในร้านเราแล้ว ตกลงเจ้าจะซื้อหรือไม่ซื้อ? หากไม่ซื้อก็ไสหัวไปให้พ้น!”
น้ำลายของเขาแทบจะพ่นกระจายออกมาเป็นฝอย “เจ้าเห็นร้านค้าเรากิจการรุ่งเรือง จึงตั้งใจมาก่อกวนสินะ ข้าว่าแล้วเชียว ท่าทางจนกรอบซอมซ่อ แต่อ้าปากทีก็คิดจะซื้อน้ำตาลทรายขาวถึงยี่สิบจิน ไม่เคยเห็นโลกกว้างแล้วยังกล้ามาพ่นวาจาโอหังอยู่ที่นี่ หากเจ้ามีความสามารถจริง ก็ไปหาน้ำตาลทรายขาวที่ขาวเหมือนก้อนเมฆมาให้ข้าดูสิ หากเจ้าหามาได้ ข้าจะรับซื้อคืนในราคาสิบเท่าเลย!”
กล่าวจบ เขาก็ยื่นมือหมายจะเข้ามาผลักกู้หยุนตง
เส้าชิงหยวนก้าวยาวๆ เพียงก้าวเดียวก็พุ่งเข้ามาประชิด คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหลงจู๊แน่น จ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
กู้หยุนตงเองก็โมโหขึ้นมาแล้วเช่นกัน “ท่านนั่นแหละที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง คอยดูเถอะ ข้าจะทำออกมาให้ท่านดูสักรอบ ถึงตอนนั้นท่านอย่าลืมคำพูดที่ตนเองลั่นวาจาไว้ก็แล้วกัน!”
หลิวเหวยเพิ่งจะเดินมาถึง ก็ได้ยินประโยคสุดท้ายของนางพอดี
(ติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 143 ทำเอง ปลูกเอง)
หมายเหตุ
- น้ำตาลมอลต์ (饴糖 — อี๋ถัง): สารให้ความหวานดั้งเดิมของจีน ผลิตจากการหมักและเคี่ยวข้าวมอลต์หรือข้าวบาร์เลย์งอกกับแป้งข้าวเหนียว มีลักษณะเหนียวข้น สีน้ำตาลทอง รสหวานละมุน นิยมนำมาทำเป็นขนมตังเมหรือขนมกินเล่นสำหรับเด็ก และมีราคาจับต้องได้ง่ายกว่าน้ำตาลทราย
** หน่วยชั่งตวงวัดและค่าเงินโบราณ: 1 จิน (斤 — ชั่งจีน) เท่ากับ 16 ตำลึง (两 — เหลียง ในเชิงน้ำหนัก) และ 1, 000 อีแปะ (文 — เหวิน) มีมูลค่าเทียบเท่ากับ 1 ตำลึงเงิน (两银子) ดังนั้น น้ำตาลทรายขาว 20 จิน จึงมีน้ำหนักรวม 320 ตำลึง เมื่อคิดในราคาตำลึงละ 25 อีแปะ (320 × 25) จึงได้มูลค่ารวม 8, 000 อีแปะ หรือเท่ากับ 8 ตำลึงเงินพอดี
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-980c3d81/142
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย