เอาชีวิตรอดวันภัยพิบัติ ตุนเสบียงบนรถบ้าน
ตอนที่ 4 — ตอนที่ 4 ลาวาภูเขาไฟ
ในคลิปวิดีโอที่ภาพสั่นไหว ภูเขาไฟที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนมาเนิ่นนานนับปีดูราวกับยักษ์ใหญ่ที่กำลังเกรี้ยวกราด แสงสีแดงฉานบนยอดเขาสาดส่องจนสว่างวาบไปครึ่งค่อนฟ้า ธารลาวาภูเขาไฟที่ไหลทะลักราวกับสายน้ำไหลรินลงมาจากยอดเขาอย่างไม่ขาดสาย ตามติดมาด้วยเศษลาวาภูเขาไฟสีแดงเพลิงที่พวยพุ่งสาดกระจายออกไปรอบทิศทางประหนึ่งห่าฝนอุกกาบาต พวกมันวาดแนวโค้งเป็นเส้นยาวพาดผ่านผืนฟ้ายามราตรี ก่อนจะร่วงดิ่งลงสู่พื้นดินในที่สุด
บริเวณพื้นดินใกล้เคียงในคลิปวิดีโอ มีคนยืนอยู่บนระเบียงตึก จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย กระทั่งก้อนลาวาภูเขาไฟพุ่งทะลวงชายคาบ้านใกล้ๆ จนระเบิดออกเป็นเปลวเพลิง ประกายไฟและเศษซากปรักหักพังที่ระเบิดกระจายจึงกลืนกินร่างของคนผู้นั้นไป
นอกจากนี้ยังมีคนกรีดร้องด้วยความหวาดผวา ตื่นตระหนกจนวิ่งเท้าเปล่ากระโดดข้ามระเบียงลงมาอย่างไม่คิดชีวิต แล้วเตลิดหนีตายไปด้วยความเสียขวัญ…
บ้านเรือน ต้นไม้ ยานพาหนะ รวมไปถึงผู้คน ล้วนถูกเปลวเพลิงเผาผลาญจนลุกไหม้ ภาพเหตุการณ์นี้ช่างเหมือนกับฉากในความฝันของเธอ ตอนที่วิหคยักษ์สีแดงเพลิงร่วงหล่นลงมาจากกลางเวหาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
—แผ่นดินไหวรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในประเทศหมู่เกาะ ส่งผลให้ภูเขาไฟสงบปะทุขึ้นกะทันหัน! ทิ้งช่วงจากการปะทุครั้งก่อนหน้านานหลายร้อยปี!
—อพยพประชาชนในพื้นที่โดยรอบด่วน! สสารจากการปะทุปกคลุมรัศมีกว้างถึงห้าสิบตารางกิโลเมตร คาดเถ้าภูเขาไฟจะส่งผลกระทบกินวงกว้างนับพันตารางกิโลเมตร…
—พื้นที่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ตอนเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศหมู่เกาะ ประกาศเตือนภัยสึนามิ!
—เถ้าภูเขาไฟจะพัดพาไปทางน่านน้ำตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศหมู่เกาะตามกระแสลมมรสุมฤดูหนาว ประเทศฮว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย!
—ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ฝนกรดและฝนโคลนอันเนื่องมาจากภูเขาไฟปะทุในประเทศหมู่เกาะครั้งนี้อาจยืดเยื้อนานนับเดือนหรือหลายเดือน โดยพื้นที่กว่าร้อยละเจ็ดสิบของประเทศหมู่เกาะจะได้รับผลกระทบ…
—เนื่องจากเหตุภูเขาไฟปะทุในประเทศหมู่เกาะ อุณหภูมิที่สูงผิดฤดูกาลติดต่อกันมาหลายวันจะลดลงสู่ระดับปกติอย่างรวดเร็ว…
—นานาประเทศได้จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมวิจัยเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดในประเทศหมู่เกาะ พร้อมทั้งเตรียมตรวจเช็กสภาพภูเขาไฟภายในประเทศของตนอย่างครอบคลุม…
นี่นับเป็นเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดบนดาวเคราะห์สุ่ยหมิงตั้งแต่จี้หนิงซินลืมตาดูโลก ด้วยขอบเขตความเสียหายและความรุนแรงของภัยพิบัติ จึงกลายเป็นประเด็นที่คนทั้งดาวเคราะห์ต่างจับตามอง
บนโลกออนไลน์ มีทั้งกระแส 'ทฤษฎีวันสิ้นโลก' และ 'คำทำนายวันสิ้นโลก' ปรากฏขึ้นไม่น้อย ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับมหันตภัยตรงหน้า ผู้คนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ต่างเลือกใช้ถ้อยคำที่ระมัดระวัง เพราะกลัวว่าหากใช้คำรุนแรงเกินไปกระทู้จะถูกลบหายไปโดยอัตโนมัติ หลายคนจึงพูดคุยในเชิงหยิบยกฉากจากภาพยนตร์วันสิ้นโลกมาเปรียบเทียบ
ทว่าก็มีบางคนที่ใช้ถ้อยคำดุเดือด ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึงแล้ว เร่งเร้าให้ทุกคนรีบกักตุนอาหาร กักตุนน้ำสะอาด ขุดหลุมหลบภัยหนีลงไปอยู่ใต้ดิน อย่างน้อยจะได้ยื้อชีวิตเอาตัวรอดต่อไปได้อีกสักระยะ
ทั้งยังมีพวกใจกล้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว นำถ้อยคำมาแต่งเป็นมุกตลกล้อเลียนภัยพิบัติ ทว่าเนื่องจากภัยพิบัติครั้งนี้ร้ายแรงเกินไป ทั้งยังมีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บล้นหลาม ข้อความลักษณะนี้จึงถูกชาวเน็ตคนอื่นๆ รุมตอกกลับจนหน้าหงาย
ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวกะทันหันตอนตีสามกว่าจนกระทั่งฟ้าสางตลอดหลายชั่วโมงมานี้ คนในครอบครัวของจี้หนิงซินไม่มีใครข่มตานอนหลับลงได้อีกเลย
หลังจากวิกฤตอาฟเตอร์ช็อกคลี่คลายลง ครอบครัวสามคนก็พากันกลับเข้าบ้าน จัดการเก็บกวาดข้าวของกระจัดกระจายที่ร่วงหล่นลงมาพอเป็นพิธี จากนั้นต่างคนต่างหาที่นั่งตามมุมต่างๆ ในห้องนั่งเล่น เปิดโทรทัศน์ติดตามรายงานข่าวสถานการณ์ภัยพิบัติจากภูเขาไฟสดๆ ไปพลาง ก้มหน้าไถมือถือหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตไปพลาง
เนื่องจากอยู่ห่างกันคนละประเทศ ประกอบกับเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ในเวลานี้คลิปวิดีโอเกี่ยวกับภูเขาไฟระเบิดที่พวกเขาสามารถค้นหาได้บนโลกออนไลน์จึงลดน้อยลงกว่าช่วงกลางดึกอย่างเห็นได้ชัด คลิปวิดีโอที่สยดสยองหรือมีภาพเลือดตกยางออกเกินไปล้วนถูกลบจนไม่สามารถเปิดดูได้แล้ว
จี้หนิงซินเปิดดูวีแชต แล้วกดบันทึกคลิปวิดีโอภูเขาไฟปะทุหลายคลิปที่หยางเหรินหร่านส่งมาให้ลงในเครื่องทีละคลิป
อีกฝ่ายมือไว ตอนที่เล่นอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ก็ไถจอไปพลางกดเซฟไปพลาง ตอนนี้คลิปวิดีโอในโทรศัพท์ของเธอจึงมีรายละเอียดครบถ้วนมากกว่าคลิปที่ยังหลงเหลือให้ดูบนอินเทอร์เน็ตมาก
จี้หนิงซินเปิดดูคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าของเธอแม้จะยังคงเรียบเฉย ทว่าในใจกลับบังเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
หากจะบอกว่านี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ภาพเหตุการณ์ก็ดูจะคล้ายคลึงกันเกินไปแล้ว เมื่อนึกถึงความฝันก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อตอนเช้ามืด สีหน้าของเธอก็ค่อยๆ ซีดเผือดลงทีละน้อย
ความฝันเรื่องวิหคเพลิงสีแดงกลายเป็นความจริงแล้ว หากความฝันนั้นกลายเป็นความจริงขึ้นมาด้วยล่ะก็…
เธอต่ออินเทอร์เน็ตอีกครั้ง พยายามค้นหาข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเมืองไห่เฉิงอย่างสุดความสามารถ ทว่าหลังผ่านพ้นไปหนึ่งวันหนึ่งคืน แม้แต่กระทู้เกี่ยวกับเหตุก๊าซพิษรั่วไหลก่อนหน้านี้ก็จมหายไปหมดแล้ว
เธอยังไม่ยอมแพ้ ลองค้นหาคำว่าสวนสนุกและอุทยานชายทะเลเมืองไห่เฉิงโดยตรง ทว่ากลับพบเพียงข่าวไฟไหม้เหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งมีทั้งรถพยาบาลและรถดับเพลิงรุดไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือในเวลาเดียวกัน เวลาเกิดเหตุคือเมื่อวานนี้จริงๆ และสถานที่ก็อยู่ในสวนสนุก ทว่าเนื้อข่าวกลับมีเพียงตัวอักษร ไม่มีรูปภาพหรือคลิปวิดีโอประกอบแม้แต่อย่างเดียว
ส่วนอุทยานชายทะเลและสวนสนุกทั้งสองแห่ง ปัจจุบันถูกสั่งปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว มีรายงานว่านักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนอยู่ด้านในได้รับการอพยพย้ายไปยังโรงแรมใกล้เคียงอย่างปลอดภัยแล้ว
เนื่องจากอีกเพียงสองวันก็จะถึงเทศกาลปีใหม่แล้ว ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ คนประเทศฮว่าไม่รวมตัวสังสรรค์กันที่บ้าน ก็มักจะจองตั๋วเครื่องบินพากันไปเที่ยวพักผ่อนตามเกาะอันอบอุ่นทั้งครอบครัว น้อยคนนักที่จะมาตกค้างอยู่ในสวนสนุก ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวเล่นด้านในจึงมีจำนวนไม่มากนัก
ข้อมูลอื่นใดที่มากกว่านี้ ก็ไม่สามารถหาได้อีก
จี้หนิงซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเริ่มค้นหาข่าวสารของโรงพยาบาลทุกแห่งในเมืองไห่เฉิง โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสนุกชายทะเล
ครู่ต่อมา เธอพบประกาศภายในฉบับหนึ่งของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใกล้กับอุทยานชายทะเล เวลาที่ลงประกาศคือหนึ่งสัปดาห์ก่อน โดยระบุว่ามีการปรับเปลี่ยนการใช้งานภายใน จึงต้องเคลียร์พื้นที่อาคารหลังใหม่เป็นการชั่วคราว และกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่รองรับการรักษาแบบรวมศูนย์สำหรับ "ผู้ป่วยได้รับสารพิษ"
โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้ติดอันดับโรงพยาบาลชั้นนำในเมืองไห่เฉิง ทั้งทำเลที่ตั้งยังค่อนข้างห่างไกล จึงแทบไม่มีใครให้ความสนใจเท่าใดนัก
ทว่าจี้หนิงซินกลับสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว หากเหตุก๊าซพิษรั่วไหลเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน ทำไมถึงมี "ผู้ป่วยได้รับสารพิษ" ปรากฏขึ้นตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์ก่อนแล้วล่ะ?
หากไม่ได้บังเอิญเห็นเหตุการณ์บนหาดทรายด้วยตาตัวเอง บวกกับความฝันเมื่อช่วงเช้ามืด เบาะแสกระจัดกระจายพวกนี้ก็ไม่มีทางปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้เลย
ดังนั้นเธอจึงลองค้นหาข่าวสารของเมืองไห่เฉิงเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนอีกครั้ง คราวนี้เธอกำหนดคำค้นหาเป็น "ทำร้ายร่างกาย, ทะเลาะวิวาท, นองเลือด" ปรากฏว่าเธอพบข่าวเหตุทะเลาะวิวาทสองเรื่องเข้าจริงๆ ทว่าก็เช่นเดียวกับข่าวเพลิงไหม้ เหตุการณ์ทั้งสองมีเพียงข้อความสั้นๆ ไม่มีรูปภาพหรือคลิปวิดีโอ คำอธิบายก็เรียบง่าย เพียงแค่แจ้งสถานที่เกิดเหตุเท่านั้น
จุดหนึ่งอยู่ในเขตก่อสร้างที่กำลังดำเนินการ ส่วนอีกจุดหนึ่งคือแผงขายอาหารใกล้กับเขตก่อสร้างแห่งนั้น
ทว่าที่น่าบังเอิญก็คือ เขตก่อสร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสนุกเมืองไห่เฉิงพอดิบพอดี
จี้หนิงซินเงยหน้าขึ้นมองลู่ถิงเฟิง “พี่คะ ติดต่อเพื่อนพี่ได้หรือยัง?”
ลู่ถิงเฟิงขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า เขาไม่ได้สนิทสนมกับอีกฝ่ายมากนัก มีเพียงเบอร์โทรศัพท์และวีแชต ตอนนี้โทรศัพท์ของฝ่ายนั้นตกทะเลไปแล้ว หากยังไม่ได้ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ ก็เท่ากับตัดขาดการติดต่อไปโดยปริยาย
ลู่ถิงเฟิงสังเกตเห็นสีหน้าของเธอ จึงเอ่ยปลอบ “วางใจเถอะ ข่าวบอกว่าจะไม่มีอาฟเตอร์ช็อกแล้ว ถ้าเธอไม่อยากกลับห้อง จะนอนพักตรงนี้สักหน่อยก็ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับไปพักที่ห้องดีกว่า” จี้หนิงซินปากบอกว่าจะพักผ่อน ทว่าพอกลับเข้าห้องปิดประตูเสร็จ เธอก็หยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก แล้วเริ่มจดบันทึกประเด็นสำคัญหลายข้อ
วิหคเพลิงสีแดง— ภูเขาไฟ (เกิดขึ้นแล้ว)
เมืองซากปรักหักพัง + สัตว์ประหลาด— ซอมบี้ (คาดเดา, หรือเกิดขึ้นแล้ว, อยู่ใต้การควบคุม)
มิติโลหะอันมืดมิด— ยังไม่ทราบ
การเปลี่ยนแปลง : สายตา, การได้ยิน
เธอเขียนไว้อย่างคลุมเครือ มีเพียงตัวเธอคนเดียวเท่านั้นที่อ่านเข้าใจ หากความฝันเป็นตัวแทนของภัยพิบัติที่จะกลายเป็นความจริงในอนาคต เช่นนั้นมิติโลหะอันมืดมิดจัดเป็นภัยพิบัติประเภทใดกัน?
การที่สายตาและการได้ยินของเธอเปลี่ยนแปลงไป มีความเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติที่กำลังจะมาเยือนหรือไม่? นี่เป็นปรากฏการณ์เฉพาะตัว หรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปกันแน่?
นอกจากนี้ เสบียงชุดแรกที่นำไปเก็บไว้บนรถบ้านแล้วอันตรธานหายไป มีความเป็นไปได้สูงว่าไม่ใช่เธอจำผิด แต่เป็นเพราะสิ่งของเหล่านั้นหายวับไปจริงๆ แล้วเรื่องนี้สื่อถึงอะไรกันล่ะ? คงเป็นไปไม่ได้ที่วัตถุสิ่งของหายไปจะนับเป็นภัยพิบัติชนิดหนึ่งใช่ไหม? เธอรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าสถานการณ์นี้ไม่น่าจะใช่ภัยพิบัติ…
ประการสุดท้าย ภูเขาไฟปะทุเป็นภัยพิบัติระดับภูมิภาค เท่าที่ดูในตอนนี้คงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศฮว่า หรือพูดให้ถูกคือคงไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเธอ
ทว่าหากความฝันเรื่องดินแดนรกร้างและสัตว์ประหลาดกลายเป็นจริงขึ้นมา นั่นย่อมไม่ใช่ภัยพิบัติระดับภูมิภาคอย่างแน่นอน แต่เป็นมหันตภัยล้างโลกที่ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วทั้งโลก
นั่นคือ… วันสิ้นโลก
คำสองคำนี้วนเวียนอย่างเงียบงันอยู่ตรงปลายลิ้น จี้หนิงซินใจกระตุกวูบ ราวกับท่ามกลางม่านหมอกแห่งความหวาดหวั่นอันไร้ที่สิ้นสุด จู่ๆ เธอก็มองเห็นแสงไฟดวงหนึ่งสว่างวาบขึ้นมา
แม้แสงไฟนั้นจะริบหรี่กะพริบไหว และส่องสว่างไม่มากพอ ทว่าเมื่อเทียบกับห้วงเหวแห่งม่านหมอกที่มืดมนสนิทก่อนหน้านี้ อย่างน้อยมันก็ชี้ทิศทางให้เธอได้ก้าวเดิน
แต่มันจะเป็นไปได้จริงหรือ?
ดาวเคราะห์สุ่ยหมิงกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ ตามซอกมุมต่างๆ บนโลกล้วนเกิดภัยพิบัติและอุบัติเหตุสารพัดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกวันต่างมีคนโชคร้ายต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ ทว่าภัยพิบัติกับวันสิ้นโลกเป็นสองแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ต่อให้จะมีภัยพิบัติมากมายเพียงใด โลกใบนี้ก็ยังคงหมุนต่อไปได้ตามปกติ เธอคิดมากเกินไปหรือเปล่านะ?
ในใจของจี้หนิงซินพลันเต็มไปด้วยเสียงโต้แย้งตีกันยุ่ง ทว่าเธอก็ยังคงเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แล้วเริ่มค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโลกาวินาศและวันสิ้นโลก
บนแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ย่อมมีชุมชนเถี่ยปา[1] สารพัดรูปแบบ จึงย่อมมีเว็บบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อทำนองนี้รวมอยู่ด้วยโดยปริยาย
เธอไล่สายตากวาดดูอย่างรวดเร็ว พบว่าเว็บบอร์ดเหล่านี้เน้นไปที่เกมเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกและทฤษฎีสมมุติฐานบนโลกแห่งความเป็นจริงเป็นหลัก มีการหยิบยกข้อสันนิษฐานหลากหลายมาถกเถียงกันภายใต้กฎระเบียบของเว็บบอร์ด
หัวข้อสมมุติเกี่ยวกับโลกาวินาศและวันสิ้นโลกมีหลากหลายรูปแบบสารพัด ในเวลานี้กระทู้ที่ร้อนแรงที่สุดสองสามกระทู้ล้วนเป็นการตั้งข้อสมมุติเพื่อถกประเด็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ภูเขาไฟสงบปะทุฉับพลันเมื่อช่วงเช้ามืด
—หากภูเขาไฟร้อยละสามสิบทั่วโลกเกิดระเบิดขึ้นพร้อมกัน
—สมมุติว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศฮว่า
กระทู้ส่วนใหญ่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นทั่วไป ทว่าก็มีกระทู้แนะนำแนวทางเอาชีวิตรอดจากยอดฝีมือปะปนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
—ข้อควรระวังในการหนีเอาชีวิตรอดจากภูเขาไฟระเบิด!
—สัญญาณเตือนก่อนภูเขาไฟจะปะทุ
—มามุงทางนี้! ข้อควรระวังในการใช้ชีวิตหลังภูเขาไฟปะทุ!
จี้หนิงซินกดบันทึกและดาวน์โหลดกระทู้ที่มีคำอธิบายละเอียดพร้อมสาระข้อมูลเน้นๆ เก็บไว้หลายกระทู้ นอกจากภัยพิบัติจากภูเขาไฟแล้ว ในเว็บบอร์ดยังมีกระทู้ให้ความรู้เกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติรูปแบบอื่นๆ อยู่อีกเพียบ เธอจึงทยอยกดบันทึกกระทู้เหล่านั้นไว้ราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบกระทู้ จากนั้นเปิดกระทู้ที่มีคนตอบและกดถูกใจมากที่สุดขึ้นมาอ่านอย่างละเอียดทีละกระทู้พร้อมกดดาวน์โหลดเก็บไว้
หลังจากนั่งอ่านข้อมูลอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง เธอก็ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างที่สามในร่างกายตนเอง… ความสามารถในการจดจำของเธอก็เพิ่มพูนขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลและความรู้ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเหล่านี้ เพียงแค่เธอกวาดสายตาอ่านผ่านๆ รอบเดียว ก็สามารถจดจำทุกอย่างได้อย่างแจ่มชัดขึ้นใจ
และในครั้งนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นแต่อย่างใด
สองชั่วโมงต่อมา เธอวางสายโทรศัพท์แล้วเดินลงมาชั้นล่าง
โทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นยังคงเปิดอยู่ หน้าจอกำลังถ่ายทอดสดข่าวที่หลากหลายประเทศต่างระดมกำลังเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อเร่งเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศหมู่เกาะ
เนื่องจากพื้นที่แต่ละชั้นของบ้านพักตากอากาศไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตนัก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และครัวแบบเปิดจึงเชื่อมต่อเป็นพื้นที่เดียวกัน พ่อบังเกิดเกล้ากับพี่ชายของเธอกำลังช่วยกันทำอาหารอยู่ในครัวไปพลาง เหลียวมองรายงานข่าวในโทรทัศน์เป็นระยะไปพลาง สีหน้าของทั้งสองคนดูเคร่งขรึมจริงจังอยู่ไม่น้อย
มหันตภัยระดับนี้คือภัยพิบัติของมวลมนุษยชาติทั้งปวง หาใช่เรื่องที่จะมองว่า ‘ไม่เกี่ยวกับตัวเรา’ เพียงเพราะมันเกิดขึ้นในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ
เนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นเมื่อช่วงเช้า พวกเขาจึงได้แต่กินขนมอบและบิสกิตรองท้องไปลวกๆ พอมารู้ตัวอีกทีเวลาก็เลยเที่ยงวันไปแล้ว จึงตั้งใจจะทำอะไรง่ายๆ กินกัน
จี้หนิงซินร้อนใจอยากรีบออกไปข้างนอกจนไม่มีกะจิตกะใจจะกินอะไร ทว่าท้ายที่สุดก็ยังถูกพี่ชายยัดเยียดแพนเค้กไข่มาให้กินชิ้นหนึ่ง พอพี่ชายรู้ว่าเธอจะออกไปข้างนอกกับหยางเหรินหร่านก็ค่อยเบาใจลงบ้าง จึงหยิบแพนเค้กไข่อีกชิ้นใส่ห่อส่งให้เธอ เพื่อให้สองสาวเอาไว้กินรองท้องระหว่างทาง
เธอขับรถจี๊ปไปรับเพื่อนที่วิลล่าฝั่งตรงข้าม หยางเหรินหร่านเป็นคนไม่คิดอะไรมาก ตอนที่เธอโทรไปหากำลังนอนชดเชยอย่างเอาเป็นเอาตาย หลับลึกจนไม่รู้เรื่องรู้ราว ได้ยินเพียงจี้หนิงซินบอกให้ช่วยออกไปซื้อของเป็นเพื่อน พอขึ้นมาบนรถได้ก็อ้าปากหาวหวอดแล้วผล็อยหลับต่อทันที
กระทั่งผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อจี้หนิงซินขับรถมาถึงจุดหมายปลายทางแล้วจอดสนิท หยางเหรินหร่านถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า เพื่อนรักอุตส่าห์ขับรถข้ามเมืองซูเฉิงมาเกือบครึ่งค่อนเมือง เพียงเพื่อจะมาซื้ออุปกรณ์เอาชีวิตรอดเนี่ยนะ!
“ซินซิน เธอจะเล่นใหญ่เกินไปหรือเปล่า ก็แค่แผ่นดินไหวนิดๆ หน่อยๆ เอง…” หยางเหรินหร่านนั่งรอเป็นเพื่อนจี้หนิงซินอยู่บนรถราวๆ ยี่สิบกว่านาที เจ้าของร้านถึงรีบร้อนวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง
ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เอาชีวิตรอดแห่งนี้มีหน้าร้านบนอินเทอร์เน็ตด้วย ส่วนหน้าร้านจริงนั้นปิดบริการหยุดยาวรับตรุษจีนไปตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว
ครั้งนี้เจ้าของร้านยอมแวะมาเปิดร้านเพื่อนำสินค้าออกมาให้ตามคำขอร้องของจี้หนิงซินเป็นกรณีพิเศษ—สาเหตุหลักก็เพราะเธอสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ออเดอร์ใหญ่ขนาดนี้ ทั้งไม่ต่อราคาสักคำ แถมยังไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปส่งให้ถึงที่ มีหรือที่เจ้าของร้านจะยอมปล่อยให้ออเดอร์นี้หลุดมือไป
จี้หนิงซินได้สั่งจองอุปกรณ์ที่ต้องการผ่านทางออนไลน์ไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเจ้าของร้านต้อนรับสองสาวเข้ามาในร้าน ก็บอกให้พวกเธอนั่งรอที่ห้องด้านนอก ส่วนเจ้าของร้านก็เข็นรถเข็นตรงไปยังโกดังด้านหลังเพื่อเริ่มขนย้ายสินค้าออกมา
ชุดอุปกรณ์เอาชีวิตรอดครบเซตบรรจุอยู่ในถุงกันน้ำขนาดเล็กใหญ่รวมสี่ถึงห้าใบ จี้หนิงซินสั่งซื้อทั้งหมดหกเซต โดยคำนวณรวมส่วนของหยางเหรินหร่านและหยางอวิ้นเอาไว้ด้วย ส่วนที่เกินมาอีกหนึ่งชุดนั้นเก็บไว้เป็นชุดสำรอง
เจ้าของร้านนำอุปกรณ์ครบเซตมาวางเรียงรายไว้ด้วยกัน จากนั้นก็รูดเปิดเป้สะพายหลังเพื่อนำออกมาให้เธอดูทีละชิ้น พร้อมกับอธิบายฟังก์ชันและวิธีใช้งานอย่างละเอียดลออ
และนี่ก็คือเหตุผลที่เธอต้องถ่อมารับของด้วยตนเองถึงที่ การแค่กว้านซื้อของมาเก็บไว้อย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ เธอต้องทำความเข้าใจการใช้งานของพวกมันให้ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจง่ายด้วย
เป้เดินป่ากลางแจ้ง แผ่นรองนอนกันชื้น ถุงนอน เชือกปีนเขา ไม้เท้าเดินป่า รองเท้าบูทปีนเขา สมอบกยึดหิน สายรัดนิรภัย อุปกรณ์โรยตัวขึ้น อุปกรณ์โรยตัวลง แว่นตานิรภัย เสื้อและกางเกงกันลมกันน้ำระบายเหงื่อ ถุงมือ หมวกปีกเดินป่า กระติกน้ำอเนกประสงค์ กระบอกกรองน้ำ เม็ดกรองน้ำ ชุดเครื่องครัวสนามส่วนตัว พลั่วพับอเนกประสงค์ เข็มทิศ มีดพับสวิส กล้องส่องทางไกล แผนที่เส้นชั้นความสูง ผ้าห่มฟอยล์ฉุกเฉิน แท่งจุดไฟ นกหวีด เลื่อยลวด ไฟแช็ก เทียนกันลม ไฟฉายปั่นไฟมือหมุนพร้อมวิทยุในตัว โคมไฟกันน้ำ เสื้อชูชีพน้ำหนักเบา ถังออกซิเจนแบบพกพา ถังดับเพลิงขนาดเล็ก…
นอกจากเต็นท์แล้ว อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอดในป่าแทบทุกอย่างล้วนรวมอยู่ที่นี่ครบครัน เนื่องจากเธอเพิ่งซื้อเต็นท์ใหม่มาสองหลัง ส่วนบ้านของหยางเหรินหร่านก็มีเต็นท์อยู่แล้ว จึงไม่ได้ซื้อซ้ำอีก
นอกจากอุปกรณ์เหล่านี้แล้ว เธอยังสั่งซื้อเสบียงทหารแบบอุ่นร้อนในตัวสามลัง และแท่งพลังงานอีกสามลังจากร้านนี้ด้วย
อุปกรณ์หกชุดบวกกับเสบียงแห้งอีกหกลังอัดแน่นจนเต็มทั้งเบาะหลังและกระโปรงท้ายรถจี๊ป เคราะห์ดีที่ลู่โหย่วเหวยเลือกซื้อรถจี๊ปออฟโรดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง มิเช่นนั้นคงไม่มีทางยัดของทั้งหมดนี้ลงไปได้อย่างแน่นอน
หลังจากซื้ออุปกรณ์พวกนี้เสร็จ จี้หนิงซินไม่ได้ขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน หากแต่หมุนพวงมาลัยมุ่งหน้าไปยังอีกสถานที่หนึ่งแทน
“จะไปไหนอีกน่ะ” หยางเหรินหร่านถามด้วยความสงสัย
“ยังเหลืออีกที่หนึ่ง”
หยางเหรินหร่านเหลือบมองห้องโดยสารที่อัดแน่นจนแทบไม่มีที่ว่างพลางเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง “ยังจะซื้ออีกเหรอ เธอแน่ใจนะว่ายังมีที่พอให้ยัดลงไปน่ะ”
จี้หนิงซินชี้ขึ้นไปบนหลังคารถ “มีแร็กหลังคาอยู่ ใกล้จะปีใหม่แล้ว ฉันต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มทางร้านถึงยอมแวะไปเอาของที่โกดังให้ ถ้าขืนรออีกสองวัน ต่อให้เพิ่มเงินก็คงไม่มีใครยอมมาเปิดโกดังให้แล้วล่ะ”
อีกร้านหนึ่งเป็นโกดังสินค้า เจ้าของเปิดขายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้นและมีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ดีเยี่ยม พ่อค้าเพิ่งปิดร้านพักผ่อนไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่โชคดีที่บ้านของเจ้าของร้านอยู่ใกล้โกดัง พอได้ยินว่าจี้หนิงซินยอมจ่ายเงินเพิ่มแถมยังขับรถมารับของเองถึงที่ จึงตอบตกลงทันควัน
ที่นี่คือร้านจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยโดยเฉพาะ เธอเหมาหน้ากาก N95 ทางการแพทย์มาสองลัง รวมทั้งหมด 60 กล่อง 1, 800 ชิ้น หน้ากากป้องกันแก๊สพิษและฝุ่นละอองแบบตลับกรองคู่พร้อมแว่นตากันฝ้า บรรจุลังละ 30 ชุด เธอจัดมาสามลัง นอกจากนี้ยังซื้อตลับกรองสารพิษสำหรับเปลี่ยนอีก 100 ชิ้น และแผ่นกรองฝุ่นอีก 1, 000 แผ่น
ชุดป้องกันสารเคมีมาตรฐานทางการแพทย์พร้อมถุงคลุมรองเท้าจัดมา 50 ชุด ส่วนชุดป้องกันสารเคมีเฉพาะทางชนิดทนกรด ด่าง และแก๊สพิษนั้นมีของเหลือในสต็อกไม่มากนัก ทั้งยังมีราคาค่อนข้างสูง เธอจึงกะขนาดไซส์ตามสรีระของสมาชิกทั้งสองบ้านรวมห้าคน แล้วซื้อให้คนละสามชุด
พริบตาเดียวก็มีกล่องพัสดุเพิ่มมาอีกเก้าถึงสิบกล่อง โชคยังดีที่บางกล่องมีขนาดไม่ใหญ่นัก เธอจึงอาศัยความช่วยเหลือจากเจ้าของร้าน ช่วยกันยกกล่องขึ้นไปมัดยึดไว้บนแร็กหลังคารถอย่างแน่นหนา
ถึงตอนนี้ รถจี๊ปออฟโรดก็ถูกอัดแน่นจนเต็มทุกตารางนิ้ว ทว่าอุปกรณ์เอาชีวิตรอดและเครื่องมือป้องกันภัยเหล่านี้ กลับช่วยเติมเต็มความรู้สึกปลอดภัยในใจของจี้หนิงซินให้เพิ่มพูนขึ้นอีกระดับ
เธอขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน แม้ช่วงเช้ามืดจะเพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทว่าจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวไม่ได้อยู่ในประเทศฮว่ากั๋ว และแรงสั่นสะเทือนที่เมืองซูเฉิงรับรู้ได้ก็ไม่รุนแรงเท่าใดนัก ท้องถนนในวันนี้จึงยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่เช่นเดิม
ยามบ่าย ท้องฟ้าดูมืดครึ้มอึมครึมจนชวนให้อึดอัดใจ ทว่าห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ทั่วเมืองยังคงประดับประดาไฟและโคมไฟอย่างรื่นเริง เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งได้หยุดงานต่างพากันฉวยโอกาสช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี แห่แหนกันไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อกว้านซื้อข้าวของสารพัด
หยางเหรินหร่านซึ่งเดิมทีซึมเซาและหมดอาลัยตายอยากเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันสารพัดเมื่อวาน เริ่มมีอารมณ์สดใสขึ้นมาอีกครั้ง เธอจึงเอ่ยปากชวนกินมื้อเย็นข้างนอก “พวกเราไม่ต้องไปไหนไกลหรอก ไปศูนย์การค้าฝั่งตรงข้ามคลองหน้าหมู่บ้านเรานี่แหละ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้แม่คงพาฉันกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับมาก็คงเป็นวันชิวฉิก[2] มื้อส่งท้ายก่อนสิ้นปีมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง ถือโอกาสเดินเล่นซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยเลย!”
ในศูนย์การค้าแห่งนั้นมีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่หลายเจ้า หนึ่งในนั้นเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่นักที่ขายเฉพาะขนมขบเคี้ยวสารพัดชนิดจากทั้งในและต่างประเทศ ซองขนมสีสันสดใสสะดุดตา แค่มองดูก็น้ำลายสอ ชวนให้อยากลิ้มลอง ทุกครั้งที่หยางเหรินหร่านเดินผ่านจึงแทบก้าวขาไม่ออก ต้องแวะเข้าไปกวาดซื้อขนมติดไม้ติดมือออกมาทุกที
“ถ้าเธอไม่วางใจของที่เพิ่งซื้อมา พวกเราแวะกลับเข้าหมู่บ้านเอาของลงก่อนก็ได้นะ”
พอจี้หนิงซินได้ยินคำว่า ‘ซูเปอร์มาร์เก็ต’ ก็พยักหน้าเห็นพ้องทันที ในห้องเย็นใต้ดินของบ้านยังมีที่ว่างเหลืออยู่พอดี น่าจะกักตุนเพิ่มได้อีกสักหน่อย
เธอขับรถกลับเข้ามาในโครงการหมู่บ้านจัดสรรได้อย่างราบรื่น เมื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนภายในโครงการจะผ่านวิลล่าของหยางเหรินหร่านก่อน จี้หนิงซินจึงจอดรถตรงทางเข้าหน้าบ้านของเพื่อนแล้วเริ่มขนของลง
ชุดอุปกรณ์เอาชีวิตรอดสองเซตเต็ม เสบียงทหารแบบอุ่นร้อนครึ่งลัง แท่งพลังงานครึ่งลัง หน้ากาก N95 ทางการแพทย์ 10 กล่อง (300 ชิ้น) หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ 15 ชุด ตลับกรองสารพิษ 20 ชิ้น แผ่นกรองฝุ่น 100 แผ่น ชุดป้องกันสารเคมีทางการแพทย์หกชุด และชุดป้องกันสารเคมีเฉพาะทางอีกหกชุด
แม้หยางเหรินหร่านจะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนรักซื้อเผื่อครอบครัวเธอด้วย แต่ส่วนแบ่งที่แบ่งมาให้นี้มันมากเกินไปแล้ว! ข้าวของเยอะขนาดนี้จะใช้ไปถึงชาติไหนกัน?
“รับไว้เถอะ มีไว้ให้อุ่นใจดีกว่ายามต้องใช้แล้วไม่มี” จี้หนิงซินไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธ ทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกันมาก ในใจเธอหยางเหรินหร่านก็เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ๆ เธอไม่อาจบังคับให้คนอื่นมานั่งกักตุนอุปกรณ์เอาชีวิตรอด และไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวประหลาดอย่างไรให้เข้าใจ แต่เธอสามารถควักเงินซื้อเองแล้วยัดเยียดให้เพื่อนรับไว้ได้
“เดี๋ยวฉันโอนเงินคืนให้เธอนะ!” หยางเหรินหร่านหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ทว่าจี้หนิงซินกลับรีบโบกมือห้าม
“อย่ามาทำเป็นเกรงใจ เดี๋ยวฉันโกรธจริงๆ นะ!” ก่อนหน้านี้เธอก็เพิ่งได้รับของฝากจากต่างประเทศที่เพื่อนซื้อมาให้ ทั้งกำไลข้อมือราคาหลักพันและชุดสกินแคร์ราคาแพงอีกตั้งหลายเซต มีหรือที่เธอจะยอมรับเงินจากเพื่อน
หยางเหรินหร่านเถียงสู้ไม่ได้จึงจำต้องยอมแพ้ เธออยู่ช่วยขนอุปกรณ์และเครื่องป้องกันเข้าไปเก็บในบ้าน ส่วนจี้หนิงซินก็ขับรถกลับบ้านตัวเองเพื่อขนของที่เหลือลง ทั้งสองนัดแนะกันว่าอีกสิบห้านาทีจี้หนิงซินจะขับรถวนมารับเธออีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีพนักงานส่งของมาช่วยยกกล่องพัสดุ จี้หนิงซินจึงตะโกนเรียกพี่ชายกับพ่อบังเกิดเกล้าออกมาช่วย
ตอนที่ทั้งสองเห็นกองอุปกรณ์พะเนินเทินทึกที่เธอซื้อมาก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นพวกอุปกรณ์เอาชีวิตรอดและอุปกรณ์ป้องกันภัยก็พอจะเข้าใจได้ เพราะภัยพิบัติภูเขาไฟระเบิดในครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงในรอบหลายร้อยปี การที่เธอรู้จักเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้าย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ส่วนเรื่องที่ซื้อมาเยอะไปหน่อย… ก็ช่างเถอะ บ้านมีพื้นที่กว้างขวาง วางทิ้งไว้เดี๋ยวก็คงได้ใช้อยู่ดี ปีสองปีใช้ไม่หมด ผ่านไปสักสี่ห้าหรือเจ็ดปีก็คงทยอยใช้หมดไปเอง…
จี้หนิงซินลอบสังเกตสีหน้าของทั้งคู่ คิดว่าพวกเขาคงยังไม่รู้ว่ามีกล่องของใช้ในชีวิตประจำวันกองสุมอยู่เต็มโรงจอดรถ เธอจึงเดินไปเปิดประตูโรงจอดรถก่อน กะว่าจะให้พวกเขารับรู้ความจริงทั้งหมดไปในคราวเดียวให้จบๆ
ทว่าเมื่อบานประตูโรงจอดรถเปิดขึ้น คนที่ต้องตกตะลึงอ้าปากค้างกลับกลายเป็นตัวจี้หนิงซินเอง
ภายในโรงจอดรถที่เมื่อวานนี้ยังอัดแน่นไปด้วยกล่องพัสดุจนแทบไม่มีที่ยืน บัดนี้กลับว่างเปล่าโล่งเตียน… กล่องของใช้ในชีวิตประจำวันหายวับไปจนหมดเกลี้ยง แม้แต่กล่องเดียวก็ไม่เหลือ!
“พ่อคะ ของในโรงรถ พ่อกับพี่ช่วยกันยกไปเก็บเหรอคะ” จี้หนิงซินเริ่มมีลางสังหรณ์ประหลาด แต่ก็ยังเอ่ยปากถามออกไปคำหนึ่ง
และก็เป็นไปตามคาด ลู่โหย่วเหวยมีสีหน้างุนงงสงสัย พลางถามกลับมาว่าในโรงรถเคยมีของอะไรด้วยหรือ
หัวใจของจี้หนิงซินพลันหล่นวูบ รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ
เธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มว่าเมื่อวานเธอสั่งซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันกับเมล็ดพันธุ์พืชมาเป็นจำนวนมหาศาล หากการที่สิ่งของอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยก็นับเป็นภัยพิบัติชนิดหนึ่งล่ะก็ มหันตภัยอันไร้ระเบียบ ไร้ที่มาที่ไป และหลุดโลกเหนือความจริงเช่นนี้ มันช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
เธอนึกถึงเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาได้ จึงรีบหมุนตัววิ่งตรงไปยังรถบ้านที่จอดอยู่ด้านข้างทันที
เป็นไปตามที่คาดไว้ไม่มีผิด ภายในรถบ้านที่เมื่อวานยังเต็มไปด้วยกล่องเมล็ดพันธุ์ มาบัดนี้กลับโล่งโจ้งว่างเปล่า อย่าว่าแต่บนพื้นเลย แม้กระทั่งตู้เก็บของที่แต่เดิมเคยอัดแน่นไปด้วยอาหารและสิ่งของสารพัดชนิด ตอนนี้ก็ว่างเปล่าไม่เหลืออะไรเลยเช่นกัน
ความเร็วในการกว้านซื้อของเธอ ยังตามไม่ทันความเร็วที่สิ่งของอันตรธานหายไปเลยด้วยซ้ำ!
ชั่วขณะนั้น จี้หนิงซินยืนตะลึงงันตัวแข็งทื่อด้วยความสับสนมึนงง กระทั่งเสียงหยาดฝนที่เริ่มตกลงมากระทบหลังคารถและกระจกหน้าต่างดังเปาะแปะรัวเร็ว เธอก็ยังไม่ทันได้สังเกตเห็น
กระทั่งเสียงของลู่ถิงเฟิงและลู่โหย่วเหวยดังแว่วมาจากนอกรถบ้าน
“ฝนตกนี่… มันอะไรกันน่ะ”
พวกเขาก้มมองเสื้อผ้าบนตัวที่เปรอะเปื้อนคราบสกปรกเป็นดวงๆ อย่างรวดเร็ว ต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง
“นี่มัน… ฝนโคลนอย่างนั้นเหรอ!?”
หมายเหตุ
- [1] เถี่ยปา (贴吧 / Tieba) : แพลตฟอร์มเว็บบอร์ดชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีน ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในห้องฟอรัมย่อยตามหัวข้อความสนใจเฉพาะกลุ่ม
** [2] วันชิวฉิก (初七) : วันที่เจ็ดหลังวันตรุษจีน ตามประเพณีจีนถือเป็นวันกำเนิดมนุษย์ และมักเป็นช่วงสิ้นสุดวันหยุดยาวตามเทศกาลตรุษจีนก่อนกลับมาทำงานตามปกติ
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-b9e48a79/4
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย