ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า
ตอนที่ 46 — 046
บทที่ 46 โลกนิยายในรั้วโรงเรียน: ตัวประกอบผู้เป็นเหยื่อ (7) พูดจบ อามิ่งก็เปิดวิดีโอที่เห็นมาจากอินเทอร์เน็ต แล้วฉายขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดูทีละคลิป ลู่เจี๋ยลวี่ดูอย่างเพลิดเพลินจนหัวเราะไม่หยุด ขาทั้งสองข้างราวกับมีความคิดเป็นของตัวเอง พอรู้สึกตัวอีกที เธอก็ไปนอนแผ่อยู่บนโซฟา หัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุขแล้ว ลู่เจี๋ยลวี่ “...” ดูท่าตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ต เธอก็เริ่มเป็นโรคผัดวันประกันพรุ่งเสียแล้ว “แค่ก...ก็ได้ ๆ เดี๋ยวฉันจะให้คนหาครูสอนพิเศษแบบตัวต่อตัวให้ พอหาได้แล้วฉันก็ไม่ต้องไปโรงเรียนแล้ว โรงเรียนนั่นน่ะ อยู่ไปก็เสียเวลาเปล่า!” ล้วนเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ ไม่ต้องพูดถึงการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์เลย เจ้าของร่างเดิมเรียนอยู่ที่นั่นมาตั้งหลายปี แต่ในบรรดาคนที่รู้จัก คนที่ไว้ใจได้จริง ๆ ก็มีเพียงจั่วเจิงหย่วนที่ภายนอกเย็นชาแต่ภายในอบอุ่นเพียงคนเดียว “เฮ้อ...ดีแล้วค่ะที่ท่านคิดได้ ไม่อย่างนั้นสำหรับพวกเราทั้งสองฝ่าย ก็มีแต่จะทรมานกันเปล่า ๆ” “ไปไกล ๆ เลย!” “ได้ค่ะ งั้นฉันจะแสดงให้ท่านดูว่า กลิ้งไปไกล ๆ เขาทำกันยังไง” พูดจบ มือเล็ก ๆ ที่เป็นเพียงภาพลวงตาสองข้างก็ประสานเข้าด้วยกัน ก่อนจะออกแรงผลักตัวเอง แล้วมีเสียง ฟิ้ว ดังขึ้น ร่างของอามิ่งก็หายวับไปทันที ลู่เจี๋ยลวี่ “...” ระบบยิ่งนานวันก็ยิ่งกวนประสาทขึ้นทุกที แต่จะว่าไป รูปลักษณ์ของอามิ่งก็เหมาะกับการแสดงแบบนี้จริง ๆ หลังจากหัวเราะจนพอใจแล้ว เธอก็นึกถึงแผนที่เพิ่งคิดไว้เมื่อครู่ แต่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว มีอะไรก็ค่อยจัดการพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน เช้าวันรุ่งขึ้น หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ พอเห็นหลัวต๋าอยู่ในห้องรับแขก ลู่เจี๋ยลวี่ก็เอ่ยขึ้นว่า “ลุงหลัว ติดต่อพี่หนิงให้หน่อย บอกให้เธอช่วยหาครูสอนพิเศษให้ฉันสักหลายคน” “ครูสอนพิเศษหรือครับ คุณหนูต้องการครูสอนด้านไหนครับ” “ทุกวิชาของระดับมัธยมปลาย” แม้บางวิชาจะอ่านหนังสือเองก็ได้ แต่หากมีครูช่วยสอนอย่างเป็นระบบอีกครั้งก็ย่อมดีกว่า อย่างไรเสียเธอก็ไม่ได้ขาดเงิน อีกอย่าง ใครจะไปรู้ว่าชาติไหนจะทะลุมิติไปเป็นนักเรียนอีก พอคิดแบบนี้ ลู่เจี๋ยลวี่ก็รู้สึกว่า แค่เรียนเนื้อหาในตำราเพียงอย่างเดียวยังไม่ปลอดภัยพอ ไม่ได้ เธอต้องเรียนให้กว้างกว่านั้นอีก แล้วก็ต้องเก็บวิดีโอการสอนไว้ทุกชุด ต่อไปจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียนอีก อย่าคิดว่าเพียงเพราะตอนนี้ดวงจิตของเธอแข็งแกร่งแล้วจะวางใจได้ สิ่งที่เรียนมีมากมายเหลือเกิน ความรู้บางอย่างที่เธอคิดว่าไม่สำคัญ เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ก็จะค่อย ๆ ถูกผลักไปอยู่ในมุมลึกของความทรงจำ ต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งจึงจะนึกออก วิดีโอเหล่านี้จึงเป็นหลักประกันที่เธอเตรียมไว้ให้ตัวเอง แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเนื้อหาในตำราให้หมดเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง หลังจากนั้น หนิงอิ่งก็ได้รับบททดสอบแรกนับตั้งแต่เข้าทำงาน นั่นคือการหาครูสอนพิเศษให้คุณหนูของบ้าน โชคดีที่งานลักษณะนี้เธอเคยทำมาก่อน บนโลกนี้มีเจ้านายอยู่ประเภทหนึ่ง ที่พอจ้างลูกน้องแล้วก็เหมือนจ้างมาดูแลทั้งครอบครัว ทั้งที่ตำแหน่งคือผู้ช่วยดูแลชีวิตประจำวันของเจ้านาย แต่กลับตีความว่าเป็นผู้ช่วยที่ต้องดูแลทุกเรื่องในชีวิต สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ในชีวิตประจำวัน ล้วนกลายเป็นหน้าที่ของเธอทั้งหมด สารพัดยิ่งกว่าพี่เลี้ยงเสียอีก แต่เงินเดือนกลับน้อยกว่าพี่เลี้ยง ช่างน่าเหนื่อยใจจริง ๆ เพราะเหตุนี้ การหาครูสอนพิเศษจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว งานถูกมอบหมายในตอนเช้า ส่วนตัวคน ลู่เจี๋ยลวี่ก็ได้พบหลังเลิกเรียนในช่วงบ่าย ด้านหลังหนิงอิ่งมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายหลายคน ทุกคนแต่งสูทเรียบร้อย สวมแว่นตา และทำสีหน้าเคร่งขรึม ดีมาก...ความทรงจำอันไม่น่าประทับใจที่เธอพยายามลืมไปแล้ว จู่ ๆ ก็ย้อนกลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง ภายใต้สายตาที่จับจ้องเขม็งจากหลายคู่ ลู่เจี๋ยลวี่ค่อย ๆ ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูหนิงอิ่งอย่างระมัดระวัง “ทำไมฉันรู้สึกว่ามันน่าหวาด ๆ ยังไงไม่รู้” หนิงอิ่งหันไปมองคุณครูหลายคนที่กำลังตื่นเต้น ก่อนจะกลั้นยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เอ่อ...คุณครูทุกท่าน เชิญไปนั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนดีไหมคะ รอฉันกับคุณหนูคุยเรื่องตารางเรียนต่อจากนี้ให้เรียบร้อย แล้วจะไปเชิญทุกท่านอีกทีค่ะ” เมื่อทุกคนเดินออกไปแล้ว ลู่เจี๋ยลวี่จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “นี่คือออร่าของครูระดับแนวหน้าสินะ แต่ก็แปลกนะ โรงเรียนนั้นก็มีแต่ครูระดับแนวหน้าไม่ใช่เหรอ ทำไมฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับพวกเขาเลย” หนิงอิ่งพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง “เอ่อ...อาจเป็นเพราะเงินทำให้พวกเขามั่นใจก็ได้คะ อีกอย่าง คุณหนูเป็นฝ่ายอยากเรียนเอง คุณครูทุกคนก็เลยอดคาดหวังสูงไม่ได้” ช่างพูดอ้อมได้เก่งจริง ๆ ความหมายก็คือ คนในโรงเรียนนั้นล้วนเป็นพวกเหลวไหล แม้แต่ครูก็ยังไม่กล้าจัดการ เพียงแต่เธอเลือกใช้คำพูดที่ฟังดูนุ่มนวลกว่าเท่านั้น เฮ้อ...จะว่าไปก็โทษว่าครูไม่มีจรรยาบรรณก็ไม่ได้ แต่ก่อนก็เคยมีครูที่รับผิดชอบจริง ๆ พยายามจัดการ สุดท้ายกลับลงเอยด้วยการที่ครอบครัวแตกสลาย ชีวิตพังพินาศ เมื่อเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแล้ว จะยังมีใครกล้ายุ่งอีก ทุกคนจึงทำตัวเหมือนทั้งหูหนวกทั้งตาบอด ส่วนที่ไม่ถึงกับเป็นใบ้ ก็เพราะยังมีจรรยาบรรณในวิชาชีพหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างน้อยเวลาเรียนก็ยังต้องสอน ส่วนจะเรียนหรือไม่ จะเรียนได้มากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องของนักเรียนเองแล้ว “ช่างเถอะ เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ฉันไม่ได้ใส่ใจนัก ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ช่วยลาหยุดยาวให้ฉันต่อด้วย” “วิชาทั้งเก้าวิชาแบ่งเรียนสามวัน วันละสามวิชา ส่วนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมี เรียนทุกเช้าครึ่งวัน วิชาที่เหลือเธอจัดเวลาเอาเองก็แล้วกัน” เรื่องการจัดเวลาพักอะไรพวกนั้น ต่อให้เธอไม่พูด คนเก่งงานแบบพวกนี้ก็ย่อมจัดการได้รอบคอบอยู่แล้ว “ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะจัดตารางเรียนสำหรับหนึ่งเดือนก่อน แล้วค่อยปรับตามความคืบหน้าอีกที” “ได้สิ อ้อ ช่วงนี้ฉันสนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาก โดยเฉพาะยุคที่ใช้คูปองต่าง ๆ ช่วยรวบรวมคูปองของแต่ละช่วงเวลามาให้ฉันหน่อย ยิ่งละเอียดและยิ่งมากยิ่งดี ถ้าเป็นไปได้ก็รวบรวมของทุกภูมิภาคทั่วประเทศเลย” “ทั้งหมดเลยหรือคะ” “ใช่ ทำเป็นอัลบั้มสะสมแสตมป์แบบนั้นก็ได้ เอาของทุกปีมาให้ฉันชุดหนึ่ง แล้วก็หาคูปองใช้ได้ทั่วประเทศมาเยอะ ๆ” “ได้ยินว่าของพวกนี้ใช้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ แถมยังหมุนเวียนอยู่ในตลาดน้อยมาก จึงค่อนข้างหายาก” “อีกอย่าง ฉันก็สงสัยจริง ๆ ว่า ของพวกนี้เขาตรวจสอบของแท้ของปลอมกันยังไง” “ได้ค่ะ ฉันจะลงประกาศรับซื้อทางอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้เลย” ลู่เจี๋ยลวี่อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้ จริงอย่างที่ว่า ขอเพียงมีเงิน ชีวิตที่มีความสุขก็อยู่ไม่ไกล ลองนึกถึงชาติก่อนสิ กว่าจะรวบรวมเสบียงได้แต่ละอย่าง ต้องลำบากแทบเป็นแทบตาย หลายครั้งเกือบเอาชีวิตไม่รอด ช่วงแรก ๆ ถึงขั้นใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เพียงเพื่อแลกกับผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ตอนนี้ต่างออกไป อยากทำอะไรก็แค่สั่งหนึ่งประโยค แล้วนั่งรอผลได้เลย ชีวิตช่างสบายเสียจริง “เอาละ ตอนนี้ก็เท่านี้ก่อน หากภายหน้ามีอะไรต้องการ ฉันจะติดต่อเธออีก” “ถ้าอย่างนั้นคุณหนู ฉันขอตัวก่อนนะคะ” หนิงอิ่งรู้สึกว่างานครั้งนี้ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน สองวันที่ผ่านมา นายจ้างไม่มีธุระอะไรให้ทำ เธอจึงอยู่ในสภาพพร้อมทำงานตลอดเวลา และดูจากสถานการณ์แล้ว อีกนานทีเดียวก็คงจะเป็นแบบนี้ต่อไป ทำไมถึงมั่นใจอย่างนั้นน่ะหรือ ก็เพราะคุณหนูจ้างครูสอนพิเศษมาตั้งมากมาย ยังจะมีเวลามาสร้างงานให้เธออีกหรือ หากยังมีจริง ก็คงเป็นเพราะเธอจัดตารางงานได้ไม่ดีเอง เฮ้อ...วันดี ๆ ของหนิงอิ่ง ในที่สุดก็มาถึงเสียที ลู่เจี๋ยลวี่ไม่รู้เลยว่าผู้ช่วยดูแลชีวิตประจำวันคนใหม่ กำลังมองเธอเป็นเด็กซนที่พลังงานล้นเหลือ ตอนนี้หลังจากท่องอินเทอร์เน็ตจนพอใจแล้ว เธอก็เตรียมตัวเข้านอน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ตอนกลางวันเธอไม่เพียงต้องเรียนวิชาการเท่านั้น แต่ยังต้องกลับมาเรียนเครื่องดนตรีที่หยุดไปนาน ให้กลับเข้าสู่ตารางเดิมอีกครั้ง มองเห็นได้เลยว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้คงเต็มไปด้วยกิจกรรมแน่นเอี้ยด แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอผ่านไปเพียงวันเดียว เธอก็รู้สึกราวกับเรี่ยวแรงทั้งร่างถูกสูบหายไปหมด สมแล้วที่เรื่องการเรียน ไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหน หรือตกอยู่กับใคร ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย