← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 31031

บทที่ 31 เงินห้าเหวินและหมั่นโถวสามลูก

จูเฉียนไม่ชอบคนที่ทั้ง ๆ อยากได้ แต่กลับปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความตรงไปตรงมาของหลีชิงจื้อกลับทำให้เขาชื่นชอบ เขาเหลือบมองภัตตาคารใกล้ท่าเรือ ก่อนถามว่า “คุณชายหลีอยากไปกินที่ใด? ไปหอสุราเจิ้งเยว่ดีหรือไม่?”

หอสุราเจิ้งเยว่เป็นหนึ่งในหอสุราที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอฉงเฉิง หลีชิงจื้อจำได้ว่าตอนเดินหางานก่อนหน้านี้ เขาเคยเห็นหอสุราแห่งนั้น

แต่เขาส่ายหน้า “หอสุราเจิ้งเยว่อยู่ไกลไปหน่อย พวกเราหาอะไรกินแถวนี้ก็พอ”

อากาศร้อนเช่นนี้ ก่อนหน้านี้จูเฉียนทั้งขึ้นเรือไปตรวจสินค้า ทั้งยืนรออยู่ที่ท่าเรือ เห็นได้ชัดว่าให้ความสำคัญกับสินค้าล็อตนั้นมาก คงอยากอยู่แถวนี้มากกว่า ส่วนเขาเองก็ต้องรอจินเสี่ยวเยี่ยเช่นกัน!

จูเฉียนได้ยินดังนั้นก็ชี้ไปยังร้านแห่งหนึ่งไม่ไกล “เช่นนั้นพวกเราไปกินซาลาเปาที่ร้านท่านป้าชุยดีหรือไม่?”

ตรงข้ามท่าเรือมีร้านอยู่แห่งหนึ่ง ผ้าป้ายหน้าร้านเขียนคำว่า “ท่านป้าชุย” เอาไว้

หลีชิงจื้อไม่มีความเห็นเป็นอื่น “ย่อมได้ขอรับ!”

บริเวณท่าเรือไม่มีร้านหรูหรา อาหารที่ขายล้วนเป็นของพื้น ๆ ส่วนร้านซาลาเปาท่านป้าชุยนับว่าดีที่สุดร้านหนึ่งแล้ว ร้านซาลาเปาท่านป้าชุยขายซาลาเปาอยู่สองชนิด ชนิดแรกใช้แป้งคุณภาพธรรมดาที่สีไม่ขาวนัก ไส้ก็เป็นของราคาถูกกว่า อีกทั้งยังมีหมั่นโถวลูกใหญ่กินอิ่ม ทั้งหมดวางขายอยู่หน้าร้าน และไม่มีโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้ลูกค้านั่งรับประทาน

ส่วนอีกชนิดใช้แป้งขาวเนื้อละเอียดทำ ราคาสูงกว่า ลูกค้าสามารถเข้าไปนั่งรับประทานด้านในร้านได้

นอกจากซาลาเปาแล้ว หากนั่งรับประทานด้านในยังมีเกี๊ยวน้ำ บะหมี่ และน้ำเต้าหู้ให้เลือกอีกด้วย

หลีชิงจื้อยังไม่ทันก้าวเข้าไป ก็ได้กลิ่นหอมอบอวลเสียก่อน ครั้นเข้าไปในร้าน สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ลังถึงซึ่งกำลังนึ่งซาลาเปาอยู่ ไม่อาจละสายตาได้อีก

ต่อให้เป็นซาลาเปาราคาถูกที่สุดที่ขายอยู่ด้านนอก ในสายตาของเขาก็เป็นของโอชะที่สุดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงซาลาเปาเนื้อละเอียดที่อยู่ด้านใน

จูเฉียนยิ้มพลางสั่งเจ้าของร้าน “ซาลาเปาและเกี๊ยวน้ำของท่านป้าชุยรสดีมาก คุณชายหลีลองชิมดูเถิด” เขาให้ยกเกี๊ยวน้ำมาห้าชาม ซาลาเปาลูกเล็กห้าลัง ทั้งยังให้ท่านป้าชุยห่อซาลาเปาไส้เนื้อก้อนใหญ่ให้อีกสิบลูก

ก่อนหน้านี้ระหว่างพูดคุย หลีชิงจื้อเคยบอกว่าภรรยาและท่านพ่อก็มาที่อำเภอฉงเฉิงด้วย จูเฉียนเป็นพ่อค้าที่เชี่ยวชาญการเข้าสังคม หากเขาตั้งใจ ย่อมดูแลรายละเอียดได้อย่างรอบคอบ

รวมหลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมาแล้ว ผู้ที่รับประทานอาหารมีทั้งหมดห้าคน ความจริงเด็กทั้งสองยังตัวเล็ก กินเกี๊ยวน้ำหนึ่งชามกับซาลาเปาลูกเล็กหนึ่งลังไม่หมดแน่นอน แต่จูเฉียนก็ยังสั่งมาเช่นนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ

หลีชิงจื้อนั่งอยู่ในร้าน จนไม่อาจตั้งใจสนทนากับจูเฉียนต่อได้ ความสนใจทั้งหมดของเขาถูกกลิ่นหอมของอาหารในร้านดึงดูดไปหมดแล้ว หลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมาทั้งทำตัวไม่ถูก ทั้งน้ำลายแทบไหล

เมื่อจูเฉียนเห็นทั้งสามคน ก็พลันนึกถึงตัวเองในวัยเยาว์ขึ้นมา ตอนเด็ก ๆ เขาเองก็เคยอดอยากอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อเห็นซาลาเปากับเกี๊ยวน้ำยกมาเสิร์ฟ จูเฉียนก็ยิ้มพลางเชื้อเชิญให้หลีชิงจื้อและพวกเขารีบกิน

หลีชิงจื้อใช้ตะเกียบคีบซาลาเปาลูกเล็กขึ้นมาลูกหนึ่ง กัดลงไปคำเดียว ก็รู้สึกราวกับทุกเซลล์ในร่างกายกำลังร้องตะโกนว่า “อร่อย!”

แป้งของซาลาเปาลูกเล็กนี้ไม่บางนัก ไส้หมูก็ไม่ได้มากมาย แต่แป้งเนื้อละเอียดเช่นนี้ก็เป็นอาหารที่เขาแทบไม่มีโอกาสได้กินอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเนื้อหมูที่ห่ออยู่ด้านใน

หลีชิงจื้อเผยสีหน้าแบบที่มักปรากฏทุกครั้งเวลาได้กินของอร่อย ราวกับกำลังลิ้มรสอาหารโอชะจากภูผาและท้องทะเล

หลังจากมีเงิน จูเฉียนก็เคยกินของดีมานับไม่ถ้วน จนค่อย ๆ มีอาหารที่ทำให้เขารู้สึกว่าอร่อยเหลือน้อยลง

ตอนวัยหนุ่ม เพียงได้กินหมั่นโถวราคาถูกที่สุดก็ยังมีความสุขไปครึ่งวัน แต่ทุกวันนี้...ต่อให้ซาลาเปาจะอร่อยเพียงใด ก็แค่กินให้อิ่มท้องเท่านั้น

แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหลีชิงจื้อยามกิน...จู่ ๆ เขาก็เจริญอาหารขึ้นมา รู้สึกว่าซาลาเปาวันนี้อร่อยเป็นพิเศษ

คนที่รู้สึกว่าซาลาเปาอร่อยยังมีหลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมาอีกด้วย

เด็กทั้งสองเคยกินซาลาเปามาก่อน เมื่อก่อนจินเสี่ยวเยี่ยเคยซื้อซาลาเปากลับบ้านให้พวกเขากิน แต่เป็นซาลาเปาราคาถูกที่ขายอยู่ด้านนอก รสชาติสู้ซาลาเปาที่อยู่ในมือพวกเขาตอนนี้ไม่ได้

ยิ่งกว่านั้น นั่นก็เป็นเรื่องเมื่อครึ่งปีก่อน เด็กทั้งสองลืมรสชาติของซาลาเปาไปนานแล้ว!

แต่เวลานี้...ซาลาเปาลูกเล็กช่างอร่อยเหลือเกิน! ซาลาเปาลูกเล็กอร่อย เกี๊ยวน้ำก็อร่อยเช่นกัน!

แผ่นเกี๊ยวรีดบางมาก ด้านในห่อเห็ดหอมกับเนื้อหมู เด็กน้อยสองคนที่ไม่เคยกินเห็ดหอมมาก่อนกัดลงไปคำหนึ่ง ดวงตาก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

ระหว่างที่หลีชิงจื้อและพวกเขากำลังกินอาหาร จินเสี่ยวเยี่ยก็พาท่านพ่อหลีเหล่าเกินมาถึงท่าเรือแล้ว

นางกวาดตามองคร่าว ๆ แต่ไม่เห็นหลีชิงจื้อ จึงวางของลงบนพื้นแล้วทรุดตัวนั่งทันที เพราะนางเหนื่อยไม่น้อยจริง ๆ

หลีเหล่าเกินนั่งลงข้างจินเสี่ยวเยี่ยแล้วเอ่ยว่า “เหตุใดพวกเขายังไม่มาอีก? เสี่ยวเยี่ย ก่อนหน้านี้เจ้ากล้าให้หลีชิงจื้อทีเดียวตั้งสิบเหวิน เจ้าไม่กลัวหรือว่าเขาจะใช้เงินจนหมด? เหตุใดเจ้าไม่ให้เงินพ่อบ้าง?”

จินเสี่ยวเยี่ยล้วงเหรียญทองแดงห้าเหรียญออกมายื่นให้หลีเหล่าเกิน ตราบใดที่หลีเหล่าเกินช่วยงานนาง หลังจากนางหาเงินได้ นางก็จะแบ่งเงินให้หลีเหล่าเกินเล็กน้อย แต่ก็ให้ไม่มาก เพราะหลีเหล่าเกินเก็บเงินไม่เคยอยู่เลย

หลังจากยื่นเงินให้แล้ว นางยังเอ่ยอีกว่า “ท่านพ่อไม่ใช่อยากกินซาลาเปาหรือ? ไปซื้อซาลาเปากินเถิด”

ให้หลีเหล่าเกินเอาเงินไปซื้อซาลาเปากินเข้าท้อง ยังดีกว่าเอาเงินไปเสียพนันเป็นไหน ๆ!

หลีเหล่าเกินกำเหรียญทองแดงห้าเหรียญนั้นแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหยิบออกมาสามเหวินส่งคืนให้จินเสี่ยวเยี่ย สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง “เสี่ยวเยี่ย เจ้าช่วยไปซื้อให้พ่อได้หรือไม่? พ่ออยากซื้อหมั่นโถวสามลูก”

หลีเหล่าเกินถึงกับไม่กล้าซื้อหมั่นโถวด้วยตัวเอง! จินเสี่ยวเยี่ยทั้งพูดไม่ออกทั้งขำ แต่ก็ยังรับเงินสามเหวินจากมือหลีเหล่าเกินมา จากนั้นก็ล้วงเงินออกจากกระเป๋าเพิ่มอีกสองเหวิน

นางตั้งใจจะซื้อหมั่นโถวห้าลูก นอกจากสามลูกของหลีเหล่าเกินแล้ว ก็จะซื้อให้หลีชิงจื้อหนึ่งลูก และอีกหนึ่งลูกให้เด็กทั้งสองแบ่งกันกิน ส่วนตัวนางเอง ตอนเช้ากินข้าวมาแล้ว รอกลับไปกินมื้อเย็นที่บ้านก็พอ

แถวท่าเรือมีของกินขายอยู่ไม่น้อย ส่วนอาหารที่คนทำงานในท่าเรือนิยมซื้อมากที่สุดก็คือข้าวปั้น

ใช้ข้าวสุกห่อผักดองกับเต้าหู้แห้ง หนึ่งลูกขายเพียงสองเหวิน แต่ก็ทำให้ผู้ใหญ่กินอิ่มได้แล้ว

นอกจากนี้ยังมีข้าวราดน้ำแกงที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน วัตถุดิบหลักคือข้าวสวย ส่วนร้านค้าจะเตรียมน้ำแกงไว้สองหรือสามชนิด ชายที่ใช้แรงงานอยู่ท่าเรือจ่ายเพียงสองเหวิน ก็สามารถตักข้าวใส่ชามใบใหญ่ แล้วตักน้ำแกงราดลงไป ซดจนหมดชามในพริบตา ท้องก็อิ่มแล้ว

ในบรรดาน้ำแกงที่ใช้ราดข้าวนั้น ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือน้ำแกงผักกาดดองกับเต้าหู้

นอกจากนี้ยังมีน้ำแกงสาหร่ายทะเลและชนิดอื่น ๆ แน่นอนว่าหากผู้ใดอยากกินให้อิ่มหนำยิ่งขึ้น ก็สามารถจ่ายเพิ่มอีกห้าเหวินเพื่อเพิ่มหมูพะโล้หนึ่งชิ้น หรือจ่ายเพิ่มอีกสองเหวินเพื่อเพิ่มไข่พะโล้หนึ่งฟอง

ร้านซาลาเปาในละแวกนี้มีเพียงร้านเดียว นั่นคือร้านซาลาเปาของท่านป้าชุย เพราะชาวอำเภอฉงเฉิงไม่ค่อยปลูกข้าวสาลี ผู้คนจึงแทบไม่กินอาหารประเภทแป้ง

ในสายตาของคนจำนวนมาก อาหารประเภทแป้งถือเป็นของกินที่พบเห็นได้ไม่บ่อยและมีค่า บะหมี่ที่คลุกซีอิ๊วแล้วสามารถใช้กินคู่กับข้าวต้มได้ ส่วนเกี๊ยวสำหรับชาวอำเภอฉงเฉิงนั้น ยิ่งเป็นอาหารจานหนึ่งที่ใช้กินกับข้าว

สำหรับชาวหมู่บ้านเมี่ยวเฉียนแล้ว หากได้เข้ามาในตัวอำเภอและได้กินหมั่นโถวหรือซาลาเปาสักลูก ก็เป็นเรื่องที่กลับไปโอ้อวดคนในหมู่บ้านได้แล้ว

จินเสี่ยวเยี่ยเดินไปทางร้านขายซาลาเปา หลีเหล่าเกินเดินตามอยู่ด้านหลังพลางเอ่ยว่า

“เสี่ยวเยี่ย หมั่นโถวสามลูกของพ่อ พ่อแบ่งให้เจ้ากินลูกหนึ่งนะ พ่อน่ะเห็นเจ้าเป็นลูกสาวแท้ ๆ มาตลอด”