Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ เกิดใหม่ยุค 70 คว้าอันธพาลหน้าดุมาเป็นสามีคลั่งรัก

เกิดใหม่ยุค 70 คว้าอันธพาลหน้าดุมาเป็นสามีคลั่งรัก

ตอนที่ 41 — ตอนที่ 41 สหกรณ์จัดซื้อและจำหน่ายประจำตำบล

ซูอิ๋งหมุนตัวทำท่าจะเดินจากไป หวงเหล่าลิ่วก็ร้องเรียกเธอไว้ทันควัน “แม่หนูน้อยอย่างเธอดั้นด้นมาถึงนี่ก็ไม่ง่ายเลย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ฉันเพิ่มให้อีกสองหยวน เพิ่มไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนะ”

ซูอิ๋งแอบหัวเราะในใจ นี่สินะคือการเจรจาต่อรองราคาในการทำการค้า มันต้องค่อยๆ ตะล่อม “ขอบคุณคุณน้ามากเลยค่ะ ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว หนูยอมขายให้คุณน้าในราคาสิบสามหยวนค่ะ”

ทั้งสองคนต่อรองกันอยู่อีกครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตกลงซื้อขายกันได้ที่ราคาสิบสองหยวน

ตอนที่หวงเหล่าลิ่วจรดกรรไกรจะตัดผมให้เธอ เขายังรู้สึกตัดใจไม่ลงอยู่บ้าง ถึงกับเอ่ยถามย้ำอยู่หลายครั้ง “ฉันจะตัดจริงแล้วนะ?”

“ตัดเถอะค่ะ!”

ซูอิ๋งไม่มีความลังเลใจเลยแม้แต่น้อย ความคิดในชาติก่อนที่ว่า ‘ไว้ผมยาวเพื่อผูกใจชายคนรัก’ ช่างน่าขันสิ้นดี ในเมื่อมอบใจให้ผิดคน อย่าว่าแต่ผมยาวสลวยจรดเอวเลย ต่อให้ผมยาวถึงข้อเท้า เขาก็ยังเหยียบย่ำและทอดทิ้งราวกับเศษรองเท้าขาดอยู่ดี

ตัดผมไปแล้วยังยาวใหม่ได้ ทว่าการหาเงินไม่อาจรอช้าได้แม้แต่วินาทีเดียว ชาตินี้เธอจะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงใหม่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า!

‘ฉับ! ฉับ!’

เปียผมเส้นโตถูกตัดชิดโคนผม ซูอิ๋งรู้สึกว่าศีรษะเบาหวิวขึ้นมาในทันใด เธอรับเงินมาเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะถีบรถจักรยานมุ่งหน้าตรงไปยังสหกรณ์จัดซื้อและจำหน่าย

ในเวลานี้ภายในสหกรณ์จัดซื้อและจำหน่ายแทบไม่มีลูกค้า พนักงานขายหญิงสองคนที่สวมเสื้อคลุมผ้าสีน้ำเงินตัวยาวกำลังยืนพิงชั้นวางสินค้าคุยโอ้อวดกันอยู่หลังเคาน์เตอร์ พอเห็นซูอิ๋งเดินเข้ามาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบตากันแล้วบ่นพึมพำ “ทำไมยัยเด็กนี่มาอีกแล้วล่ะ?”

ก่อนหน้านี้ซูอิ๋งเคยแวะมาแล้วรอบหนึ่ง และขอให้พวกนางหยิบของบางอย่างมาให้ดูแล้วไม่ซื้อ ตอนนั้นพวกนางจึงชักสีหน้าใส่และพูดจาแดกดันเหน็บแนม ไม่นึกเลยว่าเด็กสาวคนนี้จะยังกล้ากลับมาอีก

แม้จะนึกรังเกียจ ทว่าพวกนางก็ต้องยอมรับว่า ซูอิ๋งเป็นคนหน้าตาสะสวยหมดจดยากจะหาใครเทียบ พอตัดผมสั้นแล้วก็ยิ่งดูคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงและเปี่ยมด้วยความสง่างาม พวกนางจึงจำได้ในทันที

ซูอิ๋งไม่ได้ใส่ใจ คนพวกนี้ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกสังคมคัดทิ้งไป ปล่อยให้พวกนางวางก้ามลำพองใจไปก่อนเถอะ เธอชี้ไปยังซึ้งนึ่งอะลูมิเนียม[1]ที่ตนเล็งเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วเอ่ยว่า “ช่วยหยิบอันนี้ให้หนูด้วยค่ะ หนูจะซื้อ”

พนักงานขายหญิงปรายตามองเธอแวบหนึ่งโดยไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง “สามหยวน เธอมีปัญญาซื้อเรอะ? ถ้าไม่มีปัญญาซื้อก็อย่าเอามือไปแตะต้องเชียว”

เงินเดือนของพวกนางเดือนหนึ่งยังได้แค่สิบหกหรือสิบเจ็ดหยวนเท่านั้น เงินสามหยวนไม่ใช่สิ่งที่ใครจะควักออกมาได้ง่ายๆ ไม่ต้องพูดถึงเด็กสาวบ้านนอกที่สวมเสื้อผ้าปะชุนคนนี้เลย

ซูอิ๋งหยิบธนบัตรต้าถวนเจี๋ย[2]ใบละสิบหยวนออกมาวางลงบนเคาน์เตอร์ “ทอนเงินด้วยค่ะ”

มีปัญญาจ่ายเงินได้จริงๆ ด้วย! พนักงานขายทั้งสองคนพลันสงบเสงี่ยมท่าทีลงทันใด ในช่วงสองปีนี้สหกรณ์จัดซื้อและจำหน่ายไม่ได้เหมือนกับปีก่อนๆ ที่ขายได้มากหรือน้อยก็ได้ผลประโยชน์มั่นคงไม่กระทบกระเทือน ยามนี้เริ่มมีเป้าหมายยอดขายที่ต้องทำให้สำเร็จ จึงไม่กล้าทำตัวโอหังไร้มารยาทเหมือนแต่ก่อนอีก

พนักงานคนหนึ่งรีบทอนเงิน ส่วนอีกคนนำเชือกมามัดซึ้งนึ่งให้เรียบร้อย พลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “แม่หนู ต้องการอะไรเพิ่มอีกไหมจ๊ะ? ข้าวสารกับแป้งสาลีของพวกเราคุณภาพดีมากเลยนะ”

ซื้อซึ้งนึ่งย่อมต้องนำไปนึ่งอาหารจำพวกธัญพืชเป็นแน่ นี่เรียกว่าการเสนอขายสินค้าต่อเนื่อง

เป็นไปตามคาด ซูอิ๋งเอ่ยถามขึ้นทันที “ข้าวสารของพวกคุณขายชั่งละเท่าไรคะ?”

“ถ้ามีคูปองเสบียงชั่งละหนึ่งเจี่ยวห้าเฟิน ถ้าไม่มีคูปองเสบียงชั่งละสี่เจี่ยวห้าเฟินจ้ะ เธอต้องการกี่ชั่งล่ะ?”

ซูอิ๋งส่ายหน้า “หนูต้องการยี่สิบชั่งค่ะ แต่หนูไม่มีคูปองเสบียง ข้าวสารราคาต่อรองของพวกคุณแพงเกินไป หนูไปซื้อข้างนอกดีกว่า”

เธอหิ้วซึ้งนึ่งที่มัดเรียบร้อยทำท่าจะเดินออกไป

“เดี๋ยวก่อน!”

พนักงานขายคนหนึ่งเดินอ้อมออกมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์ ชำเลืองซ้ายแลขวา ก่อนจะขยับเข้าใกล้ซูอิ๋งแล้วกระซิบเสียงเบา “เห็นแก่ที่เธอต้องการซื้อเยอะ ป้าคิดให้ชั่งละสามเจี่ยวแปดเฟิน เอาไหมล่ะ?”

ซูอิ๋งรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ข้าวสารของสหกรณ์จัดซื้อและจำหน่ายกำหนดราคาไว้เท่าไรก็ต้องขายเท่านั้น หากพนักงานขายยอมลดราคาให้ ก็เท่ากับต้องควักเงินส่วนตัวมาโปะมิใช่หรือ?

ทว่าไม่นานซูอิ๋งก็คิดจนเข้าใจ ที่แท้ข้าวสารที่พนักงานขายนำมาขายน่าจะเป็นข้าวที่พวกนางแอบรับซื้อมาเอง โดยอาศัยสหกรณ์จัดซื้อและจำหน่ายเป็นแหล่งบังหน้า ทั้งรับซื้อข้าวง่ายและหาลูกค้าสะดวก เงินนอกระบบก็ไหลเข้ากระเป๋าของพวกนางอย่างเป็นกอบเป็นกำ

ซูอิ๋งจึงแกล้งให้ความร่วมมือด้วยการลดเสียงลงต่ำแล้วเอ่ย “หนูไปถามข้างนอกมายังไม่ถึงสามเจี่ยวเลย ของพวกคุณยังแพงเกินไปค่ะ สามเจี่ยวสามเฟิน มากกว่านี้หนูไม่สู้แล้วนะคะ”

  • [1] ซึ้งนึ่งอะลูมิเนียม : ภาชนะสำหรับใช้นึ่งอาหารหรือหุงข้าว ในภาษาถิ่นทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเรียกว่า 'เจิ้งจื่อ'
  • [2] ต้าถวนเจี๋ย : ชื่อเรียกธนบัตรใบละ 10 หยวนที่พิมพ์ออกใช้ในทศวรรษ 1960–1980 ด้านหน้ามีภาพผู้แทนประชาชนหลากหลายชนเผ่าเดินออกจากมหาศาลาประชาชน เป็นธนบัตรที่มีมูลค่าสูงสุดในยุคนั้น

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-d2f39e73/41

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

SkilltionSkilltionดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย