ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า
ตอนที่ 45 — 045
บทที่ 45 โลกนิยายในรั้วโรงเรียน: ตัวประกอบผู้เป็นเหยื่อ (6) อามิ่งทำสีหน้าเหมือนได้รับการช่วยชีวิต “อ้า สาวสวย คุณพ่อบ้านสารพัดประโยชน์ของท่านออนไลน์แล้ว ระบบขอตัวก่อนนะคะ” อามิ่งเผ่นหนีได้รวดเร็วมาก พอพูดจบก็หายตัวไปจากมิติทันที ลู่เจี๋ยลวี่ “...” นี่คงออกไปเที่ยวอีกแล้วสินะ พอภารกิจครั้งนี้จบกลับยมโลก เธอควรยื่นเรื่องขอฆ่าไวรัสสักรอบดีไหม “คุณหนูครับ ท่านนี้คือคุณหนิงอิ่ง ผู้ช่วยดูแลชีวิตประจำวันของคุณหนู ส่วนท่านนี้คือคุณหม่าจี ผู้ช่วยด้านการเงิน เชิญคุณหนูพิจารณาครับ” อาจเป็นเพราะหน้าตาสะท้อนจิตใจ หรืออาจเป็นผลจากอาชีพของทั้งคู่ คนแรกดูอ่อนโยนละมุนละไม ส่วนอีกคนสงบนิ่งและจริงจัง “สวัสดีทั้งสองคน เรื่องหน้าที่กับค่าตอบแทน ลุงหลัวคงอธิบายให้พวกคุณฟังเรียบร้อยแล้ว เรื่องค่าตอบแทนมีข้อคิดเห็นอะไรไหม” “ไม่มีค่ะ ฉันพอใจกับค่าตอบแทนมาก และมั่นใจว่าสามารถรับผิดชอบงานทั้งหมดได้” ลู่เจี๋ยลวี่ยิ้มขึ้นมาทันที “คุณหม่ามั่นใจในตัวเองมากเลยนะ ไม่กลัวว่าฉันจะคาดหวังสูงเกินไปหรือ” หม่าจีไม่ใส่ใจนัก “ขอโทษค่ะ ฉันชินกับการพูดสิบแล้วทำสิบสองมาตลอด” “งานสายนี้ ผู้หญิงเสียเปรียบเรื่องเพศอยู่แล้ว ฉันจึงต้องแสดงความมั่นใจให้มากพอ ถึงจะมีโอกาสมากกว่าผู้ชายอีกสักนิด” “เคยรู้สึกไม่ยุติธรรมไหม” “ช่วงแรกก็มีค่ะ แต่ตอนนี้ฉันพูดได้อย่างมั่นใจแล้วว่า ถ้าใครพลาดโอกาสเพียงเพราะฉันเป็นผู้หญิง ก็แปลว่าพวกเขาไม่มีสายตาพอ” “ฮ่า ๆ ดี ฉันชอบความมั่นใจของคุณ หวังว่าผลงานของคุณในอนาคตจะทำให้ฉันพอใจ” “คุณเว่ยวางใจได้เลยค่ะ ฉันจะทำเต็มความสามารถ” หม่าจีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง แม้ตอนนี้คุณเว่ยจะยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลาย แต่เธอคือผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของตระกูลเว่ย อนาคตย่อมก้าวไกลอย่างแน่นอน การลงทุนกับเธอตั้งแต่ตอนนี้ ขอเพียงมีเวทีให้แสดงความสามารถ วันหน้าก็อาจอาศัยโอกาสนี้ก้าวขึ้นเป็นที่ปรึกษาของทั้งกลุ่มบริษัทเว่ยได้ การเดิมพันครั้งนี้ดูเหมือนใหญ่โต แต่หม่าจีกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะต่อให้เป็นเงินเดือนในตอนนี้ เธอก็ไม่ได้เสียเปรียบเลย สิ่งที่เธอได้รับ ก็เป็นเพียงโอกาสที่เฝ้ารอมานานเท่านั้น ความรู้สึกของหม่าจี หนิงอิ่งเข้าใจดีและเห็นใจ แม้งานของเธอจะไม่ต้องแข่งขันกับผู้ชายโดยตรงก็ตาม แต่ระหว่างทำงาน เธอก็ยังต้องเผชิญสายตาแปลก ๆ จากผู้ชายอยู่เสมอ ชวนให้รู้สึกขยะแขยงอย่างที่สุด พูดตามตรง หลังจากทำงานเป็นผู้ช่วยดูแลชีวิตประจำวันให้คนอื่นมานาน เธอถึงกับเริ่มหวาดกลัวการแต่งงาน การได้มาเป็นผู้ช่วยของเด็กสาววัยรุ่นแบบนี้ดีกว่ามาก นอกจากมองแล้วสบายตา ยังทำให้สบายใจอีกด้วย เพราะฉะนั้นโอกาสทำงานครั้งนี้ เธอจะต้องทำให้ดีที่สุดและคว้าไว้ให้มั่น “ดีมาก ตั้งแต่พรุ่งนี้จนถึงวันศุกร์ พวกคุณประสานงานรายละเอียดกับลุงหลัวให้เรียบร้อย ส่วนสุดสัปดาห์นี้ พวกเราจะประชุมสั้น ๆ กันครั้งหนึ่ง” “ค่ะ!” “อีกอย่าง หากมีปัญหาอะไรในการใช้ชีวิตประจำวัน ก็บอกลุงหลัวได้ สวัสดิการของตระกูลเว่ยถือว่าดีพอสมควร” “ถึงตอนนี้พวกคุณจะทำงานให้ฉันเป็นการส่วนตัว แต่สวัสดิการทั้งหมดจะอ้างอิงตามมาตรฐานของตระกูลเว่ย” “ขอบคุณค่ะคุณหนู พวกเราทราบแล้ว” “ลุงหลัว พวกคุณไปทำงานต่อเถอะ ฉันก็จะพักแล้ว” “ได้ครับคุณหนู” เช้าวันรุ่งขึ้น หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย ลู่เจี๋ยลวี่ก็กลับไปโรงเรียนอีกครั้งด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง กว่าจะทนจนถึงเวลาเลิกเรียนได้ เธอก็คว้ากระเป๋านักเรียนแล้ววิ่งออกไปทันที “คุณหนู จะกลับบ้านเลยไหมครับ” “ไม่ค่ะ แวะไปวิลล่าริมทะเลสาบที่อยู่ในชื่อของฉันก่อน” ต่อไปคนที่ติดตามเธอคงมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฉวยโอกาสตอนที่ยังเงียบ ๆ แบบนี้เก็บของให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า เมื่อไปถึง เธอก็ปฏิเสธบอดี้การ์ดที่อาสาจะช่วยขนของ แล้วปิดประตู ปิดม่าน จากนั้นกวาดตามองสำรวจทั่วทั้งห้องรวมถึงทุกมุมอับ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีกล้องวงจรปิดอยู่ เธอจึงพับแขนเสื้อแล้วเริ่มลงมือ ตอนซื้อยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอซื้อเสร็จถึงได้รู้ว่าของพวกนี้มีเยอะจริง ๆ เธอแกะกล่องกระดาษ ย้ายของทั้งหมดเข้าไปในมิติ จากนั้นก็นำหินวิญญาณระดับกลางที่ดูดพลังวิญญาณจนหมดแล้วออกมาวางเรียงให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับของเดิม ก่อนปิดกล่องตามเดิม เห็นไหม ของพวกนี้ก็มีประโยชน์จนได้ เพราะฉะนั้นไม่มีของเสียชิ้นไหนที่ไร้ค่า ตอนออกจากบ้าน เธออุ้มถุงไข่มุกหนึ่งถุงกับผ้าสองม้วนไปยื่นให้บอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู “ถือไว้ให้ดีนะ ฉันจะเอากลับไปทำงานฝีมือ อ้อ ของที่บ้าน ช่วยหาคนสองคนย้ายลงห้องใต้ดินให้หน่อย เกะกะเกินไป” “แต่ห้ามแกะกล่องนะ รอฉันว่างแล้วจะมาเปิดสุ่มของเอง” ใช่แล้ว ย้ายของทั้งหมดลงห้องใต้ดินที่แทบไม่มีใครลงไปนั่นแหละ เวลาผ่านไปนาน ๆ คนก็ย่อมลืม พอเธอแวะมาทีละนิดแล้วทยอยขนของออกไปเรื่อย ๆ เมื่อความทรงจำเลือนรางลงแล้ว ใครจะยังจำได้ว่าของในนั้นถูกขนออกไปหมดหรือยัง “ทราบแล้วครับคุณหนู ผมจะรีบจัดคนมาทันที” “อืม กลับบ้านกันเถอะ” พอกลับถึงบ้านก็เป็นเวลารับประทานอาหารพอดี บอดี้การ์ดรู้งานดี จึงนำของไปส่งให้ลุงหลัวก่อนจะกลับไปยังที่พักฝั่งอาคารรอง “คุณหนูครับ ทำไมถึงซื้อไข่มุกราคาถูกพวกนี้มาเยอะขนาดนี้ครับ ที่บ้านเรามีแหล่งผลิตไข่มุกคุณภาพสูงอยู่แห่งหนึ่ง ถ้าคุณหนูต้องการ ผมจะให้คนส่งมาให้ดีไหมครับ” ลู่เจี๋ยลวี่จะบอกได้อย่างไรว่าเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน จะโทษเธอก็ไม่ได้ เพราะกิจการของตระกูลมีมากเกินไป เกรงว่าแม้แต่เจ้าของร่างเดิมเองก็ยังไม่รู้ว่ามีธุรกิจอะไรบ้าง แม้แต่พ่อเว่ยเอง บางครั้งก็เพิ่งรู้จากรายงานว่า ช่วงนี้บริษัทไปลงทุนเพิ่มในธุรกิจอะไร เพราะบางโครงการใช้เงินลงทุนน้อย รายได้ก็ไม่มาก ทำขึ้นมาเพียงเพื่อให้คนในบ้านใช้งานสะดวกเท่านั้น แน่นอนว่าหากสร้างผลกำไรได้ด้วยก็ยิ่งดี “อ้อ ก็ดีค่ะ แต่ของพวกนี้ก็ไม่ต้องทิ้งนะ ฉันตั้งใจจะเอาไว้ทำงานฝีมือ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ค่อยชำนาญ รอให้ฝีมือดีขึ้นก่อน ค่อยใช้ไข่มุกคุณภาพดีทำชิ้นงาน” “ได้ครับ งั้นผมให้คนนำไปไว้ที่ห้องหนังสือของคุณหนูเลยดีไหมครับ” “งั้นก็วางไว้ที่นั่นแหละ” พูดจบ ลู่เจี๋ยลวี่ก็ขึ้นชั้นบน รอเวลาอาหารเย็น ช่วงนี้ตอนกลางวันเธอไม่มีโอกาสแอบเก็บอาหารเข้ามิติ เพราะฉะนั้นช่วงเย็นจึงห้ามเสียเปล่า อีกทั้งเพื่อให้กินได้อย่างมีความสุขกว่าเดิม อาหารเย็นแบบตะวันตกก็ถูกเปลี่ยนเป็นอาหารจีนทั้งหมด หลังรับประทานอาหารเสร็จ พักผ่อนเล็กน้อย เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วตรงไปยังห้องออกกำลังกายทันที ต้องบอกเลยว่าลุงหลัวทำงานรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงสองวัน ห้องออกกำลังกายก็ฆ่าเชื้อและจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อย พร้อมใช้งานแล้ว ส่วนการบ้านน่ะหรือ ไม่มีหรอก ด้วยพฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนนี้ แค่ตอนเรียนยังแทบไม่มีใครนั่งดี ๆ จะหวังให้กลับบ้านไปทำการบ้านได้อย่างไร ฝันไปเถอะ แต่คนอื่นก็ส่วนคนอื่น ลู่เจี๋ยลวี่ตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ เพื่อเรียนรู้อะไรอีกมากมาย เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอจึงรู้สึกทรมานไม่น้อย เธอทรมาน อามิ่งก็ทรมานเช่นกัน “ขอร้องเถอะค่ะ ฉันไม่ใช่ระบบติวการเรียนโดยเฉพาะนะคะ เปลี่ยนไปทรมานคนอื่นเถอะค่ะ” “จะเว่อร์ขนาดนั้นเลยหรือ” “เว่อร์มากค่ะ ชาวเน็ตยังแซวกันเลยว่า การนั่งสอนการบ้านเด็กเป็นกิจกรรมที่พิสูจน์ความสัมพันธ์ได้ดีที่สุด” “โฮสต์คะ พวกเรายังต้องเดินทางข้ามโลกด้วยกันอีกตั้งหลายโลก อย่าทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ”