Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ วิวาห์ปิ่นทอง

วิวาห์ปิ่นทอง

ตอนที่ 10 — 010

บทที่ 10 พบพานบุรุษดุจเทพเซียนกลางป่าหิมะ

ฮั่วเจวี๋ยกลับใส่ใจอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า “คนที่วางแผนทำร้ายเหราเหราในปีนั้น จับตัวได้แล้วหรือยัง”

โจวฮุ่ยจูแค่นเสียงกล่าวว่า “สืบพบว่าเป็นนางกำนัลน้อยคนหนึ่ง แต่นางฆ่าตัวตายไปแล้ว”

สีหน้าฮั่วเจวี๋ยพลันเคร่งขรึมลง เพียงได้ยินก็รู้ว่านางกำนัลน้อยผู้นั้นเป็นแพะรับบาป ทว่าในวังหลวง ผู้ที่เกลียดชังครอบครัวท่านยายมากที่สุด นอกจากคนผู้นั้นแล้วก็ไม่มีผู้ใดอีก

“เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินท่านแม่กล่าวถึงเลย” ฮั่วหลินถามพี่ชายเสียงเบา

สายตาฮั่วเจวี๋ยเย็นเยียบ “บอกแล้วจะมีประโยชน์อันใด พวกเราจะทำอะไรได้”

ฮั่วหลินอดหันไปมองเว่ยเหราไม่ได้

เว่ยเหราเพิ่งดึงกระบี่ออกจากลำต้นไม้ เมื่อสบเข้ากับสายตาซับซ้อนของสองพี่น้องตระกูลฮั่ว ก็เดาได้ทันทีว่าโจวฮุ่ยจูเล่าเรื่องใดให้ฟัง

สำหรับเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน เว่ยเหราไม่เคยลืมเลือน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักแล้ว เวลานี้นางมีชีวิตที่ดี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอ

“พวกเราจะล่าสัตว์กันเพียงหนึ่งชั่วยาม เมื่อครบเวลาก็ไปรวมตัวกันที่เชิงเขา ผู้ที่ล่าสัตว์ได้มากที่สุดสามารถสั่งให้ผู้ที่ล่าได้น้อยที่สุดทำสิ่งหนึ่งให้ตนได้” เว่ยเหราสอดกระบี่กลับเข้าฝัก ก่อนกล่าวอย่างท้าทาย

โจวฮุ่ยจูรีบกล่าวทันที “ข้ากับพี่หลินอายุยังน้อย พวกเราสองคนจะจับกลุ่มกัน นับเป็นคนเดียว”

เว่ยเหราย่อมเห็นด้วย นางโบกมือให้ทั้งสามคน ก่อนเดินแยกไปตามทางลาดขึ้นเขาเพียงลำพัง ในมือถือไม้เท้าสำหรับเดินขึ้นเขาอันหนึ่ง

แม้หิมะจะตกไปแล้ว แต่วันนี้อากาศอบอุ่นมาก บรรดาคุณชายคุณหนูที่ใช้ชีวิตสุขสบายต่างออกนอกเมืองมาเที่ยวเล่น แม้แต่สัตว์ตัวเล็กๆ ในภูเขาก็พากันคลานออกจากรังเพื่อหาอาหารตามที่ต่างๆ

เว่ยเหราคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้เป็นอย่างดี หลังจากเดินตามลำพังไปได้ครู่หนึ่ง บนพื้นหิมะก็เริ่มปรากฏรอยเท้าของสัตว์ตัวเล็กๆ ทั้งกระต่ายป่า ไก่ป่า ตัวแบดเจอร์...

ยิ่งเป็นบริเวณที่ผู้คนไม่ค่อยย่างกรายมา สัตว์ป่าก็ยิ่งมีมาก

หิมะเริ่มตกเมื่อคืนและหยุดลงราวรุ่งสาง เมื่อพิจารณารอยเท้าเหล่านี้แล้ว ย่อมต้องเป็นรอยที่เพิ่งทิ้งไว้ในช่วงเช้าอย่างแน่นอน บางรอยยังทอดยาวตรงไปถึงรังของเจ้าของรอยเท้าอีกด้วย

เว่ยเหราหมายตารอยเท้าของตัวแบดเจอร์กลุ่มนั้น หากสามารถล่าแบดเจอร์ได้ทั้งรัง ผู้ชนะจะต้องเป็นนางแน่นอน

เว่ยเหราเดินตามรอยเท้าเล็กๆ ของตัวแบดเจอร์ไป ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละทิ้งโอกาสในการล่าสัตว์ตัวอื่น สายตาสอดส่องรอบทิศ หูคอยฟังเสียงจากทุกด้าน และพยายามย่างเท้าให้เบาที่สุด

เดินไปได้สักพัก สีแดงสายหนึ่งก็ปรากฏเข้าสู่สายตา

มันคือสุนัขจิ้งจอกโตเต็มวัยสีแดงตัวหนึ่ง ดูเหมือนปกติจะหาอาหารกินได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ขนทั่วตัวจึงเรียบลื่นเป็นมันเงา หางยาวและใหญ่ดูอบอุ่นยิ่งนัก สุนัขจิ้งจอกนั่งหันหลังให้เว่ยเหราอยู่บนพื้นหิมะ ใช้อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างคุ้ยเขี่ยหิมะไปมา เนื่องจากระยะห่างค่อนข้างไกล มันจึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเว่ยเหรา

ด้วยระยะห่างและมุมเช่นนี้ เว่ยเหราอาจยิงพลาดได้

นางกวาดตามองรอบด้าน ก่อนเขย่งปลายเท้าเหยียบไปบนกอหญ้าชื้นแฉะบางแห่งที่ไม่มีหิมะปกคลุม ค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบอีกห้าหกก้าว แล้วหลบอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง

สุนัขจิ้งจอกยังไม่ทันสังเกตเห็นนาง เว่ยเหราจึงดึงลูกธนูออกจากกระบอก พาดลูกธนูขึ้นคันธนู เลือกมุมยิงให้เหมาะสม ก่อนเล็งไปยังขาหลังซ้ายของสุนัขจิ้งจอกแล้วยิงออกไป

สุนัขจิ้งจอกส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนล้มลงบนพื้นหิมะ ดิ้นทุรนทุรายอย่างไร้ประโยชน์

เว่ยเหรายิ้มพลางเดินออกจากที่ซ่อน สุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ถึงเพียงนี้ หากถลกหนังแล้วให้ช่างทำเป็นผ้าพันคอขนสุนัขจิ้งจอก พอถึงฤดูหนาวปีนี้ก็ฝากคนส่งไปยังพระตำหนักแปรพระราชฐานซีซาน ให้น้องชายสวมใส่ได้พอดี

เว่ยเหราทุบสุนัขจิ้งจอกให้สลบแล้วมัดไว้เรียบร้อยอย่างชำนาญ จากนั้นจึงออกติดตามตัวแบดเจอร์ต่อไป

แสงตะวันส่องลอดช่องว่างระหว่างกิ่งไม้เปลือยเปล่าลงมา ท่ามกลางสีเทาและสีขาวที่ปกคลุมไปทั่ว ชุดสีแดงของเว่ยเหราจึงกลายเป็นสีสันที่เจิดจรัสที่สุดในป่าแห่งนี้

รอยเท้าของตัวแบดเจอร์ทอดขึ้นไปยังพื้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เว่ยเหราเงยหน้ามองทิศทางยอดเขา ขณะที่กำลังพิจารณาว่าควรล้มเลิกการติดตามดีหรือไม่ จู่ๆ ด้านหน้าก็มีเสียงสัตว์ป่าวิ่งตะบึงอย่างรวดเร็วดังขึ้น ฟังจากเสียงแล้วมีอยู่สองตัว

ตัวหนึ่งไล่ อีกตัวหนึ่งหนี พวกมันกำลังวิ่งเล่นหยอกล้อกันอยู่หรือ

เว่ยเหราเงยหน้ามองรอบด้าน ก่อนนำสุนัขจิ้งจอกที่ถูกมัดแน่นหนาไปวางไว้ในพงหญ้าชั่วคราว แล้วกระโดดทะยานขึ้นไปบนต้นไม้ พาดลูกธนูขึ้นคันธนูเตรียมพร้อม

หมูป่าขนสีน้ำตาลสองตัว รูปร่างใหญ่ราวเนินดินเล็กๆ วิ่งตะบึงเข้ามาโดยเว้นระยะห่างกันประมาณหนึ่งจั้ง มุมปากเว่ยเหรายกขึ้นเล็กน้อย ก่อนปล่อยลูกธนูพุ่งเข้าปักหมูป่าตัวแรก

หมูป่าผู้น่าสงสารถูกลูกธนูยิงจนล้มลง แต่ยังพุ่งไถลไปข้างหน้าอีกช่วงหนึ่ง ก่อนพลิกตัวล้มกระแทกพื้นหิมะ

หมูป่าอีกตัวเห็นท่าไม่ดี จึงรีบหันหลังคิดจะวิ่งหนี

ทว่าเว่ยเหราพาดลูกธนูดอกที่สองเรียบร้อยแล้ว ขณะที่นางปล่อยลูกธนูออกไป จู่ๆ ก็มีลูกธนูอีกดอกพุ่งมาจากทิศทางตรงกันข้าม และปักเข้าร่างหมูป่าตัวนั้นก่อนลูกธนูของนาง

เว่ยเหราตกใจอย่างยิ่ง รีบเงยหน้ามองไป ก็เห็นเงาร่างสีฟ้าครามอ่อนสายหนึ่งซ่อนอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้ครึ่งหนึ่ง มือขาวผ่องเรียวยาวคู่นั้นยังคงอยู่ในท่วงท่าหลังจากเพิ่งน้าวคันธนูเสร็จ

เว่ยเหรามองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่เมื่อใคร่ครวญเพียงเล็กน้อยก็เข้าใจว่าหมูป่าทั้งสองตัวล้วนเป็นเหยื่อของอีกฝ่าย นางเพียงบังเอิญผ่านมาพบและฉวยโอกาสได้ประโยชน์เท่านั้น

เว่ยเหรากระโดดลงจากต้นไม้ หิ้วสุนัขจิ้งจอกของตนขึ้นมา แล้วเดินลงเขาไป

หมูป่าทั้งสองตัวเป็นเหยื่อที่ลู่จั๋วกับฉีจ้งข่ายร่วมมือกันโอบล้อม ฉีจ้งข่ายยังตามลงมาไม่ถึง ส่วนลู่จั๋วไล่ติดตามมาตลอดทาง เมื่อหมูป่าตัวแรกถูกลูกธนูยิงล้มลง ลู่จั๋วก็รู้ทันทีว่ามีคนอื่นอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ เพียงมุ่งยิงหมูป่าตัวที่สองเท่านั้น

ลูกธนูสองดอกปักเข้าร่างหมูป่าตัวที่สองแทบจะพร้อมกัน ลู่จั๋วยิ้มบางๆ เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะยกเหยื่อให้อีกฝ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการโต้เถียง คิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มชุดแดงที่กระโดดลงจากต้นไม้ผู้นั้นกลับไม่มีทีท่าจะคิดแย่งชิงเช่นกัน

“คุณชายน้อย โปรดหยุดก่อน”

ลู่จั๋วค่อยๆ เดินออกมาจากท่ามกลางหมู่ไม้ พลางมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มชุดแดงแล้วเอ่ยเรียก

เว่ยเหราชะงักฝีเท้า เหตุใดเสียงของบุรุษผู้นี้จึงฟังดูคุ้นหูอยู่บ้าง

ด้วยความสงสัย เว่ยเหราจึงหมุนตัวกลับไป

แม้จะแต่งกายเป็นบุรุษ แต่คิ้วและดวงตาอันงดงามเย้ายวน รวมถึงริมฝีปากแดงระเรื่ออวบอิ่มคู่นั้น ก็ทำให้ลู่จั๋วมองปราดเดียวก็แน่ใจได้ทันทีว่านางเป็นสตรี

ลู่จั๋วหลุบสายตาลง รอยยิ้มบางบนใบหน้าก็เลือนหายไปด้วย เขาชี้ไปยังหมูป่าตัวแรกแล้วกล่าวว่า “ตัวนั้นเป็นของเจ้า”

ท่ามกลางป่ารกและภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เว่ยเหราไม่คาดคิดเลยว่าตนจะได้พบกับบุรุษผู้หนึ่งที่งดงามราวเทพเซียน

ชุดคลุมผ้าแพรสีฟ้าครามอ่อนขับเน้นรูปร่างสูงโปร่งตั้งตรงของอีกฝ่าย ราวกับต้นสนเขียวและไผ่งามที่หยัดยืนตระหง่านขึ้นจากพื้นหิมะ เส้นผมบริเวณขมับดำสนิทดุจน้ำหมึก คิ้วและดวงตาคมคายสง่างาม ผิวพรรณขาวผ่องสะท้อนประกายนุ่มนวลดุจหยกเนื้อดีภายใต้แสงแดดอันสดใสของฤดูใบไม้ผลิ

เว่ยเหราที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมานานเคยพบคุณชายรูปงามมาไม่น้อย แต่หากกล่าวถึงรูปโฉมและบุคลิกสง่างามแล้ว กลับไม่มีผู้ใดเทียบเคียงบุรุษตรงหน้าผู้นี้ได้อีก ช่างเป็นบุรุษที่สง่างามอ่อนโยนดุจหยกอย่างแท้จริง

หลังจากตื่นตะลึงในความงามอยู่ชั่วครู่ เว่ยเหราก็พลันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของอีกฝ่าย

ตอนที่นางเพิ่งหันกลับมา บนใบหน้าของบุรุษผู้นั้นยังมีรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่แท้ๆ แต่พอสายตาของเขากวาดผ่านใบหน้านางครั้งหนึ่ง รอยยิ้มนั้นก็หายไป อีกทั้งยังจงใจหลบเลี่ยงสายตา ท่าทีเย็นชาห่างเหินนั้นดูเหมือนจะแฝงความรังเกียจอยู่หลายส่วนกระมัง?

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-c654268c/10

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

云逸 Yun_Yi云逸 Yun_Yiดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย