← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 33033

บทที่ 33 นั่งเรือกลับหมู่บ้าน ซาลาเปาที่ขายตามร้านข้างนอก เจ้าของร้านไม่มีทางแถมกระดาษสำหรับห่อกลับไปให้ จินเสี่ยวเยี่ยกับหลีเหล่าเกินกินเพียงเกี๊ยวและซาลาเปาที่เด็กทั้งสองกินไม่หมด จึงยังอิ่มไม่เต็มที่ เมื่อเห็นซาลาเปาไส้หมู จินเสี่ยวเยี่ยก็หยิบส่งให้หลีเหล่าเกินสองลูก “ซาลาเปาพวกนี้แบ่งกันคนละสองลูก สองลูกนี้เป็นของท่าน” หลีเหล่าเกินหยิบลูกหนึ่งขึ้นมากัดคำใหญ่ ก่อนจะเก็บอีกลูกลงในตะกร้าสะพายของตน ดวงตาหยีลงด้วยความสุข “ซาลาเปาที่ทั้งนุ่มทั้งหอมเช่นนี้ ชั่วชีวิตพ่อเพิ่งเคยกินเป็นครั้งแรก” ราวกับว่ามีใครเคยกินมาก่อนอย่างนั้นแหละ! จินเสี่ยวเยี่ยเองก็หยิบซาลาเปาขึ้นมากัดหนึ่งคำ เมื่อกินซาลาเปาเสร็จ หลีเหล่าเกินจึงนึกอะไรขึ้นมาได้ “เสี่ยวเยี่ย เงินสามเหวินของพ่อ...” “ให้ซาลาเปาไส้หมูท่านตั้งสองลูกแล้ว เงินสามเหวินนั้นไม่คืนให้ท่านหรอก” จินเสี่ยวเยี่ยกล่าว เพราะหากคืนเงินให้หลีเหล่าเกิน มีหวังตกค่ำก็เอาไปเสียพนันจนหมด หลีเหล่าเกินทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ จินเสี่ยวเยี่ยกล่าวต่อว่า “อีกเดี๋ยวข้าจะไปซื้อปลาเค็มสิบเหวิน” เดิมทีนางเสียดายเงิน แต่ตอนนี้ซื้อได้แล้ว หลีเหล่าเกินยิ้มกว้างขึ้นมาทันที “ซื้อปลาเค็มดี!” เพราะหากจินเสี่ยวเยี่ยซื้อปลาเค็ม เขาย่อมได้กินด้วยแน่นอน เมื่อกินเสร็จและนำชามไปคืนเจ้าของร้านแล้ว จินเสี่ยวเยี่ยก็หยิบของที่ยังขายไม่หมดออกมาเร่ขายต่อ หลีชิงจื้อเห็นดังนั้นจึงอาสาไปซื้อปลาเค็มแทน จินเสี่ยวเยี่ยจึงหยิบเงินสิบเหวินส่งให้เขาอีกครั้ง “ข้ามีเงินอยู่” หลีชิงจื้อกล่าว เงินสิบเหวินที่จินเสี่ยวเยี่ยให้เขาก่อนหน้านี้ เขายังไม่ได้ใช้เลย จินเสี่ยวเยี่ยกล่าวว่า “เงินนั้นท่านเก็บไว้ใช้เถิด พรุ่งนี้มาอำเภอ ท่านจะได้นั่งเรือ” หลีชิงจื้อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับเงินจากจินเสี่ยวเยี่ยมา ที่จริงเขาไม่ได้รังเกียจที่จะเดินเข้าอำเภอทุกวัน ถือเสียว่าเป็นการออกกำลังกาย แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมประสบเมื่อห้าปีก่อน...นั่งเรือย่อมปลอดภัยกว่า ต้าเหมากับเอ้อร์เหมาจะต้องไปกับเขาด้วย หากเขาเพียงคนเดียวคงไม่มีใครคิดอะไร แต่ถ้ามีผู้ใดฉวยโอกาสลักพาตัวเด็กทั้งสองไปจะทำอย่างไร? เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลีชิงจื้อจึงกล่าวว่า “จริงสิ เสี่ยวเยี่ย นายท่านจูบอกว่าข้าพาต้าเหมากับเอ้อร์เหมาไปบ้านสกุลจูด้วยได้ ระหว่างที่ข้าเขียนหนังสือ” “ทำอย่างนั้นได้ด้วยหรือ? เช่นนั้นพาข้าไปด้วยได้หรือไม่?” หลีเหล่าเกินถามขึ้นทันที หลีชิงจื้อพูดไม่ออก “พาเด็กไปทำงานน่ะมี แต่เคยเห็นผู้ใดพาท่านพ่อไปทำงานด้วยหรือ?” หลีเหล่าเกินยิ้มแหย ๆ อย่างเขินอาย ส่วนจินเสี่ยวเยี่ยกลับเป็นกังวลอยู่บ้าง “เจ้าของบ้านเขาจะไม่ว่าเอาหรือ?” “ไม่เป็นไร ต้าเหมากับเอ้อร์เหมาเชื่อฟังจะตาย!” หลีชิงจื้อกล่าวพร้อมรอยยิ้ม จินเสี่ยวเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ที่จริงนางอยากทำการค้าขนาดเล็กมาตลอด และหลังจากได้ยินข่าวเรื่องหนึ่งในวันนี้ ความคิดนั้นก็ยิ่งกดไว้อย่างไรก็กดไม่อยู่ แม้ร่างกายของหลีชิงจื้อจะอ่อนแอ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดหอบ แต่เพราะมีความสามารถพิเศษ ความอึดของเขาจึงดีมาก ตอนนี้ยังเดินไปซื้อของได้อยู่ ตรงกันข้ามกับหลีต้าเหมาและหลีเอ้อร์เหมา...ตอนออกจากบ้านใหม่ ๆ เด็กทั้งสองยังคึกคักเต็มไปด้วยเรี่ยวแรง แต่เดินมาครึ่งวันก็เหนื่อยล้าเต็มที ยิ่งตอนนี้กินอิ่มแล้ว... ระหว่างที่จินเสี่ยวเยี่ยกับหลีเหล่าเกินกินซาลาเปา เด็กทั้งสองก็นอนหลับอยู่บนพื้นข้างกายนางไปแล้ว หลีชิงจื้อลูบท้องกลม ๆ ของเด็กทั้งสองเบา ๆ ก่อนเดินไปยังร้านขายของทะเลอย่างช้า ๆ เขาประทับใจร้านขายของทะเลแห่งนี้มาก ของที่นี่ราคาไม่แพง หากต้องการให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารเพิ่ม ก็ควรซื้อให้กินบ่อยหน่อย ส่วนเรื่องอาหารหมักดองไม่ดีต่อสุขภาพ...เมื่อเทียบกันแล้ว การขาดสารอาหารกลับแย่ยิ่งกว่า จินเสี่ยวเยี่ยอารมณ์ดี ทั้งยังกินซาลาเปาจนอิ่ม ระหว่างเร่ขายของจึงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ผู้คนที่เดินผ่านไปมาล้วนยินดีหยุดดูสินค้า ไข่ไก่และไข่เป็ดที่นางนำมาขายราคาไม่แพง อีกทั้งเก็บไว้ได้หลายวันไม่เสีย จึงขายหมดอย่างรวดเร็ว และในเวลานั้นเอง หลีชิงจื้อก็กลับมา จินเสี่ยวเยี่ยมองเด็กทั้งสองที่ยังหลับอยู่ ก่อนเสนอว่า “พวกเรานั่งเรือกลับกันดีหรือไม่?” นางรู้ว่าทุกวันนายท้ายเหยาจะมารอเหยาเจิ้นฟู่ที่นี่ พวกเขาสามารถอาศัยเรือของอีกฝ่ายกลับหมู่บ้านได้ จ่ายสักสองเหวินก็น่าจะพอ “ได้” หลีชิงจื้อตอบรับ เพราะตอนนี้เขาก็เหนื่อยมากแล้วเช่นกัน เด็กทั้งสองยังหลับสนิท จินเสี่ยวเยี่ยจึงไม่ได้ปลุก ค่อย ๆ อุ้มพวกเขาใส่ตะกร้าของตนกับหลีเหล่าเกิน เด็กทั้งสองเพียงเปิดเปลือกตามองแวบหนึ่ง แล้วก็หลับต่ออีก เด็กสองคนนี้ช่างน่ารักเสียจริง! หลีชิงจื้อยื่นมือลูบแก้มนุ่ม ๆ ของหลีต้าเหมา ผลคือเด็กน้อยผู้ปกติสุขุมกลับอ้าปากหันหน้ามาจะงับมือเขา พอกัดไม่โดนก็ยังเม้มปากจุ๊บ ๆ อย่างเสียดาย หลีชิงจื้ออยากหอมเด็กน้อยเหลือเกิน แต่ตอนนี้อีกฝ่ายขดตัวอยู่ในตะกร้า จึงไม่สะดวกจะทำเช่นนั้น เมื่อสะพายตะกร้าเรียบร้อยแล้ว จินเสี่ยวเยี่ยก็พาหลีชิงจื้อเดินไปตามตรอกในตัวอำเภอ วันนี้พวกเขาเดินอยู่ในตัวอำเภอไม่น้อย ระยะทางที่เดินวนไปวนมาในอำเภอ อาจมากกว่าระยะทางที่เดินจากหมู่บ้านมาเสียอีก...ในที่สุดก็มาถึงท่าน้ำแห่งหนึ่งริมแม่น้ำ จินเสี่ยวเยี่ยวางตะกร้าลง ก่อนหาที่ร่มนั่งพัก “ทุกวันนายท้ายเหยาจะมารอเหยาเจิ้นฟู่ที่นี่ พวกเรารอสักครู่ เขาก็น่าจะมาแล้ว” “ได้” หลีชิงจื้อกล่าว จินเสี่ยวเยี่ยมองหลีชิงจื้อ ก่อนเอ่ยต่อว่า “พอกลับถึงบ้าน ข้าจะไปยืมเสื้อผ้าเด็กมาสองชุดให้ต้าเหมากับเอ้อร์เหมาใส่” เสื้อผ้าของหลีชิงจื้อยังพอใช้ได้ แม้จะเป็นเสื้อผ้าที่เหลือมาตั้งแต่ห้าปีก่อนและไม่ได้ดีนัก แต่ก็ยังเรียบร้อยพอจะสวมออกนอกบ้าน แต่หลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมาแตกต่างออกไป เสื้อผ้าฤดูร้อนของเด็กทั้งสองทั้งเก่าทั้งขาด ใส่อยู่ในหมู่บ้านย่อมไม่เป็นไร แต่หากจะไปบ้านสกุลจู ก็ดูไม่เหมาะสมอยู่บ้าง “ได้ เสี่ยวเยี่ย รอข้าหาเงินได้ก่อน พวกเราจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้พวกเขา” หลีชิงจื้อกล่าว ที่นี่อากาศร้อนถึงครึ่งปี เด็กทั้งสองก็ควรมีเสื้อผ้าฤดูร้อนดี ๆ สักสองชุด หลีเหล่าเกินรีบแทรกขึ้นมาทันที “พ่อก็อยากได้เสื้อผ้าใหม่เหมือนกัน” “ท่านพ่อ รอพวกเรามีเงินก่อน ข้าจะตัดให้ท่านแน่นอน” หลีชิงจื้อตอบ หลีเหล่าเกินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “ช่างเถิด ไม่ต้องตัดเสื้อผ้าใหม่ก็ได้...พ่ออยากได้ชุดผ้าห่อศพดี ๆ สักชุด แล้วก็โลงศพสักใบ...” ชาวบ้านที่พอมีฐานะในหมู่บ้าน มักเตรียมโลงศพและชุดผ้าห่อศพไว้ให้ตนเองล่วงหน้า น่าเสียดายที่หลีเหล่าเกินไม่มีเงิน อย่าว่าแต่โลงศพเลย แม้แต่ชุดผ้าห่อศพเขาก็ยังไม่มี หลีชิงจื้อยังไม่ทันพูด จินเสี่ยวเยี่ยก็กล่าวขึ้นก่อน “ท่านพ่อ ขอเพียงท่านตั้งใจช่วยข้าทำงาน ข้ารับรองว่าจะซื้อให้ครบทุกอย่าง ถึงตอนนั้นยังจะจัดงานให้สมเกียรติ เชิญพระมาสวดให้หลายรูปด้วย!” หลีเหล่าเกินซาบซึ้งใจทันที “เสี่ยวเยี่ยเอ๋ย ขอเพียงเจ้าสั่งให้พ่อทำงาน พ่อไม่มีวันปฏิเสธ” หลีชิงจื้อได้แต่พูดไม่ออก หลีเหล่าเกินไม่อยากได้เสื้อผ้าใหม่ไว้ใส่ตอนมีชีวิต แต่กลับอยากได้ชุดผ้าห่อศพดี ๆ ช่างเป็นความคิดที่แปลกอยู่ไม่น้อย พวกเขารออยู่นานกว่านายท้ายเหยาจะพายเรือมา และหลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมาก็ยังไม่ตื่นจนถึงตอนนั้น.................................................................. ดูเหมือนก่อนหน้านี้เด็กทั้งสองจะเหนื่อยมากจริง ๆ เมื่อนายท้ายเหยาทราบว่าพวกเขาต้องการนั่งเรือ ก็รับปากทันที ทั้งยังไม่ยอมรับเงิน แต่จินเสี่ยวเยี่ยไม่ยอมเอาเปรียบผู้อื่น จึงจ่ายให้สองเหวิน ก่อนหน้านี้เหยาเจิ้นฟู่เคยบ่นว่าเรือของนายท้ายเหยาสกปรก แต่ที่จริงเรือลำนี้สะอาดไม่น้อย จินเสี่ยวเยี่ยปลุกเด็กทั้งสองให้ตื่น แล้วพาพวกเขาขึ้นเรือ ผ่านไปไม่นาน เหยาเจิ้นฟู่ก็มาถึง