เกิดใหม่ยุค 70 คว้าอันธพาลหน้าดุมาเป็นสามีคลั่งรัก
ตอนที่ 43 — ตอนที่ 43 หลี่เสี่ยวชุ่ย
ซูอิ๋งหยุดฝีเท้าแล้วจ้องมองอีกฝ่าย สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “หลี่เสี่ยวชุ่ย ฉันจะไปบ้านใครหรือฉันจะทำอะไรก็ไม่ใช่กงการอะไรของเธอ ต่อไปถ้าไม่มีธุระอะไรก็อย่ามาหาฉันอีก”
หลี่เสี่ยวชุ่ยตกตะลึงพรึงเพริดเป็นอย่างยิ่ง
มิน่าล่ะฉินจวี๋เซียงผู้เป็นแม่ถึงบอกกับนางว่า ซูอิ๋งเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว ตอนแรกนางยังไม่ปักใจเชื่อ ทว่ายามนี้ดูท่าแล้วเปลี่ยนไปจริงๆ แต่ก่อนซูอิ๋งไม่มีเพื่อนเพศเดียวกันในหมู่บ้านเลยสักคน และกลัวที่สุดว่านางจะไม่ยอมเล่นด้วย แต่วันนี้กลับพูดจาตัดเยื่อใยและแสดงท่าทีรังเกียจต่อหน้านางตรงๆ เช่นนี้
ซูอิ๋งไม่อยากอยู่ร่วมกับคนพรรค์นี้แม้แต่นาทีเดียว เธอเพิ่งจะตั้งท่าถีบรถจักรยานออกไป หลี่เสี่ยวชุ่ยก็ออกแรงดึงเบาะท้ายจักรยานไว้แน่น “ซูอิ๋ง เธอได้ยินข่าวหรือยัง? ฉินเจิ้งเอาก้อนอิฐทุบหัวหลี่ปาจินจนเลือดอาบ แถมยังซัดจนซี่โครงหักไปสองซี่แน่ะ!”
เดิมทีซูอิ๋งตั้งใจจะยื่นมือไปผลักหลี่เสี่ยวชุ่ยออก ทว่าพอได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักอึ้ง โพล่งออกมาว่า “เธอพูดเหลวไหล!”
มุมปากของหลี่เสี่ยวชุ่ยยกยิ้มเหยียดหยามอย่างไม่อาจซ่อนเร้น “ฉันพูดเหลวไหลหรือเปล่า เธอไปดูแถวๆ บ้านของหลี่ปาจินก็รู้แล้ว”
“ฉินเจิ้งขีดเส้นตายให้เขาย้ายออกจากหมู่บ้านหม่ากวานภายในวันนี้ หากก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้เขายังคงเสนอหน้าอยู่ในหมู่บ้าน จะซัดเขาให้นอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต!”
ริมฝีปากของซูอิ๋งสั่นระริกขึ้นมา
เมื่อวานพี่เจิ้งเพิ่งจะรับปากเธอว่าจะกลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนมิใช่หรือ? เหตุใดถึงได้ไปมีเรื่องชกต่อยอีกเล่า ซ้ำยังลงไม้ลงมือกับคนอื่นรุนแรงถึงเพียงนี้? ถึงขนาดจะขับไล่เขาออกจากบ้านเกิด นี่มันไม่ใช่วิสัยของพวกอันธพาลครองถิ่นหรอกหรือ?
หลี่เสี่ยวชุ่ยสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอได้ในทันที จึงเอ่ยอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “ฉินเจิ้งน่ะไม่มีทางเปลี่ยนสันดานอันธพาลของเขาได้หรอก ซูอิ๋ง ถ้าเธอยังขืนคบหากับเขาต่อไป ไม่ช้าก็เร็วจะต้องพลอยเดือดร้อนโดนร่างแหไปด้วยแน่”
ซูอิ๋งขบฟันแน่น
ในชาติก่อน บรรดาเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันในหมู่บ้านต่างไม่ยอมคบค้าสมาคมหรือเล่นกับเธอ ในเวลาต่อมาซูอิ๋งถึงเพิ่งจะรู้ความจริงว่า เด็กสาวทั้งหมู่บ้านต่างแอบหลงรักและคลั่งไคล้ฉินเจิ้ง และอิจฉาริษยาที่ฉินเจิ้งรักและปักใจมั่นต่อเธอเพียงคนเดียว เธอหลงนึกไปเองว่าตนทำอะไรไม่เอาไหนสักอย่าง จึงทำให้ทุกคนพากันรังเกียจเธอ
มีเพียงหลี่เสี่ยวชุ่ยคนเดียวเท่านั้นที่ยอมมาเล่นด้วย ทำให้ซูอิ๋งในชาติก่อนรู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล และปักใจเชื่อในเรื่องพฤติกรรมอันธพาลสารพัดอย่างที่หลี่เสี่ยวชุ่ยคอยเป่าหู จนกลายเป็นความเกลียดชังเข้ากระดูกดำที่มีต่อฉินเจิ้ง
ในเวลาต่อมา เพื่อที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับฉินเจิ้งอย่างเด็ดขาด ซูอิ๋งจึงได้พูดจาตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยและเลือดเย็นใส่ฉินเจิ้ง ซึ่งอันที่จริงถ้อยคำร้ายกาจมากมายล้วนเป็นหลี่เสี่ยวชุ่ยที่คอยเสี้ยมสอนทั้งสิ้น
ในตอนนั้นเป็นช่วงกลางฤดูร้อน ใต้ร่มเงาไม้ริมทางที่แผ่กิ่งก้านเขียวชอุ่ม ฉินเจิ้งโกรธจัดจนดวงตาแดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาไปทั้งร่าง กำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วลั่นดังกร๊อบ ซูอิ๋งยังหลงคิดว่าเขาจะลงไม้ลงมือทำร้ายเธอ ทว่าไม่นึกเลยว่าเขาจะหลับตาลงพร้อมกับทอดถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยเพียงสั้นๆ ว่า “เธอไปเถอะ”
ซูอิ๋งรีบร้อนเดินจากมา ทว่าพอเดินไปได้สักพักก็รู้สึกว่าคำพูดของตนรุนแรงเกินไป จึงหันหลังเดินย้อนกลับไปดูว่าฉินเจิ้งยังอยู่ที่เดิมหรือไม่ หากเขายังอยู่ เธอจะพูดจาขอโทษเพื่อแก้ไขสถานการณ์สักสองสามคำ
ทว่านึกไม่ถึงเลยว่า เธอจะได้เห็นหลี่เสี่ยวชุ่ยกำลังสารภาพรักกับฉินเจิ้ง ทั้งยังเอื้อมมือหมายจะลูบไล้ใบหน้าของฉินเจิ้ง สายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสงสารชายหนุ่ม “…พี่ฉินคะ ฉันชอบพี่มาตลอด ฉันรักและชื่นชมพี่มาตลอด ในความฝันของฉันก็มีแต่พี่ อย่าเสียใจไปเลยนะคะ ซูอิ๋งมันก็แค่นางหมาป่าตาขาว[1]ที่เลี้ยงไม่เชื่องตัวหนึ่งเท่านั้นเอง…”
แม้ในเวลานั้นเธอจะไม่ได้คิดเปลี่ยนใจกลับไปหาฉินเจิ้ง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นซูอิ๋งก็พลันตาสว่างและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ที่แท้ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่เสี่ยวชุ่ยคอยหลอกลวงและใช้ประโยชน์จากเธอมาโดยตลอด
“ไสหัวไป!” ฉินเจิ้งปัดมือของหลี่เสี่ยวชุ่ยออกอย่างแรง ชี้หน้าตวาดนางเสียงกร้าว “ถ้าเธอรนหาที่กล้าพูดจาให้ร้ายซูอิ๋งอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะฉีกปากเธอให้เละ!”
ความชิงชังรังเกียจที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ฉายชัดเต็มใบหน้า ฉินเจิ้งสะบัดหน้าเดินจากไปทันที
“พี่ฉินคะ! พี่ฉิน!” หลี่เสี่ยวชุ่ยไม่กล้าวิ่งไล่ตามไป นางเฝ้ามองแผ่นหลังของฉินเจิ้งพลางร้องเรียกไม่หยุด หวังเพียงให้ชายหนุ่มหันกลับมามอง ทว่าสุดท้ายก็นั่งยองๆ กอดเข่าร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวัง กัดฟันด่าทอด้วยความเคียดแค้นชิงชัง “ทั้งหมดเป็นเพราะนังตัวแพศยาซูอิ๋งแท้ๆ! ฉันขอแช่งให้มึงหัวเป็นแผลเน่าเท้าเป็นหนอง ตายอย่างทรมานไม่มีแผ่นดินกลบหน้า!”
ในชาติก่อนซูอิ๋งต้องตายอย่างอนาถสมคำแช่งชักจริงๆ ทว่าซูอิ๋งในชาตินี้ไม่มีวันหลงกลติดกับดักเดิมๆ อีกแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การเอาเกลือจิ้มเกลือ ใช้เล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่ายย้อนรอยกลับไปเล่นงาน จะมีอะไรเสียหายเล่า?
- [1] หมาป่าตาขาว : สำนวนจีนเปรียบเปรยถึงคนเนรคุณ คนที่ได้รับการชุบเลี้ยงหรือช่วยเหลือเป็นอย่างดี แต่กลับทรยศหักหลังและแว้งกัดผู้มีพระคุณ
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-d2f39e73/43
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย